เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 299

เฟิ่งจิ่วเหยียนรู้ดีกว่าผู้ใด ปืนหอกไฟแบบใหม่นั้นดูเหมือนว่าจะสามารถใช้การได้ดี แต่แท้จริงแล้ว หาได้ง่ายดายเช่นนั้นไม่

สิ่งที่เฉียวม่อมองว่าเป็นสมบัติอันล้ำค่าจนนำไปเป็นของตัวเอง แท้จริงแล้วล้วนเป็นสิ่งไร้ค่าสำหรับนาง

ในขณะเดียวกัน ผู้คนภายในกรมศัสตราวุธต่างก็พากันล้อมดูภาพพิมพ์เขียวแผ่นนั้น

สายตาของพวกเขาพลันเปล่งประกายออกมา ทั้งยังเอ่ยชมเชยออกมาไม่ขาดปากว่า

“เมิ่งเฉียวม่อผู้นี้นับว่าเป็นวีรสตรีจริง ๆ ! นางสามารถวาดพิมพ์เขียวออกมาได้งดงามจริง ๆ !”

“กรมศัสตราวุธของพวกเรามิได้มีของดี ๆ แบบนี้มานานแล้ว! แจ้งข่าวแก่ช่างฝีมือทุกนายว่า เรื่องอื่นมิจำเป็นต้องสนใจ รีบสร้างปืนหอกไฟแบบใหม่ขึ้นมาเสียก่อนเถอะ!”

“ข้าตั้งหน้าตั้งตารอคอยยิ่งนัก!”

หลังจากที่ได้เห็นภาพพิมพ์เขียวนั้น คำชื่นชมสรรเสริญเยินยอที่มีต่อเฉียวม่อก็เพิ่มขึ้นมาในทันที

สตรีที่แปลกประหลาดเช่นนี้ ใต้หล้านับว่าหาได้ยากยิ่งนัก

นับว่าโชคดีที่นางเกิดและเติบโตในหนานฉี

ปืนหอกไฟหรือมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าปืนฉับพลัน ปืนลำสั้นจักยาวประมาณหนึ่งนิ้ว และปืนลำกล้องยาวจักยาวถึงเจ็ดนิ้ว

รูปร่างภายนอกดูเหมือนท่อยาว ๆ หลังจากที่มีการระเบิดดินปืนเพื่อใช้เป็นการปล่อยยิงลูกกระสุนปืนออกมา

ปืนหอกไฟแบบเดิมนั้น เนื่องด้วยลำกล้องเป็นกระบอกไม้ไผ่ที่มีตามธรรมชาติ

หลังจากที่ใช้ยิงไปหลายนัดแล้ว การเผาของดินปืนจักทำให้ท่อไม้ไผ่อ่อนแอลง โดยเฉพาะไม้ไผ่ที่อยู่ปลายลำกล้อง นั่นจึงทำให้ลำกล้องของปืนเกิดการระเบิดออกมา จนทำให้ผู้ที่ใช้งานได้รับบาดเจ็บเอาได้

ฉะนั้นแล้ว ปืนหอกไฟจึงมิค่อยนิยมนำไปใช้ในสนามรบนัก

อีกทั้ง กรมศัสตราวุธของหนานฉีเองก็ช่วยกันพัฒนาออกแบบปืนหอกไฟใหม่ ๆ ขึ้นมาทุกปี ปืนหอกไฟจึงมีไว้ใช้เป็นการชั่วคราวทั้งยังมีจำนวนจำกัดอีกด้วย

เนื่องจากของเหล่านี้ใช้งานได้เพียงแค่ไม่กี่ครั้งเท่านั้น จึงนับว่าเป็นของสิ้นเปลือง

อีกทั้ง ภาพวาดพิมพ์เขียวของเมิ่งเฉียวม่อที่เสนอให้ใช้แผ่นเหล็กแทนท่อไม้ไผ่นั้น ถึงแม้ตัวปืนจักทำขึ้นมาได้ง่าย ยังมิก่อให้เกิดการระเบิดที่เป็นอันตรายอีก ทั้งยังสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้เช่นนี้

ดูเหมือนว่าทุกอย่างจักดูง่ายดาย แต่ในความเป็นจริงแล้ว เหล่าขุนนางในหน่วยหลายคนต่างก็เคยทดลองใช้มาก่อน แต่ก็ยังมิมีผู้ใดสามารถเอาชนะปัญหาที่ตามมาได้เลยสักคน

ในยามนี้มีหนทางที่พอจะเป็นไปได้ขึ้นมานั้น จักไม่ให้พวกเขากระโดดโลดเต้นดีใจออกมาได้อย่างไร!

ช่างฝีมือในหน่วยกรมศัสตราวุธจึงนึกตื่นเต้นยิ่งนัก พลางรีบทำตามคำสั่งในทันที

ทุกครั้งที่เฉียวม่อไปเยือนที่นั่น ผู้คนจำนวนมากมายต่างก็เข้ามาล้อมถามคำถามกับนาง

พวกเขายังคงชอบเรียกนางว่า “แม่ทัพน้อยเมิ่ง” อีกด้วย

“แม่ทัพน้อยเมิ่ง พวกข้าทุกคนได้ยินเกี่ยวกับอาวุธใหม่ที่ท่านคิดค้นขึ้นมาแล้ว น่าเสียดายที่ชายแดนเหนืออยู่ไกลเกินไป จึงมิอาจเห็นของเหล่านั้นด้วยตาของตนเอง”

“เป็นเรื่องดียิ่งนักที่ท่านอยู่ในเมืองหลวงในยามนี้ หากว่าท่านสามารถมาเยือนที่กรมศัสตราวุธได้บ่อย ๆ ละก็ยิ่งดี! พวกข้าจักได้สามารถเรียนรู้จากท่านอีกด้วย!”

“ใช่แล้วท่านแม่ทัพน้อยเมิ่ง! พวกข้าหลายคนสนใจอาวุธใหม่ที่ท่านคิดค้นขึ้นมายิ่งนัก! มิรู้จริง ๆ ว่าท่านคิดออกมาได้อย่างไร …”

เดิมทีพวกเขาคิดว่านางเป็นเพียงสตรีธรรมดา ทว่า เมื่อได้พูดคุยกันก็เริ่มสนิทชิดเชื้อมากขึ้นเรื่อย ๆ จนลืมความต่างระหว่างบุรุษและสตรีไปเลยว่า สตรีมิสามารถใช้อาวุธได้ของขนบธรรมเนียมเก่า ๆ ไปได้

เฉียวม่อดื่มด่ำไปกับคำชมสรรเสริญเยินยอของทุกคน จนมิได้สังเกตเลยว่าอู๋ไป๋กำลังลอบติดตามนางอยู่

เขาต้องการตามหาผู้ช่วยของเฉียวม่อ หากแต่ช่วงนี้หาได้พบเจอเบาะแสใด ๆ ไม่

คล้ายกับว่างิ้วน่าดูยิ่งนัก

ไทฮองไทเฮาย่อมมิอาจปล่อยให้เขาแสร้งทำเป็นไม่รู้ต่อไปได้อีก

“ฝ่าบาทเพคะ การที่ท่านตั้งใจทรงงานนับว่าเป็นเรื่องดี หากว่างานในราชสำนักมิได้ยุ่งมากแล้วไซร้ หากราตรีนี้พอมีเวลาว่างละก็ ท่านมิลองไปนั่งที่ตำหนักฟางเฟยดูเล่า มีบุปผางามที่ชวนให้เด็ดดมอยู่”

ไทฮองไทเฮาเหลือเพียงแค่มิได้เอ่ยให้เซียวอวี้โปรดปรานจิ้งกุ้ยเหรินออกมาตามตรงเท่านั้น

เซียวอวี้ที่คิดอยากจะปฏิเสธออกมา

ทันใดนั้นเขาก็คิดเปลี่ยนใจ

พลางพยักหน้ารับคำฮองเฮาเล็กน้อย

“ท่านเอ่ยออกมาไม่ผิด”

ตำหนักฟางเฟย

หลิวซื่อเหลียงมาส่งข่าวด้วยตนเอง

หลังจากที่หลิวซื่อเหลียงจากไปนั้น สาวใช้นามว่าชิวหงรู้สึกมีความสุขมากเสียจนมือไม้สั่นเทาไปด้วยความตื่นเต้น

“กุ้ยเหริน! ท่านได้ยินหรือไม่เพคะ? ฝ่าบาทจักมาร่วมบรรทมกับท่านในคืนนี้!”

มู่หรงฉานที่นั่งอยู่ที่นั่น ใบหน้าของนางมีท่าทีเรียบเฉย หากแต่ภายในใจกลับเต้นระรัวออกมา

เร็วยิ่งนัก...

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย