แคว้นหนานฉีกับเป่ยเยี่ยนสองกองทัพเผชิญหน้ากัน คั่นกลางด้วยหุบเขามรณะอันกว้างใหญ่
หุบเขามรณะนี้เส้นทางขรุขระ ไม่มีใบหญ้าเติบโตตลอดทั้งปี
หากฝ่ายใดสามารถข้ามผ่านหุบเขามรณะ ชัยชนะก็จะอยู่เพียงแค่เอื้อม
แคว้นหนานฉีเฝ้าป้องกันเป็นหลัก เป่ยเยี่ยนกลับใช้วิธีสู้รบด้วยคนจำนวนมาก
เมื่อเทียบกันแล้ว เป่ยเยี่ยนได้เปรียบกว่า
เฟิ่งจิ่วเหยียนกับเซียวอวี้ยืนอยู่ที่ลับ สามารถมองเห็นทหารเยี่ยน เข้าไปปักหลักในหุบเขามรณะแล้ว
ลมในหุบเขาผสานไปด้วยไอร้อน เฟิ่งจิ่วเหยียนมองดูธงของทหารเยี่ยน พร้อมพูดขึ้นมาด้วยเสียงเย็นชา
“อย่างน้อยก็ต้องถ่วงเวลาทหารเยี่ยนหนึ่งเดือน”
เซียวอวี้หันมามองหน้านาง “หมายความว่าอย่างไร?”
เฟิ่งจิ่วเหยียนอธิบายให้เขาฟัง
“ก่อนที่จะคุมเสบียงอาหารมา ข้าได้ส่งคนไปยังเป่ยเยี่ยน
“สาเหตุการศึกในครั้งนี้มาจากรัชทายาทเยี่ยน
“คนที่สามารถควบคุมเขาได้ มีเพียงฮ่องเต้เยี่ยน”
“เจ้าคิดอยากให้ฮ่องเต้เยี่ยน เรียกตัวรัชทายาทกลับไป?” เซียวอวี้ไม่เห็นด้วย “ฮ่องเต้เยี่ยนป่วยหนัก คงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน ไม่เช่นนั้นคงไม่ให้รัชทายาทเยี่ยน นำทหารเยี่ยนสามแสนคนออกมาล้อเล่น”
เฟิ่งจิ่วเหยียนพูดในสิ่งที่ตนเองคาดเดาออกมา
“ป่วยหนัก เป็นคำพูดที่รัชทายาทเยี่ยนป่าวประกาศแก่ภายนอก”
“ก่อนหน้านี้รัชทายาทเยี่ยนถูกกักบริเวณอยู่ในตำหนักบูรพามาตลอด ได้ครอบครองอำนาจอย่างกะทันหัน เป็นเรื่องบังเอิญเกินไป”
เซียวอวี้ก็คิดอะไรขึ้นมาได้ ดวงตาเยือกเย็นลึกล้ำ
“เจ้าสงสัยว่า รัชทายาทเยี่ยนลอบทำร้ายบิดาตนเอง?”
เฟิ่งจิ่วเหยียนกดปลายคางลงเล็กน้อย
“ใช่เพคะ”
เซียวอวี้กระตุกมุมปากเล็กน้อย แววตาที่มองดูนาง เต็มไปด้วยความชื่นชม
“การทำศึก เราสู้เจ้าไม่ได้จริง ๆ”
โชคดีที่นางละเอียดรอบคอบขนาดนี้ สามารถยื่นมือไปถึงเป่ยเยี่ยน
เฟิ่งจิ่วเหยียนมองกองไฟที่อยู่ไกลออกไป พร้อมพูดขึ้นมาอย่างเรียบเฉย
“ฝ่าบาท เคยได้ยินเพลงอาลัยของเป่ยเยี่ยนหรือไม่?”
เซียวอวี้เข้าใจความหมายเบื้องหลังในคำพูดของนาง
“แม่ทัพน้อย รู้จักใช้ความสะเทือนใจในการต่อสู้จริง ๆ”
หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วยาม
ค่ายทหารแคว้นหนานฉี ร้องเพลงอาลัยของเป่ยเยี่ยนขึ้นมา
เพลงอาลัยนี้จะร้องในงานศพ คนเป่ยเยี่ยนต่างก็รู้กัน
เสียงเพลงดังไปถึงค่ายทหารเป่ยเยี่ยน เหล่าทหารต่างมีความรู้สึกผสมปนเป สับสนกับอนาคตที่ไม่อาจรู้ได้
“องค์รัชทายาทไม่เห็นพวกเราเป็นเหมือนคน!”
พูดว่าเป็นที่นอน ความจริงก็แค่อิฐไม่กี่ก้อน แผ่นไม้หนึ่งแผ่น นำมากองรวมกันกลายเป็น “เตียง”
ทว่านางเคยชินกับการนอนบนที่นอนแบบนี้
ผ่านไปไม่นาน นางก็เข้าสู่ห้วงแห่งความฝันแล้ว
หลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วยาม
เซียวอวี้กลับมาแล้ว
เขาจ้องมองดูคนบนเตียงด้วยสายตาไม่กะพริบ จนถึงตอนนี้ยังรู้สึกเป็นเหมือนฝัน
เขาเดินไปนั่งด้านข้างเตียง ขยับเข้าไปใกล้นาง
เอื้อมมือสัมผัสคิ้วตา ริมฝีปาก ของนางอย่างไม่รู้ตัว
หากไม่ใช่เพราะนาง ยังไม่รู้ว่าเหล่าทหารจะต้องทนหิวอีกนานแค่ไหน
เมื่อนางมาถึง เขาที่เป็นเหมือนดั่งเรือที่ลอยไปตามคลื่น ในที่สุดก็มีพื้นที่ให้จอด อย่างมั่นคง
ชายแดนใต้มียุงแมลงเยอะ เป็นที่หงุดหงิดใจอย่างมาก
เพื่อให้เฟิ่งจิ่วเหยียนได้นอนอย่างสบาย เซียวอวี้หยิบตำรามาเล่มหนึ่ง ใช้แทนพัด ไล่ยุงแมลงพวกนั้น
ภาพนี้ ไม่ว่าผู้ใดมาเห็นก็ล้วนรู้สึกแปลก
จักรพรรดิแห่งแผ่นดินองค์หนึ่ง กลับพัดให้กับผู้อื่น
เมื่อเฟิ่งจิ่วเหยียนตื่นเพราะกระหายน้ำ ลืมตาขึ้นด้วยความมึนงง ยังนึกว่าตนเองอยู่ในความฝัน
ไม่เช่นนั้นจะเห็นภาพแปลกกระนี้ได้อย่างไร...ฮ่องเต้นั่งอยู่บนหัวเตียงนาง พัดให้นางด้วยสีหน้า “อ่อนโยน”...

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ปลดเหรียญไม่ได้ค่ะ รบกวนช่วยแก้ไขให้หน่อย...
สนกมากค่ะ...
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...