เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 302

“ฮองเฮาเพคะ” นางสนมเจียงเดินออกมาจากหลังต้นไม้ พร้อมแววตาที่หนักอึ้ง

เฟิ่งจิ่วเหยียนเอ่ยถามอย่างสงบนิ่ง “มีธุระอันใด?”

นางสนมเจียงผงกศีรษะด้วยความลังเลใจ

หลังจากนั้น นางก็เดินตามเฟิ่งจิ่วเหยียนไปที่ตำหนักหย่งเหอด้วยกัน

เมื่อก้าวเข้าสู่ห้องโถงชั้นในแล้ว นางสนมเจียงพลันรีบร้อนคุกเข่าลงต่อหน้านางทันที

“ฮองเฮา ท่านได้โปรดช่วยหม่อมฉันด้วยเพคะ!”

เฟิ่งจิ่วเหยียนนั่งอยู่ตรงนั้น ด้วยความเงียบสงบอย่างยิ่ง

“อยากร่วมบรรทมด้วยหรือ?” น้ำเสียงของนางเย็นยะเยือก

นางสนมเจียงพลันกัดริมฝีปาก และพยักหน้าอย่างยากลำบาก

นางหันหน้าระบายความในใจต่อเฟิ่งจิ่วเหยียน ด้วยน้ำตาคลอหน่วย

“หม่อมฉันมิรู้วิธีต่อสู้เพื่อแย่งชิงความโปรดปรานเลย

“จิ้งกุ้ยเหรินเข้าวังช้ากว่าหม่อมฉัน กลับสามารถ...กลับสามารถได้ร่วมบรรทมแล้ว หม่อมฉันไม่อยากยอมรับจริง ๆ

“ฮองเฮาเพคะ ในราตรีนี้หนิงเฟยใช้วาจาหยาบคายก็จริง ทว่านางมิได้พูดเกินความจริงเลย บัดนี้ท่านกำลังตั้งครรภ์ มิอาจร่วมบรรทมด้วยได้ ย่อมจะมีคนถือโอกาสนี้ปีนขึ้นที่สูงกว่า

“แทนที่จะ...แทนที่จะให้ผู้อื่นได้ประโยชน์ มิสู้ปล่อยให้หม่อมฉันได้รับใช้ฝ่าบาทแทนท่าน เพราะหม่อมฉันกับท่านเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน...”

วาจาของนางจริงใจและกระตือรือร้น

ทว่า เฟิ่งจิ่วเหยียนมิได้แสดงถึงความประทับใจ

“นางสนมเจียง การที่ฝ่าบาทจะรักชอบผู้ใดนั้น มิใช่เรื่องที่ข้าสามารถตัดสินใจแทนได้”

หยาดน้ำตาของนางสนมเจียงกระจ่างใสดุจไข่มุก ผู้ใดเห็นเป็นต้องเวทนา

“ฮองเฮาเพคะ อย่างน้อย...ก็ให้หม่อมฉันได้ย้ายมาอยู่ใกล้กับตำหนักหย่งเหอ”

เมื่อเหลียนซวงได้ยินดังนั้น พลันตื่นตัวขึ้นมา

นี่คือการคิดหยิบยืมแสงของฮองเฮา เพื่อเข้าใกล้ฝ่าบาท

บรรดานางสนมอื่น ๆ จักยินยอมหรือ?

หากว่าฮองเฮาอนุญาต เกรงว่าในวันพรุ่งนี้ตำหนักหย่งเหอจะตกอยู่ในความวุ่นวาย

เฟิ่งจิ่วเหยียนกล่าวอย่างมิได้ใส่ใจ

“เจ้าลุกขึ้นก่อนเถอะ”

นางสนมเจียงซับน้ำตา พลางส่ายศีรษะ

“ไม่เพคะ หม่อมฉันไม่ลุกขึ้น

“หม่อมฉันเข้าวังมา ด้วยปรารถนาจะได้เป็นที่โปรดปราน เพื่อหาโอกาสโยกย้ายท่านพ่อกลับมายังเมืองหลวง ให้ได้มีความสุขกับชีวิตวัยเกษียณ ช่วงปีหลัง ๆ มานี้ได้รับจดหมายจากท่านพ่อ แจ้งว่าเขาอยู่ชายแดนเหนือนั้นสบายดี ทว่าในช่วงหลายวันมานี้หม่อมฉันใจคอมิสู้ดี เพราะมักจะฝันเห็นเขาร่างกายอาบโลหิต ซึ่งก่อนที่พี่ชายใหญ่จะเสียชีวิต หม่อมฉันก็มักจะฝันเช่นนี้ติดต่อกัน...

“ฮองเฮาเพคะ หม่อมฉันไม่เหลือทางให้เดินแล้ว

“ขอร้องท่าน ได้โปรดให้โอกาสหม่อมฉันได้รับผลประโยชน์เนื่องจากความใกล้ชิดบ้างเพคะ!”

เมื่อเฟิ่งจิ่วเหยียนเข้าใจได้ถึงความตั้งใจจริงของนาง จึงกล่าวอย่างเป็นกลาง

“หากเพียงต้องการย้ายบิดาของเจ้ากลับมาที่เมืองหลวง ข้าก็สามารถช่วยคิดหาวิธีให้เจ้าได้”

หยาดน้ำตาของนางสนมเจียงพลัดหยุดไหล และเงยหน้าขึ้นมองด้วยความประหลาดใจ

“ฮองเฮา ท่านสามารถช่วยหม่อมฉันได้จริงหรือเพคะ?”

ทว่าทันใดนั้นนางก็เผยความหดหู่อีกครั้ง “ทว่า วังหลังห้ามยุ่งเรื่องในราชสำนัก ฮองเฮาจะทำได้จริงหรือเพคะ?”

พลันตระหนักได้ว่าตนเองเสียมารยาท นางจึงรีบขออภัย

“ฮองเฮาเพคะ น้ำตาของหม่อมฉันแปดเปื้อนอาภรณ์ของท่านเช่นนี้มิสมควรเลย หม่อมฉันสมควรตาย!”

เฟิ่งจิ่วเหยียนมิได้คิดเล็กคิดน้อยต่อนาง

“ไม่เป็นไร

“กลางคืนเดินทางลำบาก ให้องครักษ์ส่งเจ้ากลับเถอะ”

นางสนมเจียงพยายามรักษารอยยิ้มสุดกำลัง ทว่ามุมปากยังโค้งลง และอยากจะร้องไห้อีกครั้ง

“ฮองเฮา ท่านช่างใจดีเหลือเกิน”

หลังจากได้ร้องไห้ออกมา นางก็รู้สึกสบายใจขึ้นไม่น้อยเลย

เมื่อสักครู่ฮองเฮามิได้ไร้ไมตรีเหมือนในอดีต เปรียบเสมือนพี่สาวคนโต ที่ทำให้นางรู้สึกอยากจะขอพึ่งพาอาศัยขึ้นมา

ภายในตำหนัก

เหลียนซวงคอยปรนนิบัติยามเฟิ่งจิ่วเหยียนเปลี่ยนอาภรณ์ นางช่วยถอดเสื้อคลุมตัวนอกที่ชุ่มไปด้วยน้ำตาของนางสนมเจียง พลางเอ่ยเตือนอย่างภักดี

“ฮองเฮาเพคะ หญิงงามส่วนใหญ่ในวังหลังมากด้วยเล่ห์เหลี่ยม ท่านอย่าได้หลงกลนางสนมเจียงเชียว ทุกคำพูดของนางนั้น ล้วนแต่หนีไม่พ้นเรื่องการแย่งชิงความโปรดปราน”

เฟิ่งจิ่วเหยียนมีสีหน้าเฉยชา ทำให้ผู้คนยากจะหยั่งรู้ความคิดของนางได้

ทันใดนั้น นางพลันรู้สึกเวียนศีรษะตาลายขึ้นมา

“ฮองเฮา ท่านเป็นอันใดไปเพคะ!”

โดยทันทีนั้น เสียงร้องตะโกนที่ตื่นตระหนกของเหลียงซวงดังก้องในตำหนัก

“หมอหลวง! รีบไปตามหมอหลวงมาเร็วเข้า!”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย