“วิธีการเฉพาะงั้นหรือ” มู่เหยาเลิกคิ้ว นางจินตนาการบางอย่างออก หวังว่าจะไม่ไปถึงขั้นนั้น
“จริงสิ เยี่ยนอวิ๋นเฉินคนนั้น เมื่อครู่นี้ข้าได้ยินเจินจูที่อยู่กับข้าพูดถึง ดูเหมือนว่าจะเอาแต่จ้องไปทางแม่สามีของเจ้า ดูสิว่านางเสียใจทีหลังสักนิดหรือไม่”
เมื่อสบสายตาของเด็กสาวที่ซุบซิบ หลังจากที่มู่เหยาหัวเราะเล็กน้อยแล้ว นางจึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง
เล่าจบ
ก็เห็ยซวีซงหลิงขบกรามเล็กน้อย “เจ้าสุนัขนี่โลภมาไม่รู้จักพอ!”
“หรือว่าจ้าให้เสด็จลุงรีบลงมือ ทำให้เขาใช้การไม่ได้เสียกระมัง”
เห็นท่าทีร้อนรนของนางแล้วมู่เหยาก็หัวเราะออกมาอย่างเบิกบาน
“ไม่ต้อง ไม่ต้อง แม่สามีข้าอยากจะเล่นสนุกอีกสักสองวัน ของแค่เจ้าช่วยแพร่ข่าวในกลุ่มมฑูตของพวกเจ้าก็พอ”
ดวงตาทั้งสองข้างของซวีซงหลิงเป็นประกาย นางเจ้าใจคำพูดของมู่เหยาทันที
“วางใจเถอะ ข้าจะแพร่ข่าวให้ครบทุกคนเลย”
ทั้งสองคนสบตากัน ดวงตาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
เพียงแต่ทางด้านห้องทรงพระอักษรบรรยากาศไม่ได้ดีเช่นทางนี้
องค์รัชทายาคุกเข่าอยู่กลางตำหนัก ซวีเหย่นั่งอยู่อย่างเกียจคร้าน
เยี่ยนสวินยืนอยู่อีกด้าน
“องค์รัชทายาท เจ้ารู้ความผิดหรือไม่”
ดวงตาของรัชทายาทสว่างวาบ “กระหม่อมมิทราบ ขอเสด็จพ่อโปรดชี้แนะด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้อวิ๋นแค่นเสียงออกมาเล็กน้อย ถ้วยชาในมือแตกแทบเท้าของรัชทายาททันที “เจ้ายังมีหน้ามาพูดอีก! ในเมื่อองค์หญิงแคว้นอันเลือกเจ้า ทำไมเจ้าไม่ตกลง!”
“เจ้าคิดว่าข้าดูเจ้าไม่ออกหรือ!”
องค์รัชทายาทค้อมกายต่ำกว่าเดิม “กระหม่อมโง่เขลาแล้ว ขอเสด็จพ่ออย่ามีโทสะเพราะลูกเลยพ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้อวิ๋นถอนหายใจออกมาอย่างจนใจ เขาใช้มือโบกปัด “เอาเถอะ ลุกขึ้นได้”
อาศัยจังหวะที่องค์รัชทายาทกำลังลุกขึ้น
สายตาฮ่องเต้อวิ๋นก็ค่อยๆ เลื่อนไปยังเยี่ยนสวินที่ไม่พูดไม่จาด้านข้าง
“องค์หญิงแคว้นอันเลือกเจ้าแล้ว เจ้ามีอะไรจะพูดหรือไม่”
เยี่ยนสวินไม่คิดเลยว่าเรื่องนี้จะเปลี่ยนมาที่เขาเร็วขนาดนี้ เขาตกใจเพียงเล็กน้อย จากนั้นก็ก้มหน้าพูดว่า “กระหม่อมเชื่อการตัดสินใจของฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้อวิ๋นหรี่ตาลงเล็กน้อยมองดูเยี่ยนสวินที่มีท่าทีนอบน้อม จิตใจของเขาก็เย็นชาเล็กน้อย
แต่ภายในคำพูดมีความนัยอยู่ทำให้สีหน้าของฮ่องเต้บึ้งตึง
“ผู้สำเร็จราชการล้อเล่นแล้ว ข้าเป็นถึงฮ่องเต้แคว้นอวิ๋นย่อมต้องครุ่นคิดให้มาก แต่ดูเหมือนวันนี้จะตกลงกันไม่ได้ เช่นนั้นไม่สู้รอให้หลังจากเทศกาลล่าสัตว์ ถ้าหากองค์หญิงไม่เปลี่ยนพระทัย ข้าจะพระราชทานสมรสให้ด้วยตัวเอง”
เมื่อเห็นว่าวันนี้พูดคุยกันไม่ได้ผลลัพธ์
ซวีเหย่หยัดกายขึ้น เขาประสานมือให้กับผู้ที่นั่งอยู่เบื้องบนเล็กน้อย จากนั้นก็ออกไปจากห้องทรงพระอักษร
ฮ่องเต้อวิ๋นเห็นท่าทางไม่นอบน้อมเช่นนี้ของเขา แววตาของเขาขยายออกไม่หยุด
“เช่นนั้นกระหม่อมขอทูลลา”
เยี่ยนสวินประสานมือคำนับแล้วออกไป อย่างไม่อิดออด
มองร่างของคนทั้งสองจากไป ฮ่องเต้นอวิ๋นก็ส่งสัญญาณให้กลี่กงกงปิดประตูแล้วจึงพูดว่า “องค์รัชทายาท เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าอยู่กับเจ้าเป็นการส่วนตัวทำไม”
ตอนนี้ในห้องทรงพระอักษรเหลืออยู่เพียงสองคน องค์รัชทายาทย่อมไม่เสแสร้งขลาดกลัวอีกแล้ว
“ความหมายของเสด็จพ่อ ลูกเข้าใจ เพียงแต่องค์หญิงแคว้นอันมองอย่างไรก็ไม่เหมือนพวกเจียมตัว ดังนั้นกระหม่อมไม่ต้องการพ่ะย่ะค่ะ”
“เจ้าไม่อยากได้ก็ต้องเอาไป!”
เสียงที่มีโทสะของฮ่องเต้อวิ๋นดังกึกก้องในห้องทรงพระอักษร แม้แต่ซวีเหย่กับเยี่ยนสวินที่เดินออกไปไม่ไกลก็ได้ยินชัดเจน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...