เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 456

หลังจากวันนั้น ตำหนักหย่งเหอมักจะคลาคล่ำไปด้วยผู้คน

บรรดานางสนมมารวมตัวกันที่นี่ เพื่อเย็บปักพื้นหลังของรองเท้า และเริ่มทำเสื้อนวมสำหรับฤดูหนาวให้เหล่าทหารชายแดน

“ฮองเฮาเพคะ พวกเราทำเช่นนี้ จักถือเป็นการสร้างผลงานด้วยหรือไม่เพคะ?” นางสนมเจียเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม

เฟิ่งจิ่วเหยียนกดคางลงเล็กน้อย “แน่นอน”

บางคนถูกเอาอกเอาใจมาตั้งแต่เล็ก การให้พวกนางเย็บพื้นหลังของรองเท้าที่ใช้งานได้จริงเหล่านี้ ย่อมเป็นเรื่องที่ค่อนข้างลำบาก

ทว่าพวกนางเต็มใจเรียนรู้ และไม่เกี่ยงงานเลย

มู่หรงฉานก็อยู่ในหมู่ผู้คนเช่นกัน และนี่เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่า รอยยิ้มบนใบหน้าของทุกคนเป็นความจริง ที่ออกมาจากใจจริง

ทันใดนั้นนางพลันตระหนักได้ ในอดีต นางคิดว่าสามารถดึงเหล่าสนมมาเป็นพวกได้ด้วยผลประโยชน์ทุกชนิด ความจริงแล้ว รอยยิ้มที่พวกนางมอบให้ตนเองในยามนั้น มิได้จริงใจเฉกเช่นในวันนี้เลย

นางไม่มีความจริงใจต่อผู้อื่นฉันใด อีกฝ่ายก็ไม่จริงใจด้วยฉันนั้น

เช่นเดียวกับไทฮองไทเฮา

นางเคยคิดว่า ไทฮองไทเฮารักหลานสาวเช่นนางด้วยใจจริง เสมือนกับที่รักญาติผู้พี่หญิงเมื่อในอดีต

ทว่าเมื่อไทฮองไทเฮาทราบว่านางมีบุตรยาก ก็พลันทิ้งขว้างนางเหมือนรองเท้าเสื่อมสภาพ และไม่อยากพูดกับนางสักคำด้วยซ้ำ

ราชวงศ์ไร้ความเมตตาดังที่คิด!

เมื่อคิดเช่นนี้ มู่หรงฉานพลันรู้สึกจิตใจหนักอึ้งอย่างหาที่เปรียบมิได้

นางเสียใจจริง ๆ ที่ไม่เชื่อฟังรุ่ยอ๋อง และเข้ามาในพระราชวังอย่างดื้อรั้น

ถึงยามนี้นางไม่ได้รับอะไรเลยสักอย่าง มิหนำซ้ำยังสูญเสียไปมากมาย

หากอยู่นอกพระราชวัง นางคงจะได้พบสามี ที่ไม่ต้องสงสัยในความรักของเขาตั้งนานแล้ว...

มู่หรงฉานบังเกิดความคิดที่จะหลบหนีออกจากพระราชวังแห่งนี้เป็นครั้งแรก

นอกตำหนักหย่งเหอ

หนิงเฟยเดินผ่านมา และเมื่อได้ยินเสียงพูดคุยพลางหัวเราะในตำหนัก ก็พ่นลมหายใจผ่านจมูกอย่างเย็นชา

“ฮองเฮามีความคิดให้พวกเรามานั่งเย็บปักพื้นหลังของรองเท้าให้ทหารเหล่านั้น ช่างไร้ประโยชน์จริง ๆ ”

สาวใช้พูดอย่างเอาใจ “พวกนางล้วนตกตะลึงกันหมดเพคะ หากฝ่าบาททรงทราบว่าพวกนางกำลังเย็บรองเท้าให้ชายอื่น จะต้อง...”

“เจ้าต่างหากที่โง่! แม้จะไม่มีสิ่งเหล่านี้ ฝ่าบาทก็จะไม่โปรดปรานพวกนาง”

“เพคะ กุ้ยเหรินเอ่ยได้ถูกต้องแล้ว”

ทว่าหลังจากนั้น นางเห็นเจ้านายของตนเองเดินเข้าตำหนักหย่อเหอเช่นกัน

สาวใช้ : ???

……

ณ ชายแดนใต้

เซียวอวี้ทำตามแผนการที่เฟิ่งจิ่วเหยียนชี้แนะ โดยพบปะอ๋องแห่งหนานเจียงเป็นการส่วนตัว ณ ชายแดนระหว่างสองแคว้น

อ๋องแห่งหนานเจียงมีความอาวุโสกว่าเซียวอวี้หนึ่งรุ่น รูปร่างสูงใหญ่กำยำ และถือกระถางหลอมกู่ทองสัมฤทธิ์ไว้ในมือข้างหนึ่ง

เมื่อเห็นบุรุษผู้หนึ่งนั่งอยู่ในศาลาจากระยะไกล เขาจึงลดเสียงลงถามคนด้านข้าง

“นั่นคือ ฮ่องเต้ฉีจริงหรือ?”

“ถวายบังคมอ๋องแห่งหนานเจียงพ่ะย่ะค่ะ!” องครักษ์ในเครื่องแบบเน้นความคล่องตัวตลอดสองข้างทางทำความเคารพอย่างพร้อมเพรียง ทำให้อ๋องแห่งหนานเจียงตกตะลึง

ทว่าเขายังคงท่าทางสงบนิ่งไว้ พลางก้าวเดินต่อไปข้างหน้า

ในศาลา เซียวอวี้เป็นฝ่ายยืนขึ้นเพื่อให้การต้อนรับก่อน

ภายนอกนั้นอ๋องแห่งหนานเจียงดูเมินเฉย และไม่ยอมนั่งลง

เหตุใดอ๋องแห่งหนานเจียงผู้นี้ จึงแตกต่างจากที่เขาจินตนาการไว้? ดูเหมือนฟังภาษามนุษย์ไม่ค่อยเข้าใจ

เขาหยุดพูดจาอ้อมค้อม และกล่าวตามตรง

“แคว้นหนานฉีมีวีรบุรุษมากมาย และเราไม่จำเป็นต้องนำทัพเป็นการส่วนตัว สาเหตุที่มาเยือนชายแดนใต้ครั้งนี้ แค่อยากจะพบปะกับท่าน เพื่อแก้ไขความเข้าใจผิดระหว่างสองแคว้น และไม่ให้เป่ยเยี่ยนฉวยโอกาสจากสถานการณ์นี้ได้”

อ๋องแห่งหนานเจียงตกใจไม่น้อย

ฮ่องเต้ฉีพระองค์นี้เดินทางไกลนับพันลี้ เพื่อมาพบเขาหรือ?

หวนนึกถึงเป่ยเยี่ยนอีกครั้ง ในแรกเริ่มก็มีการส่งราชทูตที่วางท่าทางเย่อหยิ่งเทียมฟ้ามาเพียงคนเดียว และกองทัพห้าหมื่นนายก็เหมือนให้ทานเสียมากกว่า

เพียงประโยคเดียวที่กระแทกหัวใจของเขาได้——[หนานฉีสร้างปัญหาซ้ำแล้วซ้ำเล่า นั่นคือการไม่เห็นหนานเจียงอยู่ในสายตา อ๋องแห่งหนานเจียง ศักดิ์ศรีของท่านอยู่ที่ไหน?]

เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว ฮ่องเต้ฉีพระองค์นี้ ดูเหมือนแตกต่างออกไป

อ๋องแห่งหนานเจียงไตร่ตรองครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อนจะยอมนั่งลง

เซียวอวี้นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเขา หยิบถ้วยชาบนโต๊ะขึ้นมาใกล้จมูก พลางสูดดมกลิ่น จากนั้นค่อย ๆ เอ่ย

“ดื่มชาควรลิ้มรสช้า ๆ แม้ว่าหนานเจียงจะเป็นแคว้นเล็ก ทว่ามีจิตใจของวีรบุรุษที่หยิ่งในศักดิ์ศรี เดิมคิดว่าไม่ใช่แคว้นที่น่ากลัว ทว่าเมื่อได้เปรียบเทียบจึงรู้ว่า หนานเจียงมิด้อยกว่าเป่ยเยี่ยนเลย”

มุมปากของอ๋องแห่งหนานเจียงยกโค้งขึ้นโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะพยายามระงับไว้ และรักษารูปลักษณ์เคร่งขรึม

“ในเมื่อฮ่องเต้ฉีรู้ดีว่าหนานเจียงถูกเอาเปรียบไม่ง่าย ก็ควรเป็นฝ่ายถอยทัพ!”

เซียวอวี้มีท่าทางใจเย็น

“เช่นนั้นจะไม่ทำให้หนานเจียงพ่ายแพ้ราบคาบต่อเป่ยเยี่ยน เร็วขึ้นหรือ?”

ประกายแสงเจิดจ้าวาบผ่านดวงตาของอ๋องแห่งหนานเจียง ได้ยินความหมายแฝงของเขาอย่างชาญฉลาด และถามหยั่งเชิง

“ท่านต้องการสู้กับเป่ยเยี่ยนหรือ?”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย