“ฮองเฮาเพคะ” นางสนมเจียงเดินออกมาจากหลังต้นไม้ พร้อมแววตาที่หนักอึ้ง
เฟิ่งจิ่วเหยียนเอ่ยถามอย่างสงบนิ่ง “มีธุระอันใด?”
นางสนมเจียงผงกศีรษะด้วยความลังเลใจ
หลังจากนั้น นางก็เดินตามเฟิ่งจิ่วเหยียนไปที่ตำหนักหย่งเหอด้วยกัน
เมื่อก้าวเข้าสู่ห้องโถงชั้นในแล้ว นางสนมเจียงพลันรีบร้อนคุกเข่าลงต่อหน้านางทันที
“ฮองเฮา ท่านได้โปรดช่วยหม่อมฉันด้วยเพคะ!”
เฟิ่งจิ่วเหยียนนั่งอยู่ตรงนั้น ด้วยความเงียบสงบอย่างยิ่ง
“อยากร่วมบรรทมด้วยหรือ?” น้ำเสียงของนางเย็นยะเยือก
นางสนมเจียงพลันกัดริมฝีปาก และพยักหน้าอย่างยากลำบาก
นางหันหน้าระบายความในใจต่อเฟิ่งจิ่วเหยียน ด้วยน้ำตาคลอหน่วย
“หม่อมฉันมิรู้วิธีต่อสู้เพื่อแย่งชิงความโปรดปรานเลย
“จิ้งกุ้ยเหรินเข้าวังช้ากว่าหม่อมฉัน กลับสามารถ...กลับสามารถได้ร่วมบรรทมแล้ว หม่อมฉันไม่อยากยอมรับจริง ๆ
“ฮองเฮาเพคะ ในราตรีนี้หนิงเฟยใช้วาจาหยาบคายก็จริง ทว่านางมิได้พูดเกินความจริงเลย บัดนี้ท่านกำลังตั้งครรภ์ มิอาจร่วมบรรทมด้วยได้ ย่อมจะมีคนถือโอกาสนี้ปีนขึ้นที่สูงกว่า
“แทนที่จะ...แทนที่จะให้ผู้อื่นได้ประโยชน์ มิสู้ปล่อยให้หม่อมฉันได้รับใช้ฝ่าบาทแทนท่าน เพราะหม่อมฉันกับท่านเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน...”
วาจาของนางจริงใจและกระตือรือร้น
ทว่า เฟิ่งจิ่วเหยียนมิได้แสดงถึงความประทับใจ
“นางสนมเจียง การที่ฝ่าบาทจะรักชอบผู้ใดนั้น มิใช่เรื่องที่ข้าสามารถตัดสินใจแทนได้”
หยาดน้ำตาของนางสนมเจียงกระจ่างใสดุจไข่มุก ผู้ใดเห็นเป็นต้องเวทนา
“ฮองเฮาเพคะ อย่างน้อย...ก็ให้หม่อมฉันได้ย้ายมาอยู่ใกล้กับตำหนักหย่งเหอ”
เมื่อเหลียนซวงได้ยินดังนั้น พลันตื่นตัวขึ้นมา
นี่คือการคิดหยิบยืมแสงของฮองเฮา เพื่อเข้าใกล้ฝ่าบาท
บรรดานางสนมอื่น ๆ จักยินยอมหรือ?
หากว่าฮองเฮาอนุญาต เกรงว่าในวันพรุ่งนี้ตำหนักหย่งเหอจะตกอยู่ในความวุ่นวาย
เฟิ่งจิ่วเหยียนกล่าวอย่างมิได้ใส่ใจ
“เจ้าลุกขึ้นก่อนเถอะ”
นางสนมเจียงซับน้ำตา พลางส่ายศีรษะ
“ไม่เพคะ หม่อมฉันไม่ลุกขึ้น
“หม่อมฉันเข้าวังมา ด้วยปรารถนาจะได้เป็นที่โปรดปราน เพื่อหาโอกาสโยกย้ายท่านพ่อกลับมายังเมืองหลวง ให้ได้มีความสุขกับชีวิตวัยเกษียณ ช่วงปีหลัง ๆ มานี้ได้รับจดหมายจากท่านพ่อ แจ้งว่าเขาอยู่ชายแดนเหนือนั้นสบายดี ทว่าในช่วงหลายวันมานี้หม่อมฉันใจคอมิสู้ดี เพราะมักจะฝันเห็นเขาร่างกายอาบโลหิต ซึ่งก่อนที่พี่ชายใหญ่จะเสียชีวิต หม่อมฉันก็มักจะฝันเช่นนี้ติดต่อกัน...
“ฮองเฮาเพคะ หม่อมฉันไม่เหลือทางให้เดินแล้ว
“ขอร้องท่าน ได้โปรดให้โอกาสหม่อมฉันได้รับผลประโยชน์เนื่องจากความใกล้ชิดบ้างเพคะ!”
เมื่อเฟิ่งจิ่วเหยียนเข้าใจได้ถึงความตั้งใจจริงของนาง จึงกล่าวอย่างเป็นกลาง
“หากเพียงต้องการย้ายบิดาของเจ้ากลับมาที่เมืองหลวง ข้าก็สามารถช่วยคิดหาวิธีให้เจ้าได้”
หยาดน้ำตาของนางสนมเจียงพลัดหยุดไหล และเงยหน้าขึ้นมองด้วยความประหลาดใจ
“ฮองเฮา ท่านสามารถช่วยหม่อมฉันได้จริงหรือเพคะ?”
ทว่าทันใดนั้นนางก็เผยความหดหู่อีกครั้ง “ทว่า วังหลังห้ามยุ่งเรื่องในราชสำนัก ฮองเฮาจะทำได้จริงหรือเพคะ?”
พลันตระหนักได้ว่าตนเองเสียมารยาท นางจึงรีบขออภัย
“ฮองเฮาเพคะ น้ำตาของหม่อมฉันแปดเปื้อนอาภรณ์ของท่านเช่นนี้มิสมควรเลย หม่อมฉันสมควรตาย!”
เฟิ่งจิ่วเหยียนมิได้คิดเล็กคิดน้อยต่อนาง
“ไม่เป็นไร
“กลางคืนเดินทางลำบาก ให้องครักษ์ส่งเจ้ากลับเถอะ”
นางสนมเจียงพยายามรักษารอยยิ้มสุดกำลัง ทว่ามุมปากยังโค้งลง และอยากจะร้องไห้อีกครั้ง
“ฮองเฮา ท่านช่างใจดีเหลือเกิน”
หลังจากได้ร้องไห้ออกมา นางก็รู้สึกสบายใจขึ้นไม่น้อยเลย
เมื่อสักครู่ฮองเฮามิได้ไร้ไมตรีเหมือนในอดีต เปรียบเสมือนพี่สาวคนโต ที่ทำให้นางรู้สึกอยากจะขอพึ่งพาอาศัยขึ้นมา
ภายในตำหนัก
เหลียนซวงคอยปรนนิบัติยามเฟิ่งจิ่วเหยียนเปลี่ยนอาภรณ์ นางช่วยถอดเสื้อคลุมตัวนอกที่ชุ่มไปด้วยน้ำตาของนางสนมเจียง พลางเอ่ยเตือนอย่างภักดี
“ฮองเฮาเพคะ หญิงงามส่วนใหญ่ในวังหลังมากด้วยเล่ห์เหลี่ยม ท่านอย่าได้หลงกลนางสนมเจียงเชียว ทุกคำพูดของนางนั้น ล้วนแต่หนีไม่พ้นเรื่องการแย่งชิงความโปรดปราน”
เฟิ่งจิ่วเหยียนมีสีหน้าเฉยชา ทำให้ผู้คนยากจะหยั่งรู้ความคิดของนางได้
ทันใดนั้น นางพลันรู้สึกเวียนศีรษะตาลายขึ้นมา
“ฮองเฮา ท่านเป็นอันใดไปเพคะ!”
โดยทันทีนั้น เสียงร้องตะโกนที่ตื่นตระหนกของเหลียงซวงดังก้องในตำหนัก
“หมอหลวง! รีบไปตามหมอหลวงมาเร็วเข้า!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปอดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวีธีแก้ไขให้ด้วยค่ะ...