ไทฮองไทเฮาหันมองไปข้างนอก ดวงตาเบิกโตอย่างไม่รู้ตัว
“ฮ่องเต้? เจ้ามาทำอะไร!”
นางมาจัดการฮองเฮาเป็นการส่วนตัว ไม่ได้บอกเซียวอวี้รับรู้
เซียวอวี้ก้าวเท้ายาวเข้ามาในตำหนัก ใช้เท้ากระทืบข้าหลวงที่คิดจะลงมือทำร้ายเฟิ่งจิ่วเหยียน พร้อมทั้งปกป้องนางไว้ข้างหลัง เผชิญหน้ากับไทฮองไทเฮาโดยตรง
“เสด็จย่า ควรเป็นเราถามท่าน ท่านทำอะไรอยู่ที่นี่”
เขาสวมอาภรณ์สีม่วง สีหน้าเยือกเย็นชา เป็นเหมือนดั่งหุบเขาหิมะ คนเห็นแล้วรู้สึกหวาดกลัว
เฟิ่งจิ่วเหยียนแอบเก็บอาวุธลับไว้
ไทฮองไทเฮานั่งอยู่ตรงนั้น พูดขึ้นมาอย่างไม่รู้สึกผิดเลยสักนิดว่า
“ข้าทำเช่นนี้ ล้วนเพื่อความมั่นคงของแผ่นดิน
“สตรีตระกูลเฟิ่งไม่ควรเข้าวัง ยิ่งไม่ควรเป็นฮองเฮาของเจ้า”
ฮ่องเต้กตัญญูต่อนางมาตลอด นางไม่เชื่อว่า ฮ่องเต้จะไม่เชื่อฟังนางเพราะเหตุนี้
ดวงตาสีเข้มของเซียวอวี้หนักหน่วงมืดมน
“เราได้ให้นางมาอยู่ในตำหนักเย็นแล้ว เสด็จย่าอย่าบีบคั้นกันจนเกินไป ยิ่งไปกว่านั้น เราเคยพูดแล้วว่า เราไม่เคยเชื่อในคำทำนายของหนังสือแห่งโชคชะตาในปีนั้น”
ปัง!
ไทฮองไทเฮาฟาดตบโต๊ะอย่างโกรธโมโห
“ฮ่องเต้ เจ้าจะเลอะเลือนไม่ได้!
“ผู้หญิงคนนี้...นางจะเป็นภัยพิบัติ!
“เจ้าดู เพื่อนาง เจ้าไม่เคารพข้าแล้ว...”
รอบกายเซียวอวี้กดดันน่าเกรงขาม
เขาไม่พูดอะไรมาก มีคำสั่งขึ้นมาโดยตรงว่า
“น้อมส่งไทฮองไทเฮากลับตำหนักวั่นโซ่ว!”
“บังอาจ!” ไทฮองไทเฮาไม่ยอมไป พร้อมพูดขึ้นมาว่า “วันนี้ข้าจะต้องกำจัดหายนะนี้! ฮ่องเต้ เจ้าหลีกไป!”
เซียวอวี้ไม่พูดอะไร แม้แต่พวกข้าหลวงที่ไทฮองไทเฮาพามา ก็ไม่กล้าลงมือทำอะไร
พวกเขาต่างมองหน้ากันอย่างไม่เคลื่อนไหว
ไทฮองไทเฮาโกรธจนลุกขึ้นมา พร้อมพูดขึ้นว่า
“ฮ่องเต้ เจ้าจะขัดคำสั่งข้าใช่ไหม?”
สีหน้าเซียวอวี้เคร่งขรึม พร้อมพูดสั่งเฉินจี๋ว่า
“เชิญไทฮองไทเฮาเสด็จออกไป!”
เฉินจี๋พาองครักษ์มาจำนวนหนึ่ง ล้อมรอบไทฮองไทเฮาไว้
พวกเขาพูดขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียงกันว่า “น้อมส่งไทฮองไทเฮากลับตำหนักวั่นโซ่ว!”
สีหน้าไทฮองไทเฮาย่ำแย่อย่างมาก
“เจ้า พวกเจ้า...”
ดวงตาเซียวอวี้คู่นั้น ลึกล้ำเฉียบคม พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวว่า
“ฮองเฮาเป็นภรรยาของเรา เสด็จย่า ท่านเป็นผู้อาวุโส เราเคารพท่านมาตลอด แต่ท่านก็ควรรู้ว่า อะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ”
ไทฮองไทเฮาฟังคำพูดประโยคนี้แล้วก็เสียใจ ล้มนั่งกลับไปบนเก้าอี้
ไม่นาน นางส่ายหัวอย่างผิดหวัง
“ข้าล้วนทำเพื่อเจ้า! เจ้าถูกผู้หญิงคนนี้ทำให้ลุ่มหลงจนเสียสติไปแล้ว!”
ถึงว่าเจ้าไม่ยอมประทานพระราชโองการปลดฮองเฮาสักที
ที่แท้เขาหน้าไหว้หลังหลอก ทำส่งๆ ให้นางที่เป็นเสด็จย่าคนนี้
สุดท้าย ไทฮองไทเฮาถูกส่งออกมาจากตำหนักเย็น
เรื่องของเฉียวม่อ ต้องรีบจัดการโดยเร็วแล้ว
……
จวนองครักษ์อารักขาประตู
เฉียวม่อหน้าบึ้งคิ้วขมวด
นางดูตำราอาวุธตั้งมากมายแล้ว แต่ก็ยังไม่พบอะไรเลย
ทั้งที่รู้ว่าปัญหาของปืนหอกไฟคือฉนวน แต่ก็ไม่สามารถหาวัสดุที่เหมาะสมมาทดแทนแผงฉนวนที่มีอยู่ได้
พวกคนในกรมศัสตราวุธ ช่วยอะไรไม่ได้เลย เอาปัญหายุ่งยากทิ้งไว้ให้กับนางคนเดียว
ล้วนเป็นพวกไม่ได้เรื่องจริงๆ !
นางหมกมุ่นอยู่กับการศึกษาเรื่องนี้ กลับไม่รู้ว่า เวลานี้ ข้างนอกจวน อู๋ไป๋ฉวยโอกาสช่วงเวลาที่ซื้อผัก ได้จับกุมตัวชายขายผักที่น่าสงสัยไป
หลังจากที่อู๋ไป๋สอบสวน ชายขายผักคนนั้นก็ยอมสารภาพว่า
“ท่านผู้กล้าไว้ชีวิตด้วยเถอะ ข้าไม่รู้หนังสือ ได้รับการไหว้วานจากแม่ทัพน้อยเมิ่ง หากนางเป็นอะไรตายไป ก็ให้นำจดหมายฉบับนี้ติดประกาศออกไป เรื่องอย่างอื่นนั้นข้าไม่รู้เรื่องอะไรเลย!”
“จดหมายล่ะ!” อู๋ไป๋เค้นถามอย่างเฉียบขาด
“จดหมาย...จดหมายข้าซ่อนไว้ในบ้าน อย่าฆ่าข้า ข้าให้ท่านหมด...”
อู๋ไป๋พาเขากลับไปเอาจดหมายที่บ้าน หลังจากได้จดหมายมาแล้ว เมื่อเปิดดู ก็ถูกควันสีขาวเข้าตา ปวดแสบทรมานขึ้นมาทันที
เวลานี้ ตัวตนที่แท้จริงของชายขายผักเปิดเผยออกมา ชักกริชที่ซ่อนไว้ออกมา พุ่งแทงไปหาอู๋ไป๋อย่างดุเดือด
“ไปตายเสียเถอะ!”
แทงทีหนึ่งไม่สะใจ เขาแทงต่อเนื่องอีกหลายที
สุดท้าย อู๋ไป๋ล้มจมกองเลือด ชายขายผักคนนั้นรีบสัมผัสดูลมหายใจของเขา หลังจากมั่นใจแล้วว่าหมดลมหายใจ ก็รีบหนีไปทันที
หลังจากเขาหนีไปแล้ว อู๋ไป๋พ่นลมหายใจออกมา ก่อนจะคลานออกไปข้างนอกห้องอย่างลำบาก ล้วงเอาพลุส่งสัญญาณออกมา คิดอยากจะยิงออกไป
แต่เขาใช้แรงกำลังที่เหลือทั้งหมดจนสิ้นแล้ว ยังไม่ทันได้ยิงพลุส่งสัญญาณออกไป ก็หมดสติไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว...

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปอดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวีธีแก้ไขให้ด้วยค่ะ...