เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 304

ในเดือนแรกของปี อากาศยังคงหนาวเหน็บ

บรรดาข้าหลวงถูกกดลงกับพื้นเป็นแถวเรียงราย แล้วโบยด้วยไม้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนเนื้อตัวเต็มไปด้วยแผลเหวอะหวะ

ผู้คนต่างเล่าลือว่าฮ่องเต้เผด็จการและโหดเหี้ยม ทว่ามู่หรงฉานไม่เคยได้เห็นเองกับตา

ในเวลานี้มาได้เห็นแล้ว นางค่อนข้างรู้สึกไม่สบายใจนัก

นางสงบจิตใจพลางฝืนเดินเข้าสู่ห้องบรรทม

เมื่อได้เห็นฝ่าบาทประทับอยู่ข้างเตียง หัวคิ้วขมวดมุ่น

ส่วนฮองเฮากำลังนอนอยู่บนเตียง มองแล้วน่าจะยังไม่ได้สติเลย

“หม่อมฉันถวายบังคมฝ่าบาทเพคะ...” มู่หรงฉานก้าวเดินไปข้างหน้า น้ำเสียงนุ่มนวลละมุนละไม

เซียวอวี้ได้ยินเสียงของนาง เพียงเหลือบมองผ่านทางหางตา

นัยน์ตาของเขาสื่อถึงแววตำหนิ

“ข้างนอกอากาศหนาวนัก ออกมาทำอันใด?”

ถ้อยคำเหล่านี้ทำให้ผู้คนได้ยินถึงความใส่ใจที่เจืออยู่

มู่หรงฉานตอบเสียงแผ่วเบา “หม่อมฉันเป็นห่วงฮองเฮาเพคะ ฝ่าบาท พระวรกายของฮองเฮาเป็นอย่างไรบ้างเพคะ?”

เซียวอวี้เบนสายตามองไปที่เฟิ่งจิ่วเหยียน และกล่าวน้ำเสียงเย็นชา

“มิได้ร้ายแรงแต่อย่างใด”

สายตาของจิ้งกุ้ยเหรินหยุดลงที่ครรภ์นั้นของฮองเฮา

มิอาจรู้ได้เลยว่า ทารกในครรภ์ยังอยู่หรือไม่

“เฉินจี๋ ไปส่งจิ้งกุ้ยเหรินกลับตำหนักฟางเฟย” เซียวอวี้ออกคำสั่งอย่างเฉยชา

มู่หรงฉานกล่าวปฏิเสธ

ขณะที่ดวงตานางฉายระลอกคลื่น ยังแฝงด้วยความเสน่หาเล็กน้อย

“ฝ่าบาท หม่อมฉันอยากอยู่เป็นเพื่อนท่าน เพื่อรอให้ฮองเฮาตื่นขึ้นมาพร้อมกันเพคะ”

เซียวอวี้สายตาเย็นชา

“ไม่ต้อง กลับไปพักผ่อนเถอะ”

นางอยู่ที่นี่มิได้เกิดประโยชน์อันใด

มู่หรงฉานมองดูเงาร่างของฮ่องเต้แล้ว อยากพูดแต่ก็มิกล้าพูดออกมา

นับตั้งแต่นางย่างก้าวเข้ามากระทั่งบัดนี้ ฝ่าบาทเพียงแค่ปรายตามองนางเท่านั้น

ในยามอื่น สายตาของเขาล้วนจับจ้องมองเพียงฮองเฮา

ทว่าในค่ำคืนวันนี้ ฝ่าบาทควรจะบรรทมอยู่ที่ตำหนักฟางเฟย...

ในหัวใจของมู่หรงฉานมีความชิงชังซ่อนเร้น

หากว่ามิใช่เพราะฮองเฮา นางคงได้กลายเป็นสตรีของฝ่าบาทโดยสมบูรณ์แล้ว เวลานี้นางควรนอนอิงแอบอยู่ในอ้อมแขนของฝ่าบาทด้วยซ้ำ

ถึงกระนั้นนางยังกล่าวทูลลาต่อเซียวอวี้ ด้วยใบหน้าที่อ่อนหวานและเชื่อฟัง

ในราตรีนี้ วังหลังไร้ซึ่งความสงบยิ่งนัก

นอกเหนือจากตำหนักหย่งเหอและตำหนักฉือหนิง ทางด้านตำหนักอื่น ๆ ก็ถูกตรวจค้นโดยเหล่าองครักษ์เช่นกัน

เซียวอวี้ใช้เวลาอยู่ในตำหนักหย่งเหอสองชั่วยาม ก่อนจะเสด็จกลับตำหนักจื้อเฉิน

หมอหลวงชราผู้รับผิดชอบเรื่องโอรสมังกรในครรภ์ของฮองเฮาได้ทูลปรึกษา

“ฝ่าบาท กระหม่อมนั้นโง่เขลา มิรู้ว่าจะอธิบายต่อภายนอก ถึงเรื่องทารกในครรภ์ของฮองเฮาอย่างไรดีพ่ะย่ะค่ะ?”

หว่างคิ้วของเซียวอวี้สะท้อนความเฉียบคม

“ได้สัมผัสอ่างโลหิตแล้ว ยังจะสามารถรักษาทารกไว้ได้อีกรึ”

หมอหลวงชรากลัวจนตัวสั่นงันงก “เรื่องนี้...โดยหลักแล้ว มิอาจรักษาไว้ได้อย่างแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ”

จากใต้ตาที่หมองคล้ำ แสดงให้เห็นชัดเจนว่าเมื่อคืนที่ผ่านมาเขานอนไม่หลับ

โอรสรัชทายาทที่รอคอยมานานมิอาจลืมตาดูโลกได้ ไทฮองไทเฮารู้ดีว่าเขาทุกข์ทรมานใจเพียงใด

“ฮ่องเต้ หักห้ามใจเสียเถิด

“ในอนาคตจะมีทายาทอีกแน่นอน ทว่าหากปล่อยให้วังหลังวุ่นวาย นั่นจะเป็นหายนะครั้งใหญ่หลวง

“นับตั้งแต่การสิ้นพระชนม์ของอดีตฮ่องเต้ ข้าจึงตัดสินใจว่าจะถือศีลและปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธองค์ เพื่ออธิษฐานขอพรให้รุ่นหลังของราชวงศ์ ทว่าบัดนี้วังหลังเกิดเรื่องขึ้นมิหยุดหย่อน ทำให้ข้าไม่อาจวางเฉยได้

“วังหลังแห่งนี้ หากฮองเฮาดูแลไม่ไหว ข้าจะช่วยดูแลแทนเจ้าเอง!”

เซียวอวี้พลันเงยหน้าขึ้น มิรู้ว่าชอบหรือโกรธ ทว่ามีความสงบที่ผิดแผกจากเดิม คล้ายกำลังอดกลั้นบางสิ่งอยู่

หลิวซื่อเหลียงที่อยู่ด้านข้างหัวใจสั่นสะท้านยิ่งกว่า

ไทฮองไทเฮาประสงค์จะควบคุมวังหลัง?

ทว่าขัดกับกฎระเบียบมิใช่หรือ

อย่างไรก็ตาม หากฮองเฮาทำสิ่งใดที่ไร้คุณธรรม เมื่อนั้นจึงจะสามารถส่งมอบอำนาจให้ผู้อื่นแทนได้

ไม่นานนัก ไทฮองไทเฮากล่าวอีกว่า

“สำหรับฮองเฮา ถึงแม้ว่าในเรื่องนี้นางจะตกเป็นเหยื่อ เพียงแต่ไร้ซึ่งทายาทแล้ว ข้าเองก็คิดหาเหตุผลที่จะเก็บนางไว้ไม่ได้จริง ๆ ดังนั้นเมื่ออาการของนางดีขึ้น ก็ให้เนรเทศไปอยู่ตำหนักเย็นเสียเถิด

“ดังที่หนังสือแห่งโชคชะตาระบุไว้ จงเชื่อมั่นในสิ่งที่ทำและอย่ากลัวแม้ตอนนี้ยังไม่เป็นจริง ข้าจะเลือกฮองเฮาผู้มีคุณธรรมอีกคนให้เจ้า”

หลิวซื่อเหลียงตกตะลึงพรึงเพริด

ฮองเฮาเพิ่งจะสูญเสียบุตรในครรภ์ ก็จะทอดทิ้งนางแล้ว แสดงให้เห็นว่าราชวงศ์โหดเหี้ยมนัก

เขาลอบมองไปทางฮ่องเต้เงียบ ๆ

เห็นเพียงสีพระพักตร์ของฝ่าบาทที่เจือความเย็นชาราง ๆ

“เราไร้ซึ่งข้อโต้แย้งอันใด”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย