มู่เหยาเหลียวมองถ้วยชา ปรากฏว่าใบชาลอยขึ้นมาเต็มไปหมดจริงๆ
นางยิ้มอย่างอ่อนแรง พลางวางมือลงจากสิ่งที่ทำอยู่
“เพียงแค่นึกอะไรบางอย่างเท่านั้นเจ้าค่ะ ท่านแม่ไม่ต้องเป็นห่วงข้าหรอก”
ฮูหยินเฒ่าเซียวชายตามองหญิงสาว ในที่สุดก็ถอนหายใจออกมา “บัดนี้เจ้าเป็นถึงพระชายาแห่งจวนฉู่อ๋องแล้ว ไม่ว่าเรื่องใดก็ตาม เราจะร่วมกันแบกรับไว้”
“การแบกรับทุกสิ่งไว้เพียงลำพังอยู่เสมอจะทำให้ป่วยได้นะ"
หลังมือของนางสัมผัสได้ถึงความอุ่น
ความรู้สึกอบอุ่นซ่านผุดขึ้นในใจของมู่เหยา
"ท่านแม่วางใจเถิด แค่เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น จะไม่เกิดเรื่องร้ายใดๆ หรอกเจ้าค่ะ"
มู่เหยายิ้มอย่างอ่อนโยน ก้อนหินที่ทับถมอยู่ในใจพลันเบาบางลงไปบ้าง
หลังจากที่มู่เหยาได้พูดคุยกับฮูหยินเฒ่าเซียวแล้ว นางก็กลับไปยังเรือนพักของตน
ชิวหรงยังคงไม่รู้สึกตัว
สายตาของมู่เหยากวาดมองไปที่ชิงอู้
"พระชายา ไม่มีร่องรอยของหน้ากากเลยแม้แต่น้อย แต่ที่หน้าอกของนางมีรอยปานอยู่จริงๆ เจ้าค่ะ"
หัวใจของมู่เหยาพลันสั่นสะท้าน นางรีบเข้าไปตรวจสอบอย่างละเอียด
ภายใต้เสื้อผ้าที่ถูกเปิดออก คือรอยปานที่คุ้นเคยเป็นอย่างยิ่ง
นางผงะถอยหลัง ดวงตาเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ
"พี่...พี่หญิงสามหรือ"
ชิงอู้และชิงอิ่งจ้องมองคนบนเตียงด้วยสีหน้าตกตะลึง
“ความหมายของพระชายาคือ...ชิวหรงเป็นคุณหนูสามตระกูลหลันอย่างนั้นหรือ”
หนิงจู๋กลืนน้ำลายด้วยความตกใจ รีบยื่นหน้าไปตรวจสอบอย่างถี่ถ้วน ร่องรอยเดียวกัน ตำแหน่งเดียวกัน
ล้วนบ่งชี้ว่าคนตรงหน้าผู้นี้... แท้จริงแล้วคือหลันเยว่อิงที่ตายไปแล้ว
“จัดการให้เรียบร้อย”
มู่เหยาสูดลมหายใจลึก ระงับความตื่นตระหนกในใจลง
หนิงจู๋รีบรุดเข้าไปเก็บกวาด จัดทุกสิ่งให้คืนสู่สภาพเดิม จากนั้นจึงนำยาถอนพิษมาโบกเบาๆ ผ่านปลายจมูกของชิวหรง
"ลงไปได้"
มู่เหยาโบกมือ แล้วนั่งลงบนเก้าอี้หรูหราของตน รอคอยให้นางค่อยๆ ฟื้นคืนสติ
...
ตระกูลลู่
หลิวหว่านชุนมองเห็นลู่เหวินเจิ้งที่เดินจากไปด้วยท่าทางลับๆ ล่อๆ จึงก้าวตามไป ก็พลันเห็นเขาหยุดอยู่ที่เบื้องหน้าภูเขาจำลองแห่งหนึ่ง
“พวกเจ้าพาคุณชายเล็กไปเดินเล่นที่สวนก่อนเถิด ข้ามีเรื่องจะคุยกับฮูหยินผู้เฒ่า”
บ่าวไพร่รับคำสั่งแล้วพากันออกไป
ไม่นานภายในเรือนก็เหลือเพียงนางทั้งสอง
หลิวหว่านชุนจึงเล่าเรื่องที่นางได้พบเจอมาอย่างละเอียดถี่ถ้วนทุกประการ
จางจิ้งหรูคิดถึงเรื่องราวที่ร่ำลือกันจากจวนองค์หญิงใหญ่ได้เกือบจะในฉับพลัน
“เรื่องอุโมงค์ใต้ดินนั้น ข้าจะให้คนไปสืบดู นอกจากเรื่องนี้แล้ว ท่านยังพบสิ่งอื่นอีกหรือไม่”
ผ่านมานานขนาดนี้ยังคงไร้ซึ่งเบาะแสใดๆ
ถึงแม้ว่ามู่เหยาจะมิได้เร่งรัด แต่จางจิ้งหรูก็กระวนกระวายใจอยู่ดี
นางไม่ต้องการให้ถึงวันที่... จู่ๆ ตระกูลลู่ถูกริบทรัพย์กะทันหัน และตนเองกับบุตรต้องประสบชะตากรรมอันเลวร้าย!
"ตอนนี้ข้ายังคงเข้าไปในห้องหนังสือไม่ได้ แต่ก็รู้ว่าลู่เหวินเจิ้งมีกล่องสมบัติล้ำค่ากล่องหนึ่ง กุญแจแขวนอยู่ที่เอวของเขาตลอดเวลาไม่เคยห่างกาย"
"คราวนั้น ข้าตั้งใจจะแอบหยิบมันออกมา จนเกือบจะถูกเขาจับได้เสียแล้ว"
จางจิ้งหรูขมวดคิ้ว นึกถึงลู่เหวินเจิ้งที่ตลอดหลายปีมานี้ไม่เคยดื่มจนเมามายกลับมาเลย
เกรงว่าคงเป็นเพราะกุญแจที่ห้อยอยู่ที่เอวนั่นเอง
"ดูท่าทางจุดที่จะคลี่คลายคงอยู่ที่กุญแจดอกนั้น ท่านช่วยนำเรื่องนี้ไปแจ้งแก่พระชายาทีเถิด นางอาจมีวิธีจัดการ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...