เมื่อฮูหยินเฟิ่งต้องมาเผชิญหน้ากับฝ่าบาทเป็นครั้งแรกเช่นนี้ ทำเอานางรู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่างยิ่ง
ถึงแม้เซียวอวี้จักอนุญาตให้นางนั่งลงก็ตาม ทว่า นางคล้ายกับตนเองนั่งอยู่เบาะที่มีเข็มก็ไม่ปาน
แม้แต่ชาที่ข้ารับใช้รินให้นั้น นางก็ยังมิกล้าแตะต้อง
เมื่อเห็นฮูหยินเฟิ่งมีท่าทีตื่นเต้นเช่นนี้ เซียวอวี้จึงเอ่ยขึ้นมาว่า
“มิต้องตระหนกถึงเพียงนั้น เราเพียงแค่อยากจะถามอะไรบางอย่างเท่านั้น หลังจากที่ฮองเฮาเกิดออกมาแล้วถูกส่งไปยังตระกูลเมิ่งนั้น เรื่องของนางพวกเจ้ารู้มากเท่าใดกัน”
เมื่อเซียวอวี้เอ่ยถามเรื่องนี้ขึ้นมา ทำเอาฮูหยินเฟิ่งยิ่งตื่นตระหนกมากขึ้นไปอีก
นางพลันลุกขึ้นพร้อมเอ่ยปฏิเสธออกมาในทันที
“ฝ่าบาทเพคะ หม่อมฉันมิทราบว่าผู้ใดเอ่ยเรื่องราวไร้สาระเช่นนี้ขึ้นมา ทว่า ฮองเฮาได้รับการเลี้ยงดูอยู่ภายในตระกูลเฟิ่งมาโดยตลอดเพคะ หาได้มีส่วนเกี่ยวข้องอันใดกับตระกูลเมิ่งไม่!”
แววตาของเซียวอวี้พลันมืดครึ้มลง
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของฮูหยินเฟิ่งเป็นเช่นนี้แล้ว เกรงว่าถามไปคงมิได้คำตอบอะไรกลับมาเท่าใดนัก
หากเค้นถามต่อไป เกรงว่าจักให้นางเป็นลมไปได้
เซียวอวี้จึงออกคำสั่งเสียงเข้มมาว่า
“ส่งตัวฮูหยินเฟิ่งออกจากวัง”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
ฮูหยินเฟิ่งจึงรีบกลับไปที่จวนด้วยจิตใจที่ตุ้ม ๆ ต่อม ๆ พลางบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้กับนายท่านเฟิ่งในทันที
หลังจากที่รู้ว่าเฟิ่งจิ่วเหยียนไม่มีความตั้งใจที่จะเปิดเผยเรื่องที่ตนเองเข้ามงคลสมรสแทนนั้น นายท่านเฟิ่งพลันรู้สึกโล่งอกออกมาในทันที
ทว่า เมื่อได้ยินว่าฝ่าบาทกำลังสงสัยในเรื่องนี้นั้น
หัวใจของนายท่านเฟิ่งถึงกับสั่นระรัวขึ้นมาอีก
“แย่แล้ว!”
หากฝ่าบาทเกิดสงสัยในเรื่องนี้ขึ้นมานั้น พระองค์ย่อมต้องทำการสืบค้นหาความจริงอย่างแน่นอน
ภายในใจของนายท่านเฟิ่งถึงกับเต้นตุ้ม ๆ ต่อม ๆ ออกมา พร้อมเหงื่อเย็น ๆ ที่ผุดออกมาทั่วร่าง
ต้องโทษที่ฮองเฮามิลงไปแก่งแย่งชิง ทั้งยังมิยอมประสูติพระโอรสออกมาอีก
ทำเอาบิดาบังเกิดเกล้าของตนเองต้องมาอกสั่นขวัญหายไปด้วย
……
กรมศัสตราวุธ
ราชทูตเป่ยเยี่ยนนึกโมโหหงุดหงิดยิ่งนัก
“นี่ก็ผ่านมาหลายวันแล้ว ปืนหอกไฟยังทำไม่เสร็จอีกหรือ! มิใช่ว่าตั้งใจถ่วงเวลาออกไปหรืออย่างไร?”
หัวหน้างานยังคงเอ่ยออกมาเช่นเดิม “ใกล้แล้ว ใกล้แล้ว”
ในขณะเดียวกัน
ภายในคุกเทียนเหลา
เฉียวม่อที่ได้รับคำสั่งให้ทำการปรับปรุงปืนหอกไฟนั้น ก็ถูกนำตัวมาอยู่ที่ห้องขังเดี่ยวในทันที รอบด้านหาได้มีนักโทษคนอื่น ๆ ไม่ เพื่อให้นางได้มีสมาธิจดจ่อกับงานที่ตนเองได้รับ
ด้านในนั้น ยังมีของที่นางจำเป็นจักต้องใช้เช่นดินสอกระดาษ โต๊ะตัวเล็ก เมื่อผ่านการจัดการที่รอบคอบขององค์หญิงใหญ่นั้น หลายวันที่ผ่านมานี้ เฉียวม่อหาได้ถูกทรมานอันใดไม่ สีหน้าจึงดูดีขึ้นมาก
ยามเที่ยง พลันมีผู้คุมคนหนึ่งเข้ามาส่งอาหารให้กับเฉียวม่อ ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ด้วยความระมัดระวัง เมื่อมั่นใจว่าไม่มีผู้ใดแล้วนั้น เขาจึงกระซิบเสียงเบาออกมาว่า
“ใต้เท้าเมิ่งขอรับ ไทเฮามีรับสั่งห้ามมิให้องค์หญิงใหญ่มาหาท่านที่คุกเทียนเหลา องค์หญิงใหญ่จึงสั่งให้ข้ามาส่งข่าวให้ท่านแทนขอรับ”
พูดจบผู้คุมพลันส่งมอบป้ายคำสั่งมาให้นางอย่างระมัดระวัง
“องค์หญิงกล่าวว่า รอวันที่ท่านจักกลับมาผงาดอีกครั้ง”
ระหว่างประตูคุกนั้น เฉียวม่อพลันโค้งกายคำนับเขาเพื่อทำความเคารพ
“ขอบพระทัยในความเชื่อใจที่องค์หญิงใหญ่มอบให้กับข้า ฝากท่านกลับไปบอกพระองค์ด้วย บุญคุณของนางในครานี้ ข้าจักมิมีวันลืมเลือนเลย”
หลังจากผู้คุมออกไปแล้วนั้น สายตาของเฉียวม่อพลางกลับมาเย็นชาในทันที
……
ราตรีที่มืดมิด
ตำหนักหย่งเหอ
เซียวอวี้ที่กำลังเล่นหมากกับเฟิ่งจิ่วเหยียนอยู่นั้น
หมากขาวดำบนกระดานที่กำลังเผชิญหน้ากันด้วยความดุเดือด
จู่ ๆ เซียวอวี้พลันเอ่ยขึ้นมาว่า
“ปล่อยหลิงเยี่ยนเอ๋อร์ไปแล้วหรือ”
เฟิ่งจิ่วเหยียนเคยให้สัญญาเอาไว้ ตราบใดที่เฉียวม่อถูกลงโทษ นางจักปล่อยหลิงเยี่ยนเอ๋อร์ไป
เรื่องนี้ นางได้มอบหมายให้อู๋ไป๋ไปจัดการแล้ว


VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปอดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวีธีแก้ไขให้ด้วยค่ะ...