ฮูหยินเฒ่าเซียวมีสีหน้าสับสนชั่วครู่ ก่อนถอนหายใจเบา ๆ “ข้าไม่อาจโทษเขาได้ ขอเพียงเขามีชีวิตอยู่ก็พอแล้ว”
“หากเขามีครอบครัวจริง ข้าก็ยินดีรับบุตรของเขาไว้ด้วย อย่างไรเสีย ข้าก็มีเพียงเยี่ยนสวินผู้เดียว จวนฉู่อ๋องที่ใหญ่โตเช่นนั้นก็ดูเงียบเหงาเกินไป”
ในใจของเซี่ยชิงหลวนดังก้องด้วยสัญญาณอันตราย
“ฮูหยินเฒ่าช่างใจกว้างถึงเพียงนั้นจริงหรือ?”
เมื่อเห็นอีกฝ่ายถามไม่หยุด ฮูหยินเฒ่าเซียวจึงมองอย่างแปลกใจ “อายุปานนี้แล้วยังมีสิ่งใดให้ข้าคิดมากอีกหรือ?”
มู่เหยาก้มหน้าลง เก็บรอยยิ้ม
คำพูดของฮูหยินเฒ่าทำให้ดูราวกับอายุเลยครึ่งร้อย ทั้งที่ความจริงยังไม่ถึงสี่สิบด้วยซ้ำ
ทว่า คำพูดนั้นกลับทำให้แววตาของเซี่ยหงเฟยที่นั่งอยู่พลันวูบวาบขึ้น
เขามองอาหารเลิศรสตรงหน้า แล้วนึกถึงถ้อยคำของฮูหยินเฒ่า ความคิดที่เคยซ่อนลึกในใจพลันผุดขึ้นมาชัดเจน
หากเขาได้กลายเป็นบุตรของจวนฉู่อ๋องจริง ๆ
ต่อไปภายหน้าคงรุ่งโรจน์ไร้ที่สิ้นสุด
หากใช้กลอุบายอีกสักหน่อย ไม่แน่ว่า....ตำแหน่งฉู่อ๋องอาจตกเป็นของเขาเอง
ตอนนั้นยังจะมีใครกล้าดูแคลนเขาอีกหรือ
ยิ่งคิด เซี่ยหงเฟยก็ยิ่งเห็นว่านี่เป็นทางที่ควรเดิน
เพราะฮูหยินเฒ่าเซียวพูดเอง
เพียงแต่คิดได้ว่าท่านแม่ยังอยู่ตรงหน้า เซี่ยหงเฟยจึงไม่อาจเผยความคิดในใจออกมา
“ฮูหยินเฒ่าช่างใจกว้างนัก หากเป็นข้า ต่อให้ร้องไห้จนตายก็ยังทำใจยอมรับไม่ได้”
เซี่ยชิงหลวนยกริมฝีปากอย่างฝืนใจ ความรู้สึกว่าตนด้อยกว่าผู้อื่นทำให้นางอึดอัดใจอย่างยิ่ง
แต่เมื่อเห็นเยี่ยนอวิ๋นเฉินและลูก ๆ ไม่มีท่าทีใดๆ
นางจึงค่อยโล่งอกขึ้นเล็กน้อย
ดีที่ยังมีลูกชายกับอวิ๋นเฉินอยู่ข้างตน
เพียงแต่สิ่งที่นางไม่รู้คือ แต่ละคนต่างก็มีความคิดของตนเอง
โดยเฉพาะเซี่ยหงเฟยกับเยี่ยนอวิ๋นเฉิน ในสมองของทั้งคู่เต็มไปด้วยคำพูดของฮูหยินเฒ่าเซียวเมื่อครู่
หัวใจของเยี่ยนอวิ๋นเฉินยิ่งลุกเป็นไฟร้อนแรงกว่าใคร
เพราะหากเขาเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง เมื่อกลับไปก็จะได้ครองตำแหน่งฉู่อ๋องผู้เฒ่า!
“ขออภัย ข้าเพียงนึกถึงเรื่องราวในอดีตเท่านั้น ขอบคุณมาก” เยี่ยนอวิ๋นเฉินกล่าวพลางรับถุงหอมมาคล้องไว้ที่เอวทันที
ท่าทางกับคำพูดเมื่อครู่ทำให้เซี่ยชิงหลวนรู้สึกไม่สบายใจยิ่งนัก
นางกระตุกริมฝีปาก “ฮูหยินเฒ่ามอบถุงหอมให้ชายที่มีภรรยาแล้วเช่นนี้ หากเล่าลือออกไป เกรงว่าชื่อเสียงจะไม่ดีนักนะเจ้าคะ?”
“เยี่ยนฮูหยินเจ้าคะ ถุงหอมเช่นนี้ขายทั่วไปตามร้านยาในแคว้นอวิ๋น ไม่ใช่ของที่มอบให้กันเป็นการส่วนตัว”
น้ำเสียงของมู่เหยาเย็นลงอย่างเห็นได้ชัด แสดงถึงความขุ่นเคือง
“เป็นเช่นนี้เอง ข้าเข้าใจผิดไป” เซี่ยชิงหลวนฝืนยิ้มกล่าวขอโทษ
เมื่อเห็นว่าภาพวาดเสร็จสิ้นแล้ว หากอยู่ต่ออีกนางกลัวว่าเยี่ยนอวิ๋นเฉินจะรำลึกถึงรักเก่า จึงหาข้ออ้างดึงตัวเขาออกจากห้องไป
แม่นมฟังออกไปส่งด้วยตนเอง
เมื่อเห็นรถม้าที่ชั้นล่างค่อย ๆ เคลื่อนไป ฮูหยินเฒ่าเซียวก็ฉีกภาพในมืออย่างขยะแขยงแล้วโยนทิ้งบนพื้น
“ชิงอู้ รีบนำน้ำมาให้ข้า ข้าจะล้างซวยออกจากมือเสียที”
ชิงอู้วางผ้าร้อนที่เตรียมไว้ล่วงหน้าในมือฮูหยินเฒ่าเซียว
มู่เหยาหัวเราะออกมาเบา ๆ “ท่าทีเมื่อครู่ของท่านแม่ หากข้าเป็นเขา คงคิดถึงท่านแม่ทุกวันไม่รู้ลืม”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...