เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 297

เซียวอวี้หยิบถุงหอมขึ้น เขาสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างในทันที

เขาจ้องมองไปที่เฟิ่งจิ่วเหยียนเพื่อมิให้นางคิดทำอะไรบุ่มบ่าม

ในขณะเดียวกัน ก็ส่งเสียงสั่งการไปยังด้านนอกตำหนักว่า

“เชิญหมอหลวง!”

ไม่นานนัก หมอหลวงชราที่เป็นผู้ดูแลเรื่องการตั้งครรภ์ของฮองเฮาก็รีบมาในทันที

เขารู้ดีว่าฮองเฮาหาได้ตั้งครรภ์ไม่

หมอหลวงเพียงแค่ดมถุงหอมก็สามารถสรุปออกมาได้ว่า

“ทูลฝ่าบาท สิ่งนี้คือกลิ่นหลิงหลิงพ่ะย่ะค่ะ มีส่วนช่วยในการส่งเสริมการไหลเวียนโลหิต”

เมื่อเอ่ยถึงตรงนี้หาได้พบความผิดปกติไม่

คำพูดของหมอหลวงหลังจากนั้นกลับขยายความออกมาในทันที

“ทว่า ของสิ่งนี้มีกลิ่นเหมือนกับกลิ่นชะมด หากสตรีมีครรภ์สัมผัสได้สูดกลิ่นเข้าไปเป็นเวลานานนั้น ย่อมส่งผลต่อทารกในครรภ์ จนนำไปสู่การตกเลือดหรืออาจทำให้ทารกในครรภ์ตายได้พ่ะย่ะค่ะ! มิต้องเอ่ยถึงสตรีตั้งครรภ์เลย แม้แต่สตรีปกติทั่วไปก็มิเหมาะที่จะพกถุงหอมนี้”

เฟิ่งจิ่วเหยียนลอบกำหมัดแน่นอยู่ในแขนเสื้อของตนเอง

เจอจนได้...

ดวงตาของเซียวอวี้ค่อย ๆ มืดครึ้มลง ราวกับว่าแสงสว่างที่ค่อย ๆ มอดดับไป ทั้งยังเจือไปด้วยความหนาวเย็น ทำเอาผู้คนนึกหวาดกลัวจนตัวสั่นไปในทันที

ทว่า เซียวอวี้หาได้แสดงอารมณ์ออกมาไม่

เขาไล่ทุกคนให้ออกจากตำหนักไปก่อน หลังจากนั้นจึงใช้กลิ่นอายของฮ่องเต้เอ่ยถามกับเฟิ่งจิ่วเหยียนอย่างใจเย็นว่า

“ถุงหอมใบนี้ เป็นของเจ้าหรือว่ามีผู้อื่นมอบให้เจ้า”

ความหมายของทั้งสองย่อมมีความแตกต่างกัน

เฟิ่งจิ่วเหยียนยืนอยู่ที่เดิม ด้วยสีหน้าที่สงบนิ่ง

“เป็นของหม่อมฉันเองเพคะ”

สายตาของฝ่าบาทพลันฉายแววเย็นยะเยือกและความน่ากลัวออกมาในทันที

“ถึงแม้ว่ามันจะทำร้ายร่างกายของเจ้า เจ้าก็ยังคิดที่จะพก... ฮองเฮา เจ้าว่าเราควรชื่นชมเจ้า หรือควรด่าทอเจ้าว่าโง่เง่ามิต่างอันใดกับสุกรดี!”

เพล้ง—

เพียงแค่เซียวอวี้ปล่อยกำลังภายในของตนเองออกมานั้น แจกันที่วางเอาไว้อยู่ด้านข้างผนังก็แตกกระจายออกมา พลางส่งเสียงดังบาดแก้วหู จนกลายมาเป็นเศษแก้วกองอยู่บนพื้น

ราวกับว่าอารมณ์ของเซียวอวี้ในยามนี้ กำลังสับสนวุ่นวายยิ่งนัก

พลางหันไปมองดวงตาคู่นั้นของฮองเฮาที่ไร้คลื่นลม ราวกับว่าเขาเหวี่ยงหมัดชกปุยนุ่นก็ไม่ปาน ผู้ที่เสียอาการมีเพียงเขาเท่านั้น หากแต่นางผู้ที่มีสติกำลังยืนมองอยู่ข้าง ๆ แทน...

เซียวอวี้ทนไม่ไหวอีกต่อไป พลางใช้มืออกไปคว้าชายอาภรณ์ของนางด้วยมือเดียว เส้นเลือดปูดบวมขึ้นมาบนมือในทันที ราวกับจะแสดงถึงอารมณ์เกรี้ยวโกรธและท่าทีที่ไม่คิดจะอดทนอีกต่อไป

“เจ้าฟังให้ดี เราจะพูดเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น

“ในวันส่งท้ายปีเก่าคืนนั้น เป็นเจ้าที่โผเข้ามากอดเรา เจ้าที่เมามายมิต่างกับผีสางเช่นนั้น เราหาได้มีความรู้สึกสนใจเจ้าสักนิดไม่”

เซียวอวี้เคยกล่าวว่า ทุกอย่างเป็นความผิดของโจร ในยามนั้นความคิดของนางที่มีต่อเขาจึงเปลี่ยนไป ทั้งยังรู้สึกว่าเขาหาได้เหมือนบุรุษคนอื่น ๆ ไม่

ที่แท้ นี่ถึงจะเป็นความคิดที่แท้จริงของเขา

เมื่อทิ้งคำพูดเหล่านี้เอาไว้ เซียวอวี้ก็ออกจากตำหนักหย่งเหอไปในทันที

แผ่นหลังของเขาที่เดินอยู่ท่ามกลางลมหนาวทำให้ดูอ้างว้างยิ่งนัก ราวกับผู้เฒ่าชราคนหนึ่งที่กำลังค่อย ๆ ย่างก้าวเข้าสู่หลุมศพของตนเอง

ในขณะเดียวกัน เฟิ่งจิ่วเหยียนถือถุงหอมกลิ่นหลิงหลิงเอาไว้ในมือ พลางถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

ดูเหมือนว่าความผิดของนางที่เกิดขึ้นในคืนนั้นหาได้ร้ายแรงไม่

นับว่าโชคดีที่เซียวอวี้เพิ่งจะลองใจนาง

เพียงชั่วครู่นางก็ลืมรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปเหล่านั้นไปโดยไม่รู้ตัว

อย่างเช่น หากเป็นการลองใจนางจริง ๆ เหตุใดเซียวอวี้ถึงต้องเดินทางหลายพันลี้เพื่อไปตามหานางที่แดนเหนือด้วย เหตุใดต้องเอาตัวเข้าแลก เพื่อที่จะได้สนิทสนมกับนาง...

ด้านนอกของตำหนักหย่งเหอ

ฝีเท้าของเซียวอวี้ก้าวด้วยความเร็วไว ทั่วร่างพลันแผ่กลิ่นอายความเย็นชาออกมาไม่มีหยุด น่าหวาดกลัวเสียยิ่งกว่าลมหนาวเสียอีก

หลิวซื่อเหลียงถึงกับต้องวิ่งเหยาะ ๆ เพื่อที่จะได้ตามให้ทันเขา

จู่ ๆ กลับมีคนไล่ตามมา

“ฝ่าบาทเพคะ! หม่อมฉันเมิ่งเฉียวม่อมีเรื่องสำคัญที่จะรายงานแก่พระองค์เพคะ!”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย