เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 390

ในห้องทรงพระอักษร

หลิวซื่อเหลียงนำยาทาแผลน้ำร้อนลวกมาวางบนโต๊ะแล้ว

เขาหูตาว่องไว แค่เห็นฮองเฮาอยู่ด้านในด้วย ไม่ต้องรอได้รับคำสั่งจากฮ่องเต้ก็ถอยพรวดพราดออกไปแล้ว

เซียวอวี้นั่งลงตรงนั้นและวางมือไว้บนโต๊ะ

เฟิ่งจิ่วเหยียนอยู่ตรงข้ามกับเขา เริ่มจากพับแขนเสื้อของเขาขึ้นมาก่อน ถึงมองเห็นตำแหน่งทั้งหมดที่ถูกน้ำร้อนลวก

ตอนอยู่ที่ค่ายทหารนางก็ทำแผลใส่ยาอยู่เป็นประจำ ท่าทางจึงดูคล่องแคล่ว

แค่ผ่านไปชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น นางก็เงยหน้าขึ้น

“เสร็จแล้วเพคะ”

เซียวอวี้: รวดเร็วเพียงนี้เชียวหรือ?

เมื่อเห็นนางจะลุกขึ้น เขาพลันมองไปทางสาส์นกราบทูลที่วางกองอยู่บนโต๊ะ

“ไปหยิบสาส์นกราบทูลมา เราจะพูดแล้วเจ้าก็เขียน”

เฟิ่งจิ่วเหยียนรู้สึกแปลกใจ

“ฝ่าบาท วังหลังไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับราชกิจเพคะ”

ยิ่งไปกว่านั้นจักให้นางเขียนแทนด้วยซ้ำ

สีหน้าของเซียวอวี้ดูเรียบเฉย “ทั้งหมดเป็นสาส์นกราบทูลที่ไม่มีแก่นสาร ไม่ได้สลักสำคัญอะไร”

สาส์นกราบทูลในแต่ละวันที่เป็นเรื่องสำคัญจริง ๆ มีน้อยมาก

ส่วนใหญ่เป็นเรื่องไร้แก่นสารที่ไม่มีผลใด ๆ

เดิมทีเฟิ่งจิ่วเหยียนคิดว่าเขาพูดเกินจริง ทว่าหลังจากพลิกดูตามคำขอของเขา ถึงรู้ว่าไม่ได้พูดเกินจริงเลยสักนิด

ตัวอย่างเช่น ขุนนางท้องถิ่นแห่งหนึ่งเขียนในสาส์นกราบทูลว่า [ฝ่าบาท ดอกหรงฮวาที่เมืองเจียงเบ่งบานแล้ว มันงดงามมาก นี่เป็นบุญวาสนาของฝ่าบาทอย่างท่านที่ปกครองแว่นแคว้นด้วยความพากเพียร! กระหม่อมจึงทำเป็นดอกไม้แห้งมาถวาย เพื่อแสดงถึงความยกย่องของชาวเมืองเจียงที่มีต่อท่าน]

ในหน้าสุดท้ายของสาส์นกราบทูลยังมีดอกไม้แห้งดอกหนึ่งติดอยู่

แห้งจนออกเหลืองและแห้งจนไม่น่าดู

เฟิ่งจิ่วเหยียน: ...

เซียวอวี้เห็นจนชินกับสิ่งเหล่านี้ มันไม่มีแก่นสาร จึงออกคำสั่ง

“เจ้าก็แค่เขียนว่า ดอกไม้แห้งสวยดี แต่คราวหน้าไม่ต้องส่งมาอีกแล้ว”

เฟิ่งจิ่วเหยียนมีท่าทางลังเล

“ลายมือของหม่อมฉันไม่เหมือนกับท่าน”

“ไม่เป็นไร”

สาส์นกราบทูลไร้แก่นสารประเภทนี้ บอกได้แค่ว่าธรรมดามาก

ไม่นานเฟิ่งจิ่วเหยียนก็พลิกมาเจอสาส์นกราบทูลแปลก ๆ ฉบับหนึ่ง

ในสาส์นกราบทูลเขียนว่า---[ฝ่าบาท ใบหน้ามังกรของท่านราวกับดวงตะวันเจิดจ้า ที่คอยส่องแสงให้มวลประชา ความน่าเกรงขามของท่านดั่งภูเขาสูงตระหง่าน...ฝ่าบาท ในร้อยปีถึงจะมีจักรพรรดิผู้ปราดเปรื่องอย่างท่านสักคนหนึ่ง!]

ประเภทนี้จะเป็นการเยินยอ ใช้ถ้อยคำสวยหรู ไม่มีความสัตย์จริง

ซ้ำร้ายยังเหมือนจดหมายของชายหนุ่มที่คลั่งรักเขียนถึงหญิงสาวที่ตนหลงรัก

เฟิ่งจิ่วเหยียนนึกไม่ถึงมาก่อนว่า สาส์นกราบทูลที่ฮ่องเต้ทรงอ่านดูทุกวันจะมีหลากหลายรูปแบบเช่นนี้

ยิ่งนึกไม่ถึงคือ เซียวอวี้จะตั้งใจอ่านดูทุกฉบับ พร้อมทั้งตอบกลับด้วย

เขามองดูแล้วไม่เหมือนคนที่มีความอดทนถึงเพียงนั้น

เซียวอวี้สังเกตเห็นความสงสัยของนาง “ถึงแม้จะไร้แก่นสาร แต่นั่นแสดงให้เห็นว่าในท้องที่นั้นสงบสุข นั่นถือเป็นสิ่งที่ดี”

เฟิ่งจิ่วเหยียนรู้สึกเห็นด้วย

บ้านเมืองสงบสุขและประชาชนอยู่ร่มเย็นคือสิ่งที่ทุกคนใฝ่ฝัน

เหล่าทหารคุ้มกันชายแดนก็เพื่อความสงบสุขนี้เช่นกัน

......

ก่อนอาหารมื้อกลางวัน หลิวซื่อเหลียงเข้ามาขอคำแนะนำ

เห็นฮองเฮาทรงนั่งอยู่ตำแหน่งหลักกำลังอ่านสาส์นกราบทูล ขณะที่ฮ่องเต้ทรงนั่งอยู่ด้านข้าง มือข้างหนึ่งค้ำหน้าผาก มืออีกข้างหนึ่งฝนหมึกให้นาง สายตาทอดเอียงลงมา และมองไปยังฮองเฮาอย่างเกียจคร้าน

นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นฮ่องเต้ทรงผ่อนคลายเช่นนี้

ยิ่งไปกว่านั้น สายตาที่ฮ่องเต้ทรงมองฮองเฮา ในความเคร่งขรึมนั้นยังมีรอยยิ้มแฝงอยู่

“ฮองเฮา เจ้าเขียนผิดแล้ว”

บทที่ 390 1

Verify captcha to read the content.VERIFYCAPTCHA_LABEL

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย