เมื่อเห็นคนอยู่ตรงหน้า สีหน้าเซียวอวี้ไม่สงบใจเย็นเหมือนที่ผ่านมา
ดวงตาสีดำเข้มของเขาเบิกโต แล้วก็ยิ่งโต
“ฮองเฮา! เจ้า...”
เฉินจี๋ก็อึ้งตะลึงอย่างมาก
ฮองเฮามาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?
ทันใดนั้น ก็มีเงาร่างหนึ่งผ่านสายตาไป
มองดูอีกที ฝ่าบาทได้ก้าวเดินไปแล้ว คว้าโอบกอดฮองเฮาไว้แนบอก
เฉินจี๋เห็นดังนี้ ก็ถอยออกไปอย่างเงียบ ๆ
เซียวอวี้กอดคนในอ้อมอกไว้แน่น สัมผัสความอบอุ่นของนาง
นี่เป็นการทำศึกที่ไม่มีความมั่นใจที่สุด เท่าที่เขาเคยต่อสู้มา
รัชทายาทเยี่ยนคนนั้น ไม่ทำตามกลยุทธ์ทางทหาร ใช้แต่แผนการชั่วช้า
เฟิ่งจิ่วเหยียนกำลังเอื้อมมือผลักเขา ก็ได้ยินเสียงเขาพูดขึ้นมา “ให้เรากอดครู่หนึ่ง เรา...หนาว”
ช่วงเดือนกันยายน เมืองหลวงอาจอากาศกำลังเริ่มเย็น ทว่าชายแดนใต้ไม่หนาว ยังร้อนด้วยซ้ำ
เฟิ่งจิ่วเหยียนผลักเขาออก
“ทานอาหารก่อน”
เขาไม่หิว ทว่านางหิวแล้ว
เมื่อคืนนางฆ่าทหารศัตรูไปมากมายทั้งคืน จึงสามารถแย่งเส้นทางส่งเสบียงมาได้
กลางวันนี้ก็เร่งเดินทางนำเสบียงมาส่ง ไม่ได้หยุดพักเลย
เซียวอวี้คิดขึ้นมาได้ทันที
“พวกเขาให้เจ้าเป็นผู้มาส่งเสบียงได้อย่างไร!”
สมควรตาย!
แคว้นหนานฉีไม่มีคนแล้วหรือ!
ถึงต้องส่งฮองเฮามายังสนามรบ!
เฟิ่งจิ่วเหยียนอธิบายอย่างง่าย ๆ
“สถานการณ์บังคับ”
เซียวอวี้อดทนไม่ไหว โอบกอดนางไว้อีกครั้ง
เวลานี้ ขุนพลมุทะลุคนหนึ่งวิ่งเข้ามา
“ฝ่าบาท! มีอาหารแล้ว! ! ราชสำนักนำเสบียงอาหารมาถึง...”
พูดได้ครึ่งหนึ่ง ก็สบกับสายตาเย็นชาของฝ่าบาท
เมื่อมองดูอีกที ก็เห็นภาพฮ่องเต้กับฮองเฮาใกล้ชิดกัน
ขุนพลคนนั้นรีบปิดตาไว้
“อ้าก! ฝ่าบาทล่ะ? ข้ามาผิดกระโจมแล้วหรือ? แสงมืดไม่มีไฟ มองอะไรไม่เห็นเลย”
เซียวอวี้ไม่ถูกรบกวน โอบกอดเฟิ่งจิ่วเหยียนต่อ พร้อมพูดขึ้นมาด้วยเสียงแหบ
“เจ้าทำใจไม่ได้ที่จะปล่อยให้เราตาย”
เฟิ่งจิ่วเหยียนผลักเขาออกอีกครั้ง พร้อมอธิบายอย่างสงบ
“หากท่านเป็นอะไรไปจริง ๆ ข้าที่เป็นคนพูดกล่อมให้ท่านกรีธาทัพมาทำศึกด้วยพระองค์เอง ยากที่จะปฏิเสธความรับผิดชอบ ดังนั้นข้าจึงมา”
ที่นางพูดเช่นนี้ เพราะไม่อยากให้เขาเข้าใจอะไรผิด
ทว่าเซียวอวี้ เข้าใจอะไรผิดมากมายตั้งแต่แรกแล้ว
สองเดือนกว่าแล้ว ในที่สุดเหล่าทหารก็สามารถได้ทานอิ่มหนึ่งมื้อ
มองเห็นเนื้อพวกนั้น ดวงตาของพวกเขาสว่างไสวยิ่งกว่าดวงดาวบนฟ้า
พวกเขาไม่รู้ว่า ระหว่างทางที่ฮองเฮานำเสบียงอาหารมาส่ง ผ่านเหตุการณ์อกสั่นขวัญหายมากแค่ไหน เสียเลือดผู้คนมากแค่ไหน เพื่อแลกกับอาหารของพวกเขาในมื้อนี้
เฉินจี๋นำอาหารของฮ่องเต้กับฮองเฮามาส่งให้ในกระโจม
เดิมยังเป็นกังวลว่าจะเห็นภาพอะไรที่ไม่เหมาะสม หลังจากเข้ามาแล้ว กลับเห็นฝ่าบาทกับฮองเฮายืนอยู่ข้างโต๊ะทราย พูดถึงกลยุทธ์การโจมตีต่าง ๆ เขาฟังจนมึนหัว
“ฝ่าบาท ฮองเฮา ทานอาหารได้แล้วพ่ะย่ะค่ะ”
เซียวอวี้เป็นฮ่องเต้ แม้เหล่าทหารหิวโหย ก็ปล่อยให้เขาต้องหิวไม่ได้
ทว่าเขาก็ไม่ได้ทานเนื้อมาหลายวันแล้ว
เฟิ่งจิ่วเหยียนเงียบไปครู่หนึ่ง “ทว่าท่านคือฮ่องเต้”
เซียวอวี้พูดขึ้นมาอย่างเคร่งขรึม
“หากแม้แต่ชายแดนใต้ก็เฝ้ารักษาไว้ไม่ได้ เราจะเอาหน้าที่ไหนไปเป็นเจ้าแผ่นดินแคว้นหนานฉี ฟ้าถล่มลงมาคนที่ตัวสูงต้านทานไว้ เราก็คือคนตัวสูงคนนั้น”
จากนั้นก็จับมือนางไว้ พร้อมพูดกล่อม
“เรารู้จักบันยะบันยัง ไม่ถึงขนาดจะต้องตายอยู่ที่นี่ หลายวันมานี้ เราส่งคนไปตอบโต้อย่างต่อเนื่อง รู้ตำแหน่งของ ‘ปืนมังกรไฟ’ชัดเจนแล้ว”
“ข้าจะอยู่ต่อ” เฟิ่งจิ่วเหยียนพูดขึ้นมาอย่างเด็ดเดี่ยว
ถึงแม้เซียวอวี้จะแปลกใจ แต่ก็สามารถเข้าใจได้
ดังนั้น เขาจึงไม่พูดเรื่องที่จะส่งนางกลับไปอีก
……
ข้างนอกกระโจม
เหล่าทหารอิ่มหมีพีมัน รวมตัวกันพูดคุยขึ้นมา
“ฮองเฮางดงามมาก ต่อไปข้าหาภรรยา ก็จะต้องหาแบบนี้!”
“ฝันไปเถอะ! กล้าคิดนะเนี่ย!”
“จะว่าไป พวกเจ้าไม่รู้สึกแปลกหรือ? ทำไมถึงให้ฮองเฮาคุมเสบียงอาหารมาส่ง?”
“ขุนนางทุจริตเพ่นพ่าน น่าจะกลัวเสบียงอาหารเหล่านี้ทุกคนอื่นเอาไปกระมัง”
“ก็ใช่ มีแต่ภรรยาของตนเองที่รู้จักเป็นห่วง คนอื่นนั้นไม่สนใจฝ่าบาท...”
“แค่ก ๆ!” เสียงไอขัดจังหวะคำพูดคุยกันของเหล่าทหาร
เมื่อหันไปดู ก็เห็นฝ่าบาทกับฮองเฮาออกมาแล้ว
“ถวายบังคมฝ่าบาท ฮองเฮา”
เซียวอวี้พูดขึ้นมาด้วยเสียงต่ำ “ไม่ต้องมากพิธี พวกเจ้าคุยกันต่อ”
คำพูดเมื่อครู่นั้น เขาชอบฟัง
แต่เรื่องการสู้รบสำคัญกว่า เขาหันไปพาเฟิ่งจิ่วเหยียนไปตรวจดูสภาพภูมิประเทศ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ปลดเหรียญไม่ได้ค่ะ รบกวนช่วยแก้ไขให้หน่อย...
สนกมากค่ะ...
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...