ในห้องทรงพระอักษร
หลิวซื่อเหลียงนำยาทาแผลน้ำร้อนลวกมาวางบนโต๊ะแล้ว
เขาหูตาว่องไว แค่เห็นฮองเฮาอยู่ด้านในด้วย ไม่ต้องรอได้รับคำสั่งจากฮ่องเต้ก็ถอยพรวดพราดออกไปแล้ว
เซียวอวี้นั่งลงตรงนั้นและวางมือไว้บนโต๊ะ
เฟิ่งจิ่วเหยียนอยู่ตรงข้ามกับเขา เริ่มจากพับแขนเสื้อของเขาขึ้นมาก่อน ถึงมองเห็นตำแหน่งทั้งหมดที่ถูกน้ำร้อนลวก
ตอนอยู่ที่ค่ายทหารนางก็ทำแผลใส่ยาอยู่เป็นประจำ ท่าทางจึงดูคล่องแคล่ว
แค่ผ่านไปชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น นางก็เงยหน้าขึ้น
“เสร็จแล้วเพคะ”
เซียวอวี้: รวดเร็วเพียงนี้เชียวหรือ?
เมื่อเห็นนางจะลุกขึ้น เขาพลันมองไปทางสาส์นกราบทูลที่วางกองอยู่บนโต๊ะ
“ไปหยิบสาส์นกราบทูลมา เราจะพูดแล้วเจ้าก็เขียน”
เฟิ่งจิ่วเหยียนรู้สึกแปลกใจ
“ฝ่าบาท วังหลังไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับราชกิจเพคะ”
ยิ่งไปกว่านั้นจักให้นางเขียนแทนด้วยซ้ำ
สีหน้าของเซียวอวี้ดูเรียบเฉย “ทั้งหมดเป็นสาส์นกราบทูลที่ไม่มีแก่นสาร ไม่ได้สลักสำคัญอะไร”
สาส์นกราบทูลในแต่ละวันที่เป็นเรื่องสำคัญจริง ๆ มีน้อยมาก
ส่วนใหญ่เป็นเรื่องไร้แก่นสารที่ไม่มีผลใด ๆ
เดิมทีเฟิ่งจิ่วเหยียนคิดว่าเขาพูดเกินจริง ทว่าหลังจากพลิกดูตามคำขอของเขา ถึงรู้ว่าไม่ได้พูดเกินจริงเลยสักนิด
ตัวอย่างเช่น ขุนนางท้องถิ่นแห่งหนึ่งเขียนในสาส์นกราบทูลว่า [ฝ่าบาท ดอกหรงฮวาที่เมืองเจียงเบ่งบานแล้ว มันงดงามมาก นี่เป็นบุญวาสนาของฝ่าบาทอย่างท่านที่ปกครองแว่นแคว้นด้วยความพากเพียร! กระหม่อมจึงทำเป็นดอกไม้แห้งมาถวาย เพื่อแสดงถึงความยกย่องของชาวเมืองเจียงที่มีต่อท่าน]
ในหน้าสุดท้ายของสาส์นกราบทูลยังมีดอกไม้แห้งดอกหนึ่งติดอยู่
แห้งจนออกเหลืองและแห้งจนไม่น่าดู
เฟิ่งจิ่วเหยียน: ...
เซียวอวี้เห็นจนชินกับสิ่งเหล่านี้ มันไม่มีแก่นสาร จึงออกคำสั่ง
“เจ้าก็แค่เขียนว่า ดอกไม้แห้งสวยดี แต่คราวหน้าไม่ต้องส่งมาอีกแล้ว”
เฟิ่งจิ่วเหยียนมีท่าทางลังเล
“ลายมือของหม่อมฉันไม่เหมือนกับท่าน”
“ไม่เป็นไร”
สาส์นกราบทูลไร้แก่นสารประเภทนี้ บอกได้แค่ว่าธรรมดามาก
ไม่นานเฟิ่งจิ่วเหยียนก็พลิกมาเจอสาส์นกราบทูลแปลก ๆ ฉบับหนึ่ง
ในสาส์นกราบทูลเขียนว่า---[ฝ่าบาท ใบหน้ามังกรของท่านราวกับดวงตะวันเจิดจ้า ที่คอยส่องแสงให้มวลประชา ความน่าเกรงขามของท่านดั่งภูเขาสูงตระหง่าน...ฝ่าบาท ในร้อยปีถึงจะมีจักรพรรดิผู้ปราดเปรื่องอย่างท่านสักคนหนึ่ง!]
ประเภทนี้จะเป็นการเยินยอ ใช้ถ้อยคำสวยหรู ไม่มีความสัตย์จริง
ซ้ำร้ายยังเหมือนจดหมายของชายหนุ่มที่คลั่งรักเขียนถึงหญิงสาวที่ตนหลงรัก
เฟิ่งจิ่วเหยียนนึกไม่ถึงมาก่อนว่า สาส์นกราบทูลที่ฮ่องเต้ทรงอ่านดูทุกวันจะมีหลากหลายรูปแบบเช่นนี้
ยิ่งนึกไม่ถึงคือ เซียวอวี้จะตั้งใจอ่านดูทุกฉบับ พร้อมทั้งตอบกลับด้วย
เขามองดูแล้วไม่เหมือนคนที่มีความอดทนถึงเพียงนั้น
เซียวอวี้สังเกตเห็นความสงสัยของนาง “ถึงแม้จะไร้แก่นสาร แต่นั่นแสดงให้เห็นว่าในท้องที่นั้นสงบสุข นั่นถือเป็นสิ่งที่ดี”
เฟิ่งจิ่วเหยียนรู้สึกเห็นด้วย
บ้านเมืองสงบสุขและประชาชนอยู่ร่มเย็นคือสิ่งที่ทุกคนใฝ่ฝัน
เหล่าทหารคุ้มกันชายแดนก็เพื่อความสงบสุขนี้เช่นกัน
......
ก่อนอาหารมื้อกลางวัน หลิวซื่อเหลียงเข้ามาขอคำแนะนำ
เห็นฮองเฮาทรงนั่งอยู่ตำแหน่งหลักกำลังอ่านสาส์นกราบทูล ขณะที่ฮ่องเต้ทรงนั่งอยู่ด้านข้าง มือข้างหนึ่งค้ำหน้าผาก มืออีกข้างหนึ่งฝนหมึกให้นาง สายตาทอดเอียงลงมา และมองไปยังฮองเฮาอย่างเกียจคร้าน
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นฮ่องเต้ทรงผ่อนคลายเช่นนี้
ยิ่งไปกว่านั้น สายตาที่ฮ่องเต้ทรงมองฮองเฮา ในความเคร่งขรึมนั้นยังมีรอยยิ้มแฝงอยู่
“ฮองเฮา เจ้าเขียนผิดแล้ว”

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปอดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวีธีแก้ไขให้ด้วยค่ะ...