ซ่งซวีหลิงยิ้มพลางหยักหน้า เมื่อนางกลับไปมองซูชิงชิงอีกครั้ง ดวงตาของนางก็เต็มไปด้วยความรังเกียจ
“แม้ว่าเจ้าจะพูดเช่นนี้ แต่เรื่องนี้ข้าเองก็จะพูดกับเสด็จลุงฮ่องเต้ ให้เสด็จลุงฮ่องเต้ตักเตือนจิ้นอ๋องเสียหน่อยว่าให้สั่งสอนคนรอบกายให้ดี!”
สีหน้าของซูชิงชิงซีดลงทันที
นางแทบจะดึงแขนเสื้อของซวีซงหลิงอย่างไม่รู้ตัว “องค์หญิงเพคะ หม่อมฉันพูดจาไม่ระวัง ไม่แยกแยะผิดถูก เรื่องเล็กเช่นนี้ไม่จำเป็นต้องให้ท่านอ๋องของหม่อมฉันทราบกระมังเพคะ”
เมื่อเห็นนางพูดเช่นนี้
ซวีซงหลิงก็ยิ้มอย่างนึกสนุก นางคลายมือที่จับข้อมือของมู่เหยาเอาไว้
“ก็ได้ พระชายาจิ้นอ๋องขอโทษข้ากับพระชายาฉู่แล้วกัน หลังจากนี้จะได้จำเอาไว้ อย่าได้กลับกลอกนอกบ้านอีก”
“น่าขายหน้าจริงๆ”
สีหน้าของซูชิงชิงเขียวคล้ำจัด
แต่นางเองก็ให้จิ้นอ๋องรู้ไม่ได้จริงๆ
อ๋องจิ้นรักหน้าตาเป็นที่สุด ถ้าหากให้เขารู้เรื่องนี้ ไม่รู้ว่าเขาจะลงโทษนางเช่นไรบ้าง!
“เป็นความผิดของข้าเอง ขอให้องค์หญิงกับ...พระชายาฉู่ยกโทษให้ข้าด้วย”
มู่เหยาเลิกคิ้วเล็กน้อย “ให้องค์หญิงให้อภัยเจ้าก็แล้วกัน”
ซวีซงหลิงยิ้มพร้อมมองนางแวบหนึ่ง จากนั้นหันไปทางสะบัดมือใส่ซูชิงชิงอย่างรำคาญว่า “ก็ได้ ก็ได้ นานๆ จะอารมณ์ดีเหมือนวันนี้ ข้าไม่อยากอารมณ์ไม่ดีเพราะเจ้า รีบออกไปได้แล้ว อย่าได้มาเกะกะลูกตาข้า!”
ซูชิงชิงรับคำ นางถลึงตาใส่มู่เหยาอย่างแค้นเคือง จากนั้นใบหน้าถมึงทึงของนางจ้องไปยังเหล่าคนที่กำลังคึกคักแล้วจากไป
เมื่อนางจากไปแล้ว
ซวีซงหลิงลากมู่เหยาไปยังสถานที่มีคนน้อย หลังจากนั้นใบหน้าของนางก็กลับไปเป็นเช่นก่อนหน้านี้
“วันนี้ข้าเสแสร้งทั้งวันจนเหนื่อยแทบแย่ แต่เจ้ากับฉู่อ๋องกล่าวถูกแล้วจริงๆ ฮ่องเต้เฒ่านั่นไม่ยอมตกลงง่ายๆ จริงๆ”
มู่เหยาส่งน้ำผลให้ถ้วยหนึ่งแล้วจึงพูดว่า “เมื่อครู่นี้เจ้าทำให้ข้าตกใจจริงๆ ข้านึกว่าเจ้าคิดไม่ได้ โชคดีที่เป็นกลยุทธ์ในการหลีกเลี่ยง”
ดื่มน้ำผลไม้แล้วซวีซงหลิงรู้สึกว่าคำคออันแห้งผากของนางชุ่มขึ้นไม่น้อย
“ข้าได้ยินเสด็จลุงฮ่องเต้บอกว่า พระชายาองค์รัชทายาทคือเพื่อนของเจ้า เช่นนั้นเจ้ารู้นิสัยส่วนตัวขององค์รัชทายาทหรือไม่”
มู่เหยาชะงักไป นางกระพริบตาปริบอย่างมึนงง
เห็นปฏิกิริยาของนางเช่นนี้ซวีซงหลิงก็รู้ว่านางต้องไม้รู้เรื่องแน่
นางจึงเหล่าเรื่องที่นางรู้พูดออกมาจนหมด
จนถึงตอนนี้...
“ไม่ค่อยรู้เช่นกัน แต่ดูเหมือนว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น แต่...ช่างเถอะ เลิกพูดเรื่องนี้กันก่อน หลังจากนี้เจ้าคิดจะทำอย่างไรล่ะ”
มู่เหยาสับสน นางทำได้เพียงเก็บเรื่องนี้เอาไว้ในใจก่อน
อย่างไรเสียนางต้องหาเวลาพบเฉินเสวี่ยพูดคุยกันดีๆ จึงจะยืนยันได้
“ตอนนี้ไม่มีวิธีดีๆ อะไรเลย ความหมายของเสด็จลุงฮ่องเต้คือให้ไปทีละก้าวแล้วดูท่าที พยายามเจรจากับฮ่องเต้ของพวกเจ้า ถ้าหากไม่ได้จริงๆ ก็คงต้องลงมือเป็นการเฉพาะ”
ซวีซงหลิงยู่ปากด้วยความทุกข์ใจ
นางเองก็ไม่อยากแต่งงาน
แต่แคว้นอันมีนางเป็นองค์หญิงคนเดียว นางจะให้บุตรสาวขุนนางมาแทนที่ไม่ได้
เช่นนั้นแล้วจะยิ่งไม่ยุติธรรมกับหญิงผู้นั้น
คิดไปคิดมมา ไม่สู้นางมาดูตัวเองว่าจะหาพันธมิตรได้หรือไม่
ถ้าหากว่าหาได้จะเป็นเรื่องที่น่ายินดี
ถ้าหากไม่ได้ นางเองก็จะรับผิดชอบหน้าที่ขององค์หญิง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...