เซียวอวี้หยิบถุงหอมขึ้น เขาสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างในทันที
เขาจ้องมองไปที่เฟิ่งจิ่วเหยียนเพื่อมิให้นางคิดทำอะไรบุ่มบ่าม
ในขณะเดียวกัน ก็ส่งเสียงสั่งการไปยังด้านนอกตำหนักว่า
“เชิญหมอหลวง!”
ไม่นานนัก หมอหลวงชราที่เป็นผู้ดูแลเรื่องการตั้งครรภ์ของฮองเฮาก็รีบมาในทันที
เขารู้ดีว่าฮองเฮาหาได้ตั้งครรภ์ไม่
หมอหลวงเพียงแค่ดมถุงหอมก็สามารถสรุปออกมาได้ว่า
“ทูลฝ่าบาท สิ่งนี้คือกลิ่นหลิงหลิงพ่ะย่ะค่ะ มีส่วนช่วยในการส่งเสริมการไหลเวียนโลหิต”
เมื่อเอ่ยถึงตรงนี้หาได้พบความผิดปกติไม่
คำพูดของหมอหลวงหลังจากนั้นกลับขยายความออกมาในทันที
“ทว่า ของสิ่งนี้มีกลิ่นเหมือนกับกลิ่นชะมด หากสตรีมีครรภ์สัมผัสได้สูดกลิ่นเข้าไปเป็นเวลานานนั้น ย่อมส่งผลต่อทารกในครรภ์ จนนำไปสู่การตกเลือดหรืออาจทำให้ทารกในครรภ์ตายได้พ่ะย่ะค่ะ! มิต้องเอ่ยถึงสตรีตั้งครรภ์เลย แม้แต่สตรีปกติทั่วไปก็มิเหมาะที่จะพกถุงหอมนี้”
เฟิ่งจิ่วเหยียนลอบกำหมัดแน่นอยู่ในแขนเสื้อของตนเอง
เจอจนได้...
ดวงตาของเซียวอวี้ค่อย ๆ มืดครึ้มลง ราวกับว่าแสงสว่างที่ค่อย ๆ มอดดับไป ทั้งยังเจือไปด้วยความหนาวเย็น ทำเอาผู้คนนึกหวาดกลัวจนตัวสั่นไปในทันที
ทว่า เซียวอวี้หาได้แสดงอารมณ์ออกมาไม่
เขาไล่ทุกคนให้ออกจากตำหนักไปก่อน หลังจากนั้นจึงใช้กลิ่นอายของฮ่องเต้เอ่ยถามกับเฟิ่งจิ่วเหยียนอย่างใจเย็นว่า
“ถุงหอมใบนี้ เป็นของเจ้าหรือว่ามีผู้อื่นมอบให้เจ้า”
ความหมายของทั้งสองย่อมมีความแตกต่างกัน
เฟิ่งจิ่วเหยียนยืนอยู่ที่เดิม ด้วยสีหน้าที่สงบนิ่ง
“เป็นของหม่อมฉันเองเพคะ”
สายตาของฝ่าบาทพลันฉายแววเย็นยะเยือกและความน่ากลัวออกมาในทันที
“ถึงแม้ว่ามันจะทำร้ายร่างกายของเจ้า เจ้าก็ยังคิดที่จะพก... ฮองเฮา เจ้าว่าเราควรชื่นชมเจ้า หรือควรด่าทอเจ้าว่าโง่เง่ามิต่างอันใดกับสุกรดี!”
เพล้ง—
เพียงแค่เซียวอวี้ปล่อยกำลังภายในของตนเองออกมานั้น แจกันที่วางเอาไว้อยู่ด้านข้างผนังก็แตกกระจายออกมา พลางส่งเสียงดังบาดแก้วหู จนกลายมาเป็นเศษแก้วกองอยู่บนพื้น
ราวกับว่าอารมณ์ของเซียวอวี้ในยามนี้ กำลังสับสนวุ่นวายยิ่งนัก
พลางหันไปมองดวงตาคู่นั้นของฮองเฮาที่ไร้คลื่นลม ราวกับว่าเขาเหวี่ยงหมัดชกปุยนุ่นก็ไม่ปาน ผู้ที่เสียอาการมีเพียงเขาเท่านั้น หากแต่นางผู้ที่มีสติกำลังยืนมองอยู่ข้าง ๆ แทน...
เซียวอวี้ทนไม่ไหวอีกต่อไป พลางใช้มืออกไปคว้าชายอาภรณ์ของนางด้วยมือเดียว เส้นเลือดปูดบวมขึ้นมาบนมือในทันที ราวกับจะแสดงถึงอารมณ์เกรี้ยวโกรธและท่าทีที่ไม่คิดจะอดทนอีกต่อไป
“เจ้าฟังให้ดี เราจะพูดเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น
“ในวันส่งท้ายปีเก่าคืนนั้น เป็นเจ้าที่โผเข้ามากอดเรา เจ้าที่เมามายมิต่างกับผีสางเช่นนั้น เราหาได้มีความรู้สึกสนใจเจ้าสักนิดไม่”
เซียวอวี้เคยกล่าวว่า ทุกอย่างเป็นความผิดของโจร ในยามนั้นความคิดของนางที่มีต่อเขาจึงเปลี่ยนไป ทั้งยังรู้สึกว่าเขาหาได้เหมือนบุรุษคนอื่น ๆ ไม่
ที่แท้ นี่ถึงจะเป็นความคิดที่แท้จริงของเขา
เมื่อทิ้งคำพูดเหล่านี้เอาไว้ เซียวอวี้ก็ออกจากตำหนักหย่งเหอไปในทันที
แผ่นหลังของเขาที่เดินอยู่ท่ามกลางลมหนาวทำให้ดูอ้างว้างยิ่งนัก ราวกับผู้เฒ่าชราคนหนึ่งที่กำลังค่อย ๆ ย่างก้าวเข้าสู่หลุมศพของตนเอง
ในขณะเดียวกัน เฟิ่งจิ่วเหยียนถือถุงหอมกลิ่นหลิงหลิงเอาไว้ในมือ พลางถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
ดูเหมือนว่าความผิดของนางที่เกิดขึ้นในคืนนั้นหาได้ร้ายแรงไม่
นับว่าโชคดีที่เซียวอวี้เพิ่งจะลองใจนาง
เพียงชั่วครู่นางก็ลืมรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปเหล่านั้นไปโดยไม่รู้ตัว
อย่างเช่น หากเป็นการลองใจนางจริง ๆ เหตุใดเซียวอวี้ถึงต้องเดินทางหลายพันลี้เพื่อไปตามหานางที่แดนเหนือด้วย เหตุใดต้องเอาตัวเข้าแลก เพื่อที่จะได้สนิทสนมกับนาง...
ด้านนอกของตำหนักหย่งเหอ
ฝีเท้าของเซียวอวี้ก้าวด้วยความเร็วไว ทั่วร่างพลันแผ่กลิ่นอายความเย็นชาออกมาไม่มีหยุด น่าหวาดกลัวเสียยิ่งกว่าลมหนาวเสียอีก
หลิวซื่อเหลียงถึงกับต้องวิ่งเหยาะ ๆ เพื่อที่จะได้ตามให้ทันเขา
จู่ ๆ กลับมีคนไล่ตามมา
“ฝ่าบาทเพคะ! หม่อมฉันเมิ่งเฉียวม่อมีเรื่องสำคัญที่จะรายงานแก่พระองค์เพคะ!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปอดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวีธีแก้ไขให้ด้วยค่ะ...