เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 308

นายท่านเฟิ่งถูกนำทางไปยังตำหนักเย็น มองเห็นเฟิ่งจิ่วเหยียนกำลังตักน้ำในบ่อด้วยตนเองแล้ว โทสะในตัวพลันเดือดพล่านขึ้นมา

นางยังทำตัวเหมือนทองไม่รู้ร้อนได้อีกหรือ!

ไม่สนใจเลยว่าคนอื่นจะเป็นจะตายอย่างไร!

ก่อกรรมทำเข็ญไม่รู้สิ้น!

เขาให้กำเนิดบุตรีที่ไร้ซึ่งหัวจิตหัวใจคนนี้ออกมาได้อย่างไรกัน!

เป็นเหลียนซวงที่มองเห็นเขาก่อน “นายท่าน!”

เฟิ่งจิ่วเหยียนเหลือบสายตาขึ้นมองไป เห็นนายท่านเฟิ่งที่กำลังถลึงตามองท่าทางกระฟัดกระเฟียดจนหนวดกระพือ

……

วันนี้แสงแดดส่องกำลังดี ขับไล่ความไอหนาวออกไปได้มากทีเดียว

ทว่าภายในตำหนักเย็น แสงอาทิตย์ส่องเข้าไปไม่ถึง ทั้งมืดมิดและหนาวเหน็บยิ่งนัก

เหลียนซวงก่อกองไฟง่าย ๆ ขึ้นมากองหนึ่ง นายท่านเฟิ่งกลัวความหนาว และไม่สนใจห่วงภาพลักษณ์แล้ว ย่อกายนั่งลงข้างกระถางไฟทันที อุ่นมือที่หนาวจวนจะแข็งแล้วก่อนใคร

เฟิ่งจิ่วเหยียนยืนอยู่ไม่ไกลนัก ลงมือเติมน้ำมันตะเกียงด้วยตนเอง

นายท่านเฟิ่งเชิดคอขึ้นอย่างดื้อรั้น

“ไม่ผิด ข้าเป็นผู้เปลี่ยนหนังสือแห่งโชคชะตา แต่คิดสิว่าที่ข้าทำไปนั้นเพื่อใครกัน?

“สองวันนี้ ข้าตรากตรำวิ่งวุ่นอยู่ด้านนอก แต่เจ้ากลับคอยแช่งให้ข้าตาย!

“เจ้าทูลฝ่าบาทว่าอย่างไร? ขอให้เขาตัดญาติขาดมิตรเพื่อดำรงความยุติธรรมหรือ?

“หากข้าตายขึ้นมาจริง ๆ ตระกูลเฟิ่งก็จบสิ้น! เจ้าคิดว่าจะเอาตัวรอดต่อไปได้อีกกี่น้ำหรือ?

“ดี ในเมื่อเจ้าไม่แยแสบิดาอย่างข้าผู้นี้แล้วก็ช่าง เช่นนั้นแล้วมารดาของเจ้าล่ะ? พี่ชายใหญ่ของเจ้าล่ะ? พวกเขาเป็นผู้บริสุทธิ์มิใช่หรือ!”

เขาพล่ามบ่นยาวเหยียด ทว่าเฟิ่งจิ่วเหยียนกลับมีเพียงประโยคเดียว

“ในชะตาสิ้นไร้แล้วอย่าได้ฝืนขอ”

นายท่านเฟิ่งโทสะเดือดดาลจนคิ้วตั้ง ลุกพรวดขึ้นในพริบตา

“ข้าไม่มีวันเชื่อหนังสือแห่งโชคชะตาอะไรนั่น!”

ทันใดนั้นเอง เมื่อคิดถึงสถานการณ์ในยามนี้แล้ว เขาควบคุมอารมณ์ไว้อีกครั้ง ก่อนจะอ้อนวอนต่อนาง “ฮองเฮา ถือเสียว่าทำเพื่อตระกูลเฟิ่ง และเพื่อมารดาของเจ้า ไปขอร้องฝ่าบาทสักครั้งหนึ่งเถิด ข้าฟังออก ฝ่าบาทยังมีใจปกป้องเจ้าอยู่…”

เฟิ่งจิ่วเหยียนสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย

“ฝ่าบาทตรัสสิ่งใดกับท่าน”

นายท่านเฟิ่งไม่ปกปิด อธิบายถ้อยคำทั้งหมดของฝ่าบาทออกมา

สุดท้ายแล้วเขายังเสริมขึ้นอีกหนึ่งประโยค

“ยามนี้มีเพียงเจ้าเท่านั้นที่สามารถช่วยบิดา และช่วยตระกูลเฟิ่งได้!”

เมื่อเห็นเฟิ่งจิ่วเหยียนยังคงมีสีหน้าท่าทางเฉยเมยไม่สะทกสะท้าน นายท่านเฟิ่งจึงยกความตายขึ้นมาบีบบังคับ

“หากเจ้ายังดื้อรั้นจะอยู่ที่ตำหนักเย็นต่อ เช่นนั้นข้าก็ไม่ขอมีชีวิตอยู่ต่อแล้ว! ถึงอย่างไรฝ่าบาทก็ไม่มีวันปล่อยข้า เช่นนั้นไม่สู้เอาศีรษะโขกกำแพงตายที่นี่วันนี้ไปเลยดีกว่า!”

เขาทำท่าจะพุ่งเข้าในกำแพงแข็งแกร่งตรงนั้น

แต่ทันใดนั้น กลับมีแรงมหาศาลกระชากเขาไว้ก่อน

เขาผินศีรษะมองกลับไป

นัยน์ตาคู่นั้นของเฟิ่งจิ่วเหยียนเยือกเย็นยิ่งกว่าเก่า “ข้ามีเงื่อนไขเพียงข้อเดียว ปล่อยเวยเฉียงไป หลังจากนี้อย่าได้พยายามตามหานางอีก”

นางรู้ดี หลังจากเวยเฉียงถูกนางพาตัวไปที่ชายแดนเหนือแล้ว บิดาได้สั่งให้คนสืบหาอย่างลับ ๆ อยู่ตลอด

ในยามนี้ นางก็ไม่มีความจำเป็นต้องปิดบังเช่นกัน

นายท่านเฟิ่งกัดฟันกรอด

“ดี! ข้าจะทำเหมือน…ทำเหมือนว่านางได้ตายไปแล้วจริง ๆ!”

เฟิ่งจิ่วเหยียนปล่อยมือ หันหลังให้เขา “ขอเวลาให้ข้าอีกสักระยะ”

นายท่านร้อนใจแล้ว

“ยังต้องการอีกนานเท่าใด?”

และนั่นก็เป็นเพราะเห็นแก่นางที่มีสายสัมพันธ์กับลูกพี่ลูกน้องผู้ที่ล่วงลับไปแล้วของนาง หาใช่เพราะตัวมู่หรงฉานเองไม่

แต่สิ่งที่นางสนใจมากกว่า ก็คือเมื่อใดฝ่าบาทจะเรียกนางเข้าไปปรนนิบัติเสียที

ตำหนักเซี่ยวเสียน

หนิงเฟยได้ยินว่ามู่หรงฉานได้รับเลื่อนขั้นขึ้นเป็นพระสนม ก็บันดาลโทสะฉีกภาพวาดที่แขวนบนผนังพังไม่เหลือชิ้นดี

“นางแพศยา! พริบตาเดียวนางก็ได้มานั่งเทียบเสมอข้าแล้ว! ข้าทำอะไรเหตุใดต้องมีอุปสรรคอยู่เรื่อย!”

ตอนแรกคิดจะหวังพึ่งฮองเฮา แต่ฮองเฮากลับถูกเนรเทศไปอยู่ที่ตำหนักเย็นเสียแล้ว

สาวใช้ไม่กล้าห้ามปราม

เห็นภาพวาดถูกฉีกทำลาย แม้แต่โถใส่บุปผายังถูกเขวี้ยงจนแตกกระจาย

ผ่านไปชั่วขณะหนึ่ง หนิงเฟยค่อยใจเย็นลงมาได้

“ผลัดอาภรณ์ ตามข้าไปเข้าเฝ้าไทเฮา!”

ทว่าในยามนี้ ไทเฮากำลังปีติยินดีกับอีกเรื่องหนึ่ง ไม่สนใจไยดีหนิงเฟยแม้แต่น้อย

หนิงเฟยถามถึงได้รู้ว่า องค์หญิงใหญ่ผู้ซึ่งถูกส่งตัวไปสมรสที่ต่างรัฐกำลังจะเสด็จกลับมาแล้ว

“ท่านป้า เหตุใดจึงกะทันหันเช่นนี้? พี่หญิงจะกลับมาเมื่อใดเจ้าคะ?” หนิงเฟยคาดหวังอย่างยิ่ง

ขอเพียงพี่หญิงกลับมา ก็สามารถเป็นกำลังสนับสนุนนางได้อีกแรงแล้ว!

รอยยิ้มของไทเฮาอบอุ่นมีเมตตายิ่งนัก ดึงมือหนิงเฟยไปรำพึงรำพันว่า

“เพิ่งได้รับข่าวมาไม่นานนี้ แคว้นหนานฉีได้ชัยจากรัฐเหลียงแล้ว สั่นสะเทือนถึงทุกรัฐรอบด้าน เพื่อสานสัมพันธ์อันดีกับแคว้นหนานฉี แคว้นต้าเซี่ยจึงตัดสินใจส่งพี่หญิงกลับมาด้วยตนเอง คาดเดาว่าอีกไม่ถึงหนึ่งเดือน ก็คงกลับมาถึงแล้ว”

หนิงเฟยคิดคำนวณวันเวลา

หนึ่งเดือน นางยังพอรอได้

องค์หญิงใหญ่ไม่เพียงแต่มีฝีมือ ยังมีพระคุณต่อฝ่าบาทด้วย นางจะต้องช่วยตนแย่งชิงความโปรดปรานจากฝ่าบาทมาได้อย่างแน่นอน

ส่วนฮองเฮาผู้นั้น ในเมื่อถูกขังไว้ในตำหนักเย็นไปแล้ว ก็คาดหวังอะไรไม่ได้อีก

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย