เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 465

มู่เหยาเหลียวมองถ้วยชา ปรากฏว่าใบชาลอยขึ้นมาเต็มไปหมดจริงๆ

นางยิ้มอย่างอ่อนแรง พลางวางมือลงจากสิ่งที่ทำอยู่

“เพียงแค่นึกอะไรบางอย่างเท่านั้นเจ้าค่ะ ท่านแม่ไม่ต้องเป็นห่วงข้าหรอก”

ฮูหยินเฒ่าเซียวชายตามองหญิงสาว ในที่สุดก็ถอนหายใจออกมา “บัดนี้เจ้าเป็นถึงพระชายาแห่งจวนฉู่อ๋องแล้ว ไม่ว่าเรื่องใดก็ตาม เราจะร่วมกันแบกรับไว้”

“การแบกรับทุกสิ่งไว้เพียงลำพังอยู่เสมอจะทำให้ป่วยได้นะ"

หลังมือของนางสัมผัสได้ถึงความอุ่น

ความรู้สึกอบอุ่นซ่านผุดขึ้นในใจของมู่เหยา

"ท่านแม่วางใจเถิด แค่เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น จะไม่เกิดเรื่องร้ายใดๆ หรอกเจ้าค่ะ"

มู่เหยายิ้มอย่างอ่อนโยน ก้อนหินที่ทับถมอยู่ในใจพลันเบาบางลงไปบ้าง

หลังจากที่มู่เหยาได้พูดคุยกับฮูหยินเฒ่าเซียวแล้ว นางก็กลับไปยังเรือนพักของตน

ชิวหรงยังคงไม่รู้สึกตัว

สายตาของมู่เหยากวาดมองไปที่ชิงอู้

"พระชายา ไม่มีร่องรอยของหน้ากากเลยแม้แต่น้อย แต่ที่หน้าอกของนางมีรอยปานอยู่จริงๆ เจ้าค่ะ"

หัวใจของมู่เหยาพลันสั่นสะท้าน นางรีบเข้าไปตรวจสอบอย่างละเอียด

ภายใต้เสื้อผ้าที่ถูกเปิดออก คือรอยปานที่คุ้นเคยเป็นอย่างยิ่ง

นางผงะถอยหลัง ดวงตาเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ

"พี่...พี่หญิงสามหรือ"

ชิงอู้และชิงอิ่งจ้องมองคนบนเตียงด้วยสีหน้าตกตะลึง

“ความหมายของพระชายาคือ...ชิวหรงเป็นคุณหนูสามตระกูลหลันอย่างนั้นหรือ”

หนิงจู๋กลืนน้ำลายด้วยความตกใจ รีบยื่นหน้าไปตรวจสอบอย่างถี่ถ้วน ร่องรอยเดียวกัน ตำแหน่งเดียวกัน

ล้วนบ่งชี้ว่าคนตรงหน้าผู้นี้... แท้จริงแล้วคือหลันเยว่อิงที่ตายไปแล้ว

“จัดการให้เรียบร้อย”

มู่เหยาสูดลมหายใจลึก ระงับความตื่นตระหนกในใจลง

หนิงจู๋รีบรุดเข้าไปเก็บกวาด จัดทุกสิ่งให้คืนสู่สภาพเดิม จากนั้นจึงนำยาถอนพิษมาโบกเบาๆ ผ่านปลายจมูกของชิวหรง

"ลงไปได้"

มู่เหยาโบกมือ แล้วนั่งลงบนเก้าอี้หรูหราของตน รอคอยให้นางค่อยๆ ฟื้นคืนสติ

...

ตระกูลลู่

หลิวหว่านชุนมองเห็นลู่เหวินเจิ้งที่เดินจากไปด้วยท่าทางลับๆ ล่อๆ จึงก้าวตามไป ก็พลันเห็นเขาหยุดอยู่ที่เบื้องหน้าภูเขาจำลองแห่งหนึ่ง

“พวกเจ้าพาคุณชายเล็กไปเดินเล่นที่สวนก่อนเถิด ข้ามีเรื่องจะคุยกับฮูหยินผู้เฒ่า”

บ่าวไพร่รับคำสั่งแล้วพากันออกไป

ไม่นานภายในเรือนก็เหลือเพียงนางทั้งสอง

หลิวหว่านชุนจึงเล่าเรื่องที่นางได้พบเจอมาอย่างละเอียดถี่ถ้วนทุกประการ

จางจิ้งหรูคิดถึงเรื่องราวที่ร่ำลือกันจากจวนองค์หญิงใหญ่ได้เกือบจะในฉับพลัน

“เรื่องอุโมงค์ใต้ดินนั้น ข้าจะให้คนไปสืบดู นอกจากเรื่องนี้แล้ว ท่านยังพบสิ่งอื่นอีกหรือไม่”

ผ่านมานานขนาดนี้ยังคงไร้ซึ่งเบาะแสใดๆ

ถึงแม้ว่ามู่เหยาจะมิได้เร่งรัด แต่จางจิ้งหรูก็กระวนกระวายใจอยู่ดี

นางไม่ต้องการให้ถึงวันที่... จู่ๆ ตระกูลลู่ถูกริบทรัพย์กะทันหัน และตนเองกับบุตรต้องประสบชะตากรรมอันเลวร้าย!

"ตอนนี้ข้ายังคงเข้าไปในห้องหนังสือไม่ได้ แต่ก็รู้ว่าลู่เหวินเจิ้งมีกล่องสมบัติล้ำค่ากล่องหนึ่ง กุญแจแขวนอยู่ที่เอวของเขาตลอดเวลาไม่เคยห่างกาย"

"คราวนั้น ข้าตั้งใจจะแอบหยิบมันออกมา จนเกือบจะถูกเขาจับได้เสียแล้ว"

จางจิ้งหรูขมวดคิ้ว นึกถึงลู่เหวินเจิ้งที่ตลอดหลายปีมานี้ไม่เคยดื่มจนเมามายกลับมาเลย

เกรงว่าคงเป็นเพราะกุญแจที่ห้อยอยู่ที่เอวนั่นเอง

"ดูท่าทางจุดที่จะคลี่คลายคงอยู่ที่กุญแจดอกนั้น ท่านช่วยนำเรื่องนี้ไปแจ้งแก่พระชายาทีเถิด นางอาจมีวิธีจัดการ”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง