เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 303

เฟิ่งจิ่วเหยียนมิทราบสาเหตุที่ตัวเองหมดสติ

เมื่อตื่นขึ้นมา พลันได้เห็นเซียวอวี้นั่งอยู่ข้างเตียง ด้วยสีหน้าบึ้งตึง และประกายตาคมกริบกว่าเดิม

“ตื่นแล้วรึ?” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง เจือกลิ่นอายสังหาร

นางมองเลยออกไป จึงได้เห็นเหลียนซวงคุกเข่าอยู่บนพื้น

ยังมีเสียงกรีดร้องโหยหวนติดต่อกันอยู่นอกตำหนัก ลอยทะลุเข้ามาในโสตของนาง

หนึ่งในนั้นมีซุนหมัวมัวที่ถูกทรมานอย่างหนักด้วย

นางถูกโบยด้วยไม้ ปากก็ร้องตะโกนขอความเป็นธรรม

“ฝ่าบาท บ่าวมีความภักดีต่อฮองเฮาอย่างสุดซึ้ง! ฝ่าบาทเพคะ——บ่าวไม่มีเหตุผลที่จะทำร้ายพระโอรสเลย...”

เฟิ่งจิ่วเหยียนต้องการลุกขึ้น กลับได้ยินเซียวอวี้กล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก

“นอนลง!”

นางรู้สึกสับสน

ทว่ายังรู้สึกได้ชัดเจนถึงร่างกายที่อ่อนแรงมาก

ราวกับถูกถ่ายเลือดออกมา...

น้ำเสียงของเซียวอวี้มิต่างจากกรวดทราย ที่ประสานกับความหนาวเหน็บของเหมันตฤดู

“หากว่าเจ้ากำลังตั้งครรภ์บุตรอยู่จริง ๆ วันนี้คงรักษาชีวิตไว้มิได้”

เฟิ่งจิ่วเหยียนย่นคิ้วเบา ๆ

ร้ายแรงถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?

เหลียนซวงก็เงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นเบ้าตาแดงก่ำ ได้แต่มองนางโดยไร้คำพูด

“ฝ่าบาท หม่อมฉันเป็น...” เฟิ่งจิ่วเหยียนต้องการถามให้กระจ่าง

“ถูกพิษ” เซียวอวี้ตอบอย่างกระชับ ดูคล้ายว่าไม่อยากเสวนากับนางแม้เพียงสักคำ

เฟิ่งจิ่วเหยียนคาดไม่ถึงโดยสมบูรณ์

นางระมัดระวังอย่างมาก จะถูกวางยาพิษได้อย่างไร?

เซียวอวี้ล่วงรู้ได้ว่านางกำลังคิดอันใดอยู่ “อ่างโลหิตจากดินแดนตะวันตก ไร้สีไร้กลิ่น เมื่อผสมลงในสุรา จึงยากที่จะป้องกันได้”

เฟิ่งจิ่วเหยียนถามด้วยความใจเย็น

“เป็นการพุ่งเป้ามาที่รัชทายาทในครรภ์ของหม่อมฉันกระมัง”

เซียวอวี้มิได้ตอบคำถามของนาง

ในเวลานี้ เฉินจี๋ทูลรายงานอยู่ด้านนอก

“ฝ่าบาท กระหม่อมได้ตรวจค้นทั่วตำหนักหย่งเหอแล้ว ไม่พบอ่างโลหิตพ่ะย่ะค่ะ”

“ทางตำหนักฉือหนิงได้ความอย่างไร” เซียวอวี้น้ำเสียงเย็นเยียบ ราวกับเปล่งออกมาพร้อมก้อนน้ำแข็งก็มิปาน

“ยังไม่มีข่าวจากตำหนักฉือหนิงพ่ะย่ะค่ะ”

เฟิ่งจิ่วเหยียนริมฝีปากค่อนข้างซีดเซียว “ฝ่าบาทเพคะ การงมเข็มในมหาสมุทร เกรงว่าจะหาไม่พบ...”

เสียงกรีดร้องที่ด้านนอกตำหนักเหล่านั้น ทำให้นางว้าวุ่นใจจริง ๆ

เซียวอวี้เอ่ยขัดจังหวะนาง ใบหน้าหล่อเหลาเคลือบด้วยความไม่อดทน

“ฮองเฮา ชั่วครู่แห่งค่ำคืนเข้าหอมีค่าดุจพันตำลึงทอง เจ้าได้ทำลายค่ำคืนเข้าหอของเรา บัดนี้เราจะสอบสวนเรื่องนี้ตามวิถีของเรา เจ้าอย่าได้คิดมาชี้นิ้วสั่ง อย่าคิดจะขอร้องแทนข้าหลวงเหล่านั้นด้วย”

ราวกับว่าเขากับจิ้งกุ้ยเหรินมิได้บรรลุเป้าหมาย จึงหาที่ระบายโทสะใส่ผู้อื่น

เฟิ่งจิ่วเหยียนไม่พูดมากความ เพียงเหม่อมองม่านเตียงที่เบื้องบน แล้วหลับตาลง

……

ณ ตำหนักฟางเฟย

มู่หรงฉานรวบมัดผมสีดำไว้อย่างหลวม ๆ สวมชุดนอนเนื้อบางเบา และนั่งอยู่บนเตียงด้วยสีหน้าเฉยเมย

ชิวหงกังวลยิ่งนัก

“กุ้ยเหริน ฝ่าบาทเสด็จออกไปนานมากแล้ว นี่ก็ดึกมากแล้ว ท่านพักผ่อนก่อนดีกว่า ดูแลตัวเองให้ดี ๆ จึงสามารถต่อกรกับฮองเฮาได้เพคะ!”

“ไทเฮา ท่านคงมิทราบว่า ที่นั่นตกอยู่ในความสับสนอลหม่าน ข้าหลวงทุกคนถูกทรมาน ทว่ายามนี้ยังไม่มีผู้ใดทราบว่าฮองเฮาเป็นอย่างไรบ้าง สิ่งเดียวที่รู้ก็คือฝ่าบาทปักหลักเฝ้าห้องบรรทมด้วยพระองค์เองเพคะ”

ไทเฮาเอ่ยถามอีกครา “ทางตำหนักเซี่ยวเสียนเล่า”

กุ้ยหมัวมัวผงะไปชั่วอึดใจหนึ่ง

ตำหนักเซี่ยวเสียนนั้น เป็นที่ประทับของหนิงเฟย

“ไทเฮา หรือว่าท่านกำลังสงสัย...”

“ไปสอบถามมา” ไทเฮากล่าวอย่างสงบ ทว่ามีความอัดอั้นตันใจเจือในน้ำเสียงเบา ๆ

ซิ่วหว่านเด็กคนนั้น มักจะขาดการยับยั้งชั่งใจอยู่เสมอ

เป็นไปได้ว่า เรื่องที่ฮองเฮาถูกวางยาพิษนั้น อาจเกี่ยวข้องกับนางจริง ๆ

ตำหนักเซี่ยวเสียน

หนิงเฟยเมามายแล้ว เมื่อกลับมาก็พักผ่อนทันที

เมื่อกุ้ยหมัวมัวเข้ามาสอบถาม นางจึงถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาดื้อ ๆ แววตาจึงพร่าเลือน

“หนิงเฟย เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแล้ว ท่านตื่นได้แล้วเพคะ!” กุ้ยหมัวมัวร้อนใจดุจไฟสุมทรวง

เมื่อได้ยินว่าฮองเฮาถูกปองร้าย หนิงเฟยพลันเบิกตากว้างขึ้นทันที

“เป็นฝีมือของผู้ใด? แล้วทารกในครรภ์ของฮองเฮารักษาได้หรือไม่?”

เมื่อเห็นปฏิกิริยาของนางแล้ว กุ้ยหมัวมัวจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก

ขอเพียงหนิงเฟยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องก็พอแล้ว มิฉะนั้นแม้แต่ไทเฮาก็ต้องเข้าไปพัวพันด้วย

เพียงแค่ไม่รู้ว่า ผู้ใดที่กล้าหาญไม่กลัวตาย จนกล้าวางยาพิษโอรสรัชทายาท

ในอีกด้านหนึ่งนั้น

ตำหนักหย่งเหอ

ทันทีที่มู่หรงฉานก้าวเดินผ่านเข้าประตู และได้เห็นเหตุการณ์ตรงเบื้องหน้า ดวงหน้างามพลันซีดเผือด

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย