ชิวหรงกัดฟันด้วยความโกรธแค้น
แต่นางถูกขังอยู่ในตำหนักฉู่อ๋อง นางจึงทำอะไรไม่ได้
ได้แต่ด่าทอสาปแช่งอยู่ในใจ
พร้อมทั้งเฝ้าหวัง หวังว่านายท่านจะพบนาง และจะช่วยให้นางหลุดพ้นจากที่อัปยศแห่งนี้โดยเร็ว!
ณ จวนจงซู่โหว
ทันทีที่มู่เหยาก้าวเข้าประตู ก็ได้ยินเสียงอันเกรี้ยวกราดของหลันชิวเหิงทันที “นางนับเป็นน้องสาวบุญธรรมของเจ้า ถูกขังอยู่ในจวนฉู่อ๋องจนถึงตอนนี้ยังไร้ข่าวคราว จะรับรองได้อย่างไรว่าจะไม่เกิดเรื่องเลวร้าย เจ้ายังไม่รีบไปจวนฉู่อ๋องรับนางกลับมาอีก!”
มู่หลันชงนั่งอยู่บนที่นั่ง สีหน้าของเขาเรียบเฉย
“ท่านลุงรอง การกระทำของจวนฉู่อ๋องล้วนเปิดเผยและเที่ยงตรง อีกทั้งได้บอกแล้วว่าจะพาชิวหรงไปเรียนรู้ระเบียบวินัย”
“เฉินกูกูผู้นั้นเป็นคนเก่าคนแก่ที่มาจากในวังเชียวนะ หากชิวหรงได้รับการอบรมจากนาง นั่นย่อมเป็นเกียรติอย่างยิ่ง แล้วเหตุใดในสายตาของท่านลุงรองถึงได้ดูราวกับนางถูกทารุณกรรมเช่นนั้นเล่า”
“หรือว่า...ท่านลุงรองไม่คิดจะให้นางได้เข้าสู่ตระกูลไปตลอดชีวิต”
มู่เหยาฟังแล้วก็หัวเราะออกมา
ต้องยอมรับว่า พี่ใหญ่ของนางยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน ช่างพูดจาได้เข้าจุดจริงๆ
บัดนี้ ไม่ว่าจะเอ่ยหรือไม่เอ่ย สีหน้าของหลันชิวเหิงกลืนไม่เข้าคายไม่ออกอย่างยิ่ง
ครั้นกำลังขุ่นเคืองอยู่นั้น สายตาเหลือบไปเห็นร่างของมู่เหยา ก็พลันจะพรวดพราดเดินไปว่ากล่าวนางทันที
"พานายท่านรองกลับไปพักผ่อนเสีย"
ทันทีที่คำกล่าวเปี่ยมด้วยอำนาจของมู่หลันชงเอ่ยออกไป บ่าวรับใช้ก็ก้าวขึ้นมาขวางไว้ และฝืนรั้งหลันชิวเหิงให้ออกจากห้องโถงด้านหน้าไปอย่างมิอาจขัดขืน
หลังจากที่เขาคล้อยหลังไปแล้ว แววตาของมู่หลันชงก็ฉายแววรังเกียจออกมา
"อาหน่วน พี่รู้ว่าเจ้าจะมา พี่จึงให้คนเตรียมขนมนมไว้ให้"
บ่าวรับใช้ยกขนมนมมา มู่เหยาก็ยิ้มพร้อมเปิดฝาออก "พี่ใหญ่คิดถึงน้องเสมอนะเจ้าคะ"
นางกินไปพลาง เล่าข่าวสารที่ได้มาให้ฟังไปพลาง
"เจ้าหมายความว่า ต้องการให้พี่จัดงานขึ้นอย่างนั้นหรือ"
มู่เหยายิ้มรับคำ "ตอนนี้พี่ใหญ่เป็นตัวเต็งอันดับหนึ่งของการสอบในฤดูใบไม้ผลิเชียวนะ หากท่านจัดงานเลี้ยงดื่มสุราที่หอจู๋เซียง ลู่เหวินเจิ้งย่อมไม่ปฏิเสธอย่างแน่นอน ยิ่งกว่านั้นท่านเพียงแค่เชิญลู่ยวนก็พอแล้ว เขารู้ดีว่าจะล่อคนเข้ามาในแผนการได้อย่างไร"
เมื่อได้ยินความหมายจากน้องสาว เขาก็รู้ว่าลู่ยวนผู้นี้เกรงว่าจะเป็นคนของฉู่อ๋องเป็นแน่
"ได้เลย เรื่องนี้ข้าจะจัดการในวันรุ่งขึ้น พอดีกับที่คนผู้นั้นที่ซุ่มอยู่เบื้องหลังก็อยากจะลงมือกับข้ามาตลอดใช่ไหมล่ะ"
ในช่วงหลายวันนี้ มู่หลันชงเห็นมู่เทียนชื่อปรากฏตัวอยู่ใกล้ๆ หลายครั้งจนสังเกตได้ชัด
แทนที่จะนั่งรอให้ถูกจัดการ สู้ลงมือรุกก่อนจะดีกว่า


“ท่านลุงรอง ท่านดื้อรั้นเกินไปแล้ว”
มู่เหยาขมวดคิ้ว กวาดตามองคนรับใช้ที่รีบวิ่งมา จากนั้นก็หันหลังเดินออกไปข้างนอก
“เจ้าห้ามไป! คืนลูกสาวของข้ามา!”
เมื่อเห็นคนผู้นั้นกำลังจะโผเข้าใส่
เหล่าบริวารก็รีบกรูเข้าไป จับเขาไว้แน่น
ห้ามมิให้พระชายาฉู่ต้องบาดเจ็บแม้แต่น้อย!

“หากท่านยังสร้างความวุ่นวายอีก ข้าจะไม่ลังเลที่จะให้คนนำตัวท่านกลับไปที่ที่ท่านมา!'
“หากท่านอยู่อย่างสงบๆ ไม่ช้าก็เร็วข้าจะคืนคนให้”
เมื่อกล่าวทิ้งท้ายด้วยถ้อยคำเหล่านั้นแล้ว มู่เหยาจึงขึ้นรถม้าไป
แม้จะออกมาไกลแล้ว ก็ยังคงได้ยินเสียงคำรามกึกก้องที่หน้าจวนจงซู่โหวแว่วมาให้ได้ยินอยู่รำไร
มู่เหยาถอนหายใจเฮือกใหญ่ แววตาเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าเหลือคณา “ชิงอู้ อีกสักประเดี๋ยวเจ้าไปหาพี่หญิงรองของข้าหน่อย”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...