เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 464

นางแค่นเสียงอย่างเย็นชา “ชิงอู้”

คนที่ถูกเรียกก็รีบรุดขึ้นไปข้างหน้า พร้อมฉุดกระชากร่างของชิวหรงออกมาจากด้านหลังของหลันชิวเหิงทันที

จากนั้นก็ยกมือขึ้นแล้วสะบัดฝ่ามือฟาดลงที่ใบหน้าของนางเต็มแรง

“เจ้า! เจ้าทำอะไรน่ะ!”

สายตาที่เย็นชาของมู่เหยาจ้องมองหลันชิวเหิงผู้ซึ่งพยายามจะพุ่งเข้ามาแต่ถูกฉางชิงขวางไว้ “ในเมื่อท่านลุงรองไม่ได้สอนกฎเกณฑ์แก่บุตรบุญธรรมคนนี้ ข้าผู้เป็นชายาก็จะไม่ถือเป็นเรื่องยุ่งยากพานางกลับไปที่จวนฉู่อ๋องก็แล้วกัน”

ทันทีที่คำพูดนั้นเอ่ยออกมา

ถึงกับทำให้ชิวหรงไม่สนใจจะร้องโอดครวญอีกต่อไป นางรีบส่ายหน้าอย่างตื่นกลัว “ไม่นะ! ข้าจะไม่ไปจวนฉู่อ๋อง ข้าไม่ไป!”

“นำตัวกลับไป”

มู่เหยาทิ้งประโยคสั้นๆ นั้น แล้วหันกายเดินนำออกไปทันที

“ไม่ได้! เจ้าจะทำอะไรกันแน่! เจ้าทำเยว่อิงตายไปแล้ว ยังจะทำร้ายชิวหรงอีกหรือ!”

หลันชิวเหิงตะโกนเรียกตามหลังมู่เหยาอย่างไม่สนใจว่าจะมีคนอื่นอยู่รอบข้าง

แต่น่าเสียดาย

เขาไม่อาจดิ้นรนหลุดพ้นจากการพันธนาการของฉางชิงไปได้เลย

เมื่อเห็นผู้คนจำนวนไม่น้อยเริ่มหันมามอง

ฉางชิงเงื้อมือใช้สันมือสับไปที่คอจนเขาสลบไปตามคำสั่งด้วยสายตาของมู่เหยา

จังหวะนั้นเองหมอเทวดาเลี่ยวก็ถือโอกาสเร่งฝีเท้าเดินตรงเข้ามาอย่างรวดเร็ว"

“พาไปที่จวนของข้า”

ฉางชิงพยักหน้าแบกหลันชิวเหิงที่สลบอยู่ตามหลังหมอเทวดาเลี่ยวออกไป

ส่วนชิวหรงที่ถูกดึงขึ้นไปบนรถม้า ทำได้เพียงมองดูเหตุการณ์ตรงหน้าตาปริบๆ

เมื่อหางตาของนางเหลือบไปเห็นคนคนหนึ่ง นางก็พยายามโบกมืออย่างสุดชีวิตเพื่อเรียกร้องความสนใจจากคนผู้นั้น

ทว่าในวินาทีถัดมา ตัวของนางก็ถูกยัดเข้าไปในรถม้าทันใด

กว่าที่องค์รัชทายาทจะรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติและมองตามไป ก็เห็นเพียงรถม้าของจวนฉู่อ๋องที่กำลังแล่นไกลออกไป

“เมื่อครู่... เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า?”

เฉินเสวี่ยแววตาเป็นประกายวูบหนึ่ง แล้วส่ายหน้าพร้อมรอยยิ้ม “ท่านคงจะได้ยินผิดไปกระมัง ก็งานชุมนุมบทกวีนั้นช่างจอแจนัก”

องค์รัชทายาทเบนสายตากลับมา ก่อนจะนำคนขึ้นรถม้าและออกเดินทางไป

ขณะที่รถม้าของเขาสวนกับรถม้าของจวนฉู่อ๋อง มู่เหยาก็ยื่นมือออกไปปิดม่านรถที่เปิดขึ้นลงด้วยใบหน้าไร้อารมณ์

บดบังสายตาของชิวหรงไว้โดยสมบูรณ์

นางยิ้มและมองไปยังสตรีที่ถูกชิงอู้ปิดปากไว้แน่นในรถม้าซึ่งยังคงดิ้นรนอย่างไม่ลดละ

“เมื่อครู่นั้นคือรถม้าของจวนรัชทายาท เจ้าอยากให้องค์รัชทายาทช่วยเจ้าอย่างนั้นหรือ”

เมื่อเห็นว่านางหมดสติโดยสมบูรณ์แล้ว มู่เหยาก็ดับเครื่องหอมที่จุดไว้ในรถม้า

เมื่อม่านรถม้าค่อยๆ ถูกเปิดออก กลิ่นหอมก็ลอยออกไปตามสายลม

“พระชายา พวกเราพานางกลับไปแบบนี้ จะไม่ทำให้คนที่อยู่เบื้องหลังนางผิดสังเกตหรือเจ้าคะ”

มู่เหยาตอบรับ “ข้าต้องการให้ดึงดูดความสนใจของคนที่ข้างหลังนางอยู่แล้ว ไม่เช่นนั้นพวกเราจะลากนางกลับมาต่อหน้าคนมากมายทำไมกันเล่า”

ได้ยินดังนั้น

ชิงอู้และชิงอิ่งก็ไม่ได้กล่าวอันใดอีก

เมื่อมาถึงจวนฉู่อ๋อง ทั้งสองก็นำตัวของชิวหรงที่หมดสติอยู่ลงมา

"ไปดูซิ ว่าบนใบหน้าของนางมีหน้ากากแปลงโฉมไหม และที่หน้าอกนางมีปานติดตัวหรือไม่"

มู่เหยาสั่งกำชับเสียงเบา มองดูชิงอู้และชิงอิ่งพาตัวนางออกไป

จากนั้นจึงหันหลังเดินไปยังเรือนของฮูหยินเฒ่าเซียว

"ท่านแม่"

ครั้นเห็นฮูหยินเฒ่าเซียวกำลังเพลิดเพลินกับการชมดอกไม้ในสวน มู่เหยาก็เดินเข้าไปรินชา "ข้าพาคนกลับมาแล้ว และได้ปล่อยข่าวสารออกไปแล้วเช่นกัน คิดว่าค่ำคืนนี้คงจะมีความเคลื่อนไหวเจ้าค่ะ"

ฮูหยินเฒ่าเซียวตอบรับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

นางเหลือบมองท่าทางที่มู่เหยารินชา "ใบชาเยอะเกินไปแล้ว เจ้ากำลังมีเรื่องในใจ"

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง