เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 799

“ผู้ที่อยู่เบื้องหลังเหยาเนียงจักต้องมิใช่คนของเป่ยเยี่ยนอย่างแน่นอน” เฟิ่งจิ่วเหยียนเอ่ยออกมาด้วยความมั่นใจ

แต่หากมิใช่เป่ยเยี่ยนแล้วเป็นผู้ใดที่เป็นคนชี้นำเล่า?

ทั้งเฟิ่งจิ่วเหยียนและเซียวอวี้ก็ยังมิอาจหาข้อสรุปให้กับเรื่องนี้ได้

ในขณะเดียวกัน

โรงพักแรมนอกเมือง

บุรุษที่สวมใส่อาภรณ์เนื้อธรรมดาพลางยืนอยู่ริมหน้าต่าง ก่อนจะเหม่อมองยังทิศทางของราชวังหนานฉี

ใช้ใต้หล้าเป็นหมาก ย่อมต้องเป็นผู้เริ่มเดิน

น่าเสียดายที่คู่ต่อสู้สูญเสียความทะเยอทะยานของตนเองไป จนยินยอมไปเป็นฮูหยินผู้อื่นเช่นนี้

……

เซียวอวี้จึงฝากเรื่องของเหยาเหนียงให้หยิ่นเอ้อร์ไปทำการสืบหาต่อไป

ใต้หล้าเกิดความผัดพวน คลื่นลมมีความแปรปรวน

สิ่งที่เซียวอวี้ต้องทำในยามนี้คือการเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับหนานฉี เพื่อป้องกันศัตรูภายนอกมิให้เข้ามารุกรานได้ง่าย ทหารมาใช้ขุนพลต้านรับ หาได้จำเป็นต้องเกรงกลัวอันใดไม่

คืนนี้ ทั้งเขาและเฟิ่งจิ่วเหยียนต่างก็พูดคุยปรึกษาหารือกันว่าจะเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของกองทัพจนถึงดึกดื่น

“ที่ท่านอาจารย์ของเจ้าเสนอให้มีการปรับโครงสร้างนั้น เราว่าเป็นความคิดที่ไม่เลว ทว่า เรายังอยากฟังความคิดเห็นของเจ้าอีก”

เฟิ่งจิ่วเหยียนได้อ่านกลยุทธ์การปรับโครงสร้างท่านอาจารย์ของนางเขียนขึ้นมาแล้ว

นางจึงเอ่ยออกมาอย่างตรงไปตรงมาว่า

“ระบบการเกณฑ์ทหารของหนานฉีนั้น สามารถป้องกันมิให้นายพลท้องถิ่นมีอำนาจมากจนเกินไป ทั้งยังสามารถกระจายอำนาจออกไปได้อีกด้วย ยามที่เกิดศึกสงครามนั้น สิ่งนี้จักส่งผลดีมากกว่าผลร้าย

“ที่อาจารย์เสนอเรื่องของกองกำลังรักษาการณ์ขึ้นมานั้น หาใช่กองกำลังของทหารไม่ หากแต่เป็นความพยายามที่จะสร้างความสมดุลระหว่างทั้งสองนี้

“ภายใต้กองกำลังรักษาการณ์นั้น เป็นทั้งชาวนาและทหาร ยามมิมีศึกสงครามนั้น ก็สามารถทำนาปลูกข้าวได้ ยามศึกสงครามเข้ามากล้ำกรายก็สามารถออกไปร่วมรบเป็นกองกำลังของแว่นแคว้นได้อีก

“ประการแรก อาหารเป็นสิ่งสำคัญของเหล่าราษฎร ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานั้น เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติมากใย อีกทั้งราชสำนักจำเป็นต้องเกณฑ์ทหารไม่มีหยุด จึงเป็นการลดกำลังของเหล่าราษฎรที่ทำการเกษตร จนส่งผลให้ผลผลิตธัญพืชไม่ได้ตามที่ต้องการ การสามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างนี้ได้จักเป็นเรื่องที่ดีเป็นอย่างมาก

“ประการที่สอง การใช้กำกองกำลังทหารไปแค่หนึ่งวัน หากต้องมีการเลี้ยงดูเป็นพันวัน การเลี้ยงดูกินใช้ในกองกำลังทหารย่อมมีปริมาณที่มากกว่าเรื่องอื่น ๆ หากเกิดศึกสงครามขึ้นมา ทุก ๆ วันมักจะต้องเสียงเงินไปมากกว่าหลายแสนตำลึงเพื่อเลี้ยงดู หากว่ามีหนทางอื่นในการเลี้ยงดูกองกำลังทหารละก็ เช่นนี้ก็จะเป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของราชสำนักไปด้วย เรื่องนี้ท่านอาจารย์ถอดบทเรียนจากความวุ่นวายในเมืองเซวียนออกมา

“ในยามนี้ การเปลี่ยนแปลงระบบการเกณฑ์ทหารมาเป็นกองกำลังรักษาการณ์ เพิ่มอาหาร ลดค่าใช้จ่าย จักเป็นวิธีที่ช่วยให้หนานฉีรอดจากความทุกข์ยากในยามนี้ไปได้”

เซียวอวี้พยักหน้าลงอย่างเห็นด้วย พลางเอ่ยเพิ่มเติมขึ้นมาว่า

“นอกเหนือจากสองประเด็นที่เจ้าพูดถึงแล้ว ยังมีประโยชน์ที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งด้วย

“ภายใต้ระบบกองกำลังรักษาการณ์นั้น ยามที่มิมีศึกสงคราม เหล่าทหารก็สามารถกลับบ้านไปทำงานทำการ หาลูกหาเมียอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาครอบครัวได้ เช่นนี้ก็จักเป็นการป้องการก่อการจลาจลในค่ายทหาร ทั้งยังสามารถออกลูกออกหลานเพิ่มขึ้นอีก เช่นนี้ก็มิต้องกังวลว่าหนานฉีจะมิมีทหารให้เกณฑ์อีก”

ตอนนั้นที่เขาออกคำสั่งให้หย่าร้างกันได้ก็เป็นเพราะเหตุนี้เช่นกัน

การว่าความยามเช้าในวันรุ่งขึ้น

เมื่อเซียวอวี้หยิบยกประเด็นเรื่องการปรับโครงสร้างขึ้นมา

เหล่าขุนนางมีทั้งยกย่องทั้งวิพากษ์วิจารณ์ต่าง ๆ ขึ้นมา

“ฝ่าบาททรงมีพระปรีชาสามารถยิ่งนัก! ระบบกองกำลังรักษาการณ์นั้นก็เพื่อป้องกันมิให้เหล่านายพลมีอำนาจในมือมากเกินไป ทั้งยังป้องกันการก่อกบฏในกองทัพได้อีก เช่นนี้ก็จะเป็นการป้องกันความขัดแย้งภายในไปได้พ่ะย่ะค่ะ”

“ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ การปรับโครงสร้างเป็นเรื่องสำคัญยิ่งนัก มิต่างอันใดกับการแตะต้องเส้นเลือดของแว่นแคว้น การเปลี่ยนแปลงเช่นนี้หาได้สามารถทำได้ภายในระยะเวลาสั้น ๆ ยามนี้ภัยนอกแคว้นยังมีเข้ามาไม่ขาดสาย ในยามนี้สมควรจักต้องสร้างความมั่นคงให้แว่นแคว้นเสียก่อน มิอาจทำการใดผลีผลามได้ มิเช่นนั้นแว่นแคว้นโดยรอบอาจจะฉวยโอกาสนี้เข้ามาโจมตีพวกเราได้นะพ่ะย่ะค่ะ!”

“ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ หากต้องการเปลี่ยนแปลงนั้น มิอาจต่างอันใดกับการลงดาบเลยแม้แต่น้อย หนานฉีในยามนี้ยังมิอาจรับมือกับการเปลี่ยนแปลงนี้ได้นะพ่ะย่ะค่ะ”

บทที่  799 1

บทที่  799 2

Verify captcha to read the content.VERIFYCAPTCHA_LABEL

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย