ยิ่งไม่ต้องพูดถึง กำไลหยกเนื้อดีบนข้อมือของฮูหยินเฒ่าเซียวชิ้นนั้น ดูเหมือนเป็นคุณภาพสำหรับเชื้อพระวงศ์โดยเฉพาะ
“ท่านแม่สามี วันนี้พวกเราก็ลองชิม อาหารสมุนไพรที่มาใหม่ในหอจู๋เซียง หากดีละก็ ค่อยเชิญพ่อครัวของหอจู๋เซียงไปในจวนของพวกเราบ่อย ๆ”
มู่เหยาไม่ได้มองสามคนแม่ลูกนั่นอีกเลย คล้องแขนของฮูหยินเฒ่าเซียวก็เดินเข้าไปในหอจู๋เซียง
เซี่ยชิงหลวนกัดริมฝีปาก “ไป พวกเราก็เข้าไปกัน”
เซี่ยหงเฟยเห็นความไม่พอใจในดวงตาของแม่ตัวเอง เข้าใจความรู้สึกตอนนี้ของนางเป็นอย่างดี
เพียงแต่ค่าใช้จ่ายในหอจู๋เซียง...เซี่ยหงเฟยอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว “ท่านแม่ นั่งเล่นที่โถงใหญ่ของหอจู๋เซียงก็พอ พวกเราออกมาครั้งนี้ ไม่ได้พกเงินมามากมายขนาดนั้น”
เซี่ยชิงหลวนขมวดคิ้วแน่น ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องสู้เพื่อศักดิ์ศรี
“ลนลานอะไร เจ้ากับอวิ๋นหน่วนตามแม่ไปก็พอ”
เห็นแบบนั้น เซี่ยหงเฟยก็ไม่พูดห้ามอีก
ทั้งสามคนก้าวเข้าหอจู๋เซียงพร้อมกัน เห็นผู้จัดการร้านกำลังทักทายพวกมู่เหยาอย่างสุภาพและเอาใจใส่
“เตรียมห้องหมายเลขหนึ่ง อักษรเทียนไว้แล้ว เชิญท่านทั้งสอง ส่วนอาหารสมุนไพรก็เตรียมไว้ครบถ้วน ทั้งสองท่านช่วยแสดงความเห็นด้วย”
มู่เหยาพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม “ได้”
หางตาเห็นสามคนที่ตามมาข้างหลัง ในดวงตาประกายรอยยิ้มขึ้น
เห็นทั้งสองคนขึ้นไปชั้นบน
เซี่ยชิงหลวนก็คิดจะเดินตามขึ้นไป แต่ถูกผู้จัดการร้านขวางเอาไว้
“ฮูหยินท่านนี้ ชั้นบนเป็นห้องส่วนตัวทั้งหมด อย่างต่ำต้องใช้จ่ายหนึ่งพันตำลึง”
กินข้าวมื้อหนึ่ง ใช้เงินหนึ่งพันตำลึง!
ไม่ใช่แค่เซี่ยหงเฟยที่ตกใจ แม้แต่เซี่ยชิงหลวนก็ตกใจเหมือนกัน
นางเอ่ยปากถามตามจิตสำนึก “เช่นนั้นห้องส่วนตัวหมายเลขหนึ่ง อักษรเทียนที่ฮูหยินคนเมื่อครู่ไป ต้องใช้จ่ายเท่าไหร่หรือ?”
ผู้จัดการร้านมองนางด้วยความสงสัย จากนั้นก็ชูสามนิ้วขึ้น
“สามพันตำลึง!”
เซี่ยหงเฟยตกใจตาเบิกกว้าง อย่างไรก็คิดไม่ถึงว่าจวนฉู่อ๋องจะฟุ่มเฟือยแบบนี้!
“ทุกครั้ง ฮูหยินเฒ่าก็ไม่ได้มาแค่กินข้าวเท่านั้น ยังซื้อขนมว่างกลับไปให้รางวัลคนใช้ แต่หนึ่งเดือนก็มาครั้งสองครั้งเท่านั้น ไม่ถือว่าเป็นเงินก้อนใหญ่อะไร”
ไม่ถือว่าเป็นเงินก้อนใหญ่อะไร
เซี่ยชิงหลวนสีหน้าน่ากลัว คว้าแขนเสื้อของชายหนุ่ม “อวิ๋นเฉิน ทำไมท่านต้องไปห้องหมายเลขหนึ่ง อักษรเทียน! ใครเชิญท่านมา!”
เยี่ยนอวิ๋นเฉินคิดไม่ถึงจริง ๆ ว่าเซี่ยชิงหลวนสามคนแม่ลูกจะปรากฏตัวอยู่ที่นี่!
รู้สึกทำอะไรไม่ถูกในชั่วขณะ
ตอนที่กำลังคิดจะอธิบายอย่างไร เสียงผู้หญิงนุ่มนวลบนบันไดก็ดังขึ้น “ใต้เท้าเยี่ยน ทำไมไม่ขึ้นมาเล่า?”
มู่เหยาคำนวณเวลาที่เหมาะสม หลังจากลงมา เห็นฉากที่คิดเอาไว้จริง ๆ
นางมองเซี่ยชิงหลวนที่โมโหอย่างตกใจเล็กน้อย “ท่านนี้คือ?”
ไม่รอให้เยี่ยนอวิ๋นเฉินเอ่ยปาก เซี่ยชิงหลวนก็ก้าวขึ้นหน้าหนึ่งก้าวแล้วพูดว่า “แน่นอนว่าข้าคือฮูหยินของเขา! ทำไมพวกเจ้าแม่สามีกับลูกสะใภ้ถึงอยากพบสามีของข้าตามลำพัง!”
“ดูท่าเยี่ยนฮูหยินคงเข้าใจผิดแล้ว”
มู่เหยาไม่สนใจความไร้มารยาทของเซี่ยชิงหลวน ยังคงมีท่าทางนิ่งเฉย
“ที่เชิญวันนี้ เป็นเพราะบ้านแม่สามีขาดภาพวาดของท่านอ๋องผู้เฒ่า บังเอิญใต้เท้าเยี่ยมหน้าตาคล้ายเช่นนี้ จึงอยากให้จิตรกรวาดภาพใหม่ อ้างอิงตามใต้เท้าเยี่ยม”
เอ่ยถึงท่านอ๋องผู้เฒ่า แม้แต่เซี่ยชิงหลวนที่กำลังโมโหอยู่ก็สงบลงแล้ว
ในดวงตาของทั้งสองคนแสดงความไม่สบายใจอยู่

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...