ณ ค่ายหนานต้า กองทัพใหญ่กำลังเดินทางกลับวังหลวง
ซุนเต๋อฟางพร่ำขอบคุณสวรรค์ ที่ไม่ปล่อยให้ฮ่องเต้ทรงสิ้นพระชนม์ในค่ายทหาร
“กระหม่อมน้อมส่งฝ่าบาทและฮองเฮาพ่ะย่ะค่ะ!”
เซียวอวี้ตอนมาขี่ม้า ตอนกลับเปลี่ยนเป็นนั่งรถม้า
ภายในห้องโดยสาร เขาปอกส้มให้กับเฟิ่งจิ่วเหยียนด้วยมือตนเอง เมื่อแกะออกก็ยื่นไปที่ปากนาง
เฟิ่งจิ่วเหยียนหลบหลีกด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
“หม่อมฉันไม่กิน”
เซียวอวี้เอ่ยเสริม “เราก็ไม่ชอบกินเช่นกัน มันเปรี้ยวมาก ดูเหมือนว่ารสชาติที่ถูกปากของฮองเฮากับเราจะคล้ายกัน...”
เขายังเอ่ยไม่จบ จู่ ๆ เฟิ่งจิ่วเหยียนก็หยิบส้มบนโต๊ะนั้นขึ้นมา และยัดเข้าปากในทันที
เซียวอวี้ : ?
เมื่อรู้ว่านางจงใจจะต่อต้านเขา นอกจากเขาจะไม่หงุดหงิด กลับรู้สึกสำราญใจเป็นพิเศษ
อย่างน้อยนางก็ไม่เย็นชาเหมือนคืนที่ผ่านมา
“ฝ่าบาท มีจดหมายลับพ่ะย่ะค่ะ!” เฉินจี๋รายงานอยู่ด้านนอก
เซียวอวี้ยื่นมือออกไป และหยิบจดหมายลับนั้นมา
เฟิ่งจิ่วเหยียนมองไปทางเขา เขาก็เงยหน้าขึ้นมองนาง พร้อมกับยื่นจดหมายลับไปตรงหน้านางทันที
“เจ้าอยากอ่านก่อนหรือไม่?”
เฟิ่งจิ่วเหยียนเบือนหน้าหนี “งานราชกิจเป็นเรื่องสำคัญ ท่านอย่าทำเป็นล้อเล่นเช่นนี้”
เซียวอวี้เปิดจดหมายฉบับนั้น หลังจากกวาดสายตามองคร่าว ๆ แล้ว ในดวงตาเผยให้เห็นรอยยิ้ม
จากนั้น เขาเงยหน้าขึ้นมองเฟิ่งจิ่วเหยียน
“คืนก่อนเรารับปากว่าจะมอบของขวัญชิ้นใหญ่ให้กับเจ้า เราก็เตรียมไว้พร้อมแล้ว”
สีหน้าของเฟิ่งจิ่วเหยียนเรียบเฉย จะรักหรือชังก็ไม่แยแส
“หม่อมฉันไม่ต้องการของขวัญชิ้นใหญ่อะไร”
เมื่อมีความมั่นใจก็ไม่เหมือนเดิมแล้ว เซียวอวี้คว้าตัวนางเข้ามาข้างตนเองอย่างกล้าหาญ และโอบเอวของนางไว้
“คนของเราจับคนชุดคลุมดำที่วางยาพิษผู้นั้นได้แล้ว ของขวัญชิ้นนี้ เจ้าแน่ใจหรือว่าไม่ต้องการ?”
สีหน้าของเฟิ่งจิ่วเหยียนเปลี่ยนไปเล็กน้อย
“ท่านพูดจริงหรือ?”
“อืม เหมือนกับความรู้สึกในใจของเราที่มีต่อเจ้า มันเป็นความจริง”
เฟิ่งจิ่วเหยียนดึงมือของเขาออก พร้อมเอ่ยถามอย่างจริงจัง
“เรื่องเกิดขึ้นเมื่อใด? เจอตัวได้อย่างไร? แน่ใจหรือว่าเป็นคนชุดคลุมดำผู้นั้นที่ปรากฏตัวคืนที่ผ่านมา?”
เซียวอวี้ยกริมฝีปากบางขึ้นเล็กน้อย
“ไม่โกรธแล้วหรือ?”
เฟิ่งจิ่วเหยียนเอ่ยอย่างเคร่งขรึม : “ท่านจริงจังสักหน่อย เรื่องนี้สำคัญมาก”
มันใช่เรื่องความไม่อดทนของนางหรือ?! เฟิ่งจิ่วเหยียนข่มกลั้นความโกรธไว้ และเปิดปาก ทว่าท้ายที่สุดก็ไม่ได้เอ่ยสิ่งใด
เซียวอวี้ไม่หยอกล้อนางอีก และเอ่ยออกมาตรง ๆ
“เราคิดมาตลอดว่าจะจับคนวางยาพิษผู้นั้นให้ได้ และก็เดาถูก หากเราไม่ถูกพิษวารีสวรรค์จนตาย คนผู้นั้นก็จะไม่ยอมแพ้อย่างแน่นอน และจะมองหาโอกาสอื่นที่จะลงมือ
“ดังนั้น เราจึงหาองครักษ์ลับคู่ใจผู้หนึ่งไว้ข้างกาย
“หลายปีที่ผ่านมาองครักษ์ลับผู้นี้จะทำเพียงสิ่งเดียว นั่นคือเมื่อคนวางยาพิษปรากฏตัว ก็จะต้องจับตัวคนผู้นั้นให้ได้ ในเวลาอื่นเขาก็ไม่ต่างจากคนตาย ดังนั้นนอกจากเราก็ไม่มีใครรู้ถึงตัวตนของเขา”
การเตรียมการเช่นนี้ถือว่าสมเหตุสมผลดี
ทว่าเซียวอวี้ซ่อนไว้ลึกมาก รวมถึงองครักษ์ลับผู้นั้นด้วย
หลังจากเซียวอวี้เอ่ยจบ ก็ตั้งใจเอ่ยเพิ่มเติมอีกประโยคหนึ่ง
“เราไม่ได้บอกเจ้าก่อนหน้านี้ หาใช่ว่าไม่ไว้ใจเจ้า...”
“ท่านมีแผนของท่าน หม่อมฉันเข้าใจ” เฟิ่งจิ่วเหยียนไม่ถือสาเรื่องเล็กน้อยหยุมหยิมเช่นนี้
สิ่งที่นางสนใจยิ่งกว่า นั่นคือเมื่อใดจะได้เจอคนชุดคลุมดำผู้นั้น
นางมีเรื่องมากมายที่อยากจะถามเขา
เซียวอวี้สังเกตเห็นความร้อนใจของนาง จึงเอ่ยปลอบว่า
“คนกำลังถูกนำตัวกลับไปยังเมืองหลวง หลังจากพวกเรากลับไปก็จะได้พบเขา”
เฟิ่งจิ่วเหยียนพยักหน้า ในใจลอยไปถึงเมืองหลวงแล้ว

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ปลดเหรียญไม่ได้ค่ะ รบกวนช่วยแก้ไขให้หน่อย...
สนกมากค่ะ...
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...