เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 296

เมื่อได้ยินว่าเฉียวม่อเป็นลม สายตาของเซียวอวี้พลันเปลี่ยนไปในทันที

พลางขมวดคิ้วเป็นปม เพื่ออดกลั้นน้ำเสียงที่เจือไปด้วยความโมโหเอาไว้ พร้อมเอ่ยตำหนิเฟิ่งจิ่วเหยียนออกมาว่า

“เจ้าทำได้ ‘ดี’ ยิ่ง!”

เซียวอวี้จึงสั่งให้คนไปอุ้มเฉียวม่อเข้าไปพักที่ตำหนักข้าง ทั้งยังเรียกตัวให้หมอหลวงเข้ามาตรวจดูอาการของนาง

ในขณะเดียวกันก็ออกคำสั่ง ห้ามคนภายในตำหนักหย่งเหอแพร่งพรายเรื่องราวในวันนี้ออกไป

ไม่นานนัก เฉียวม่อจึงตื่นขึ้นมาภายในตำหนักที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น

มีนางกำนัลสาวใช้ที่รอปรนนิบัตินางอยู่ภายในตำหนักนั้น

“ใต้เท้าเมิ่ง ท่านรู้สึกดีขึ้นบ้างหรือไม่เจ้าคะ?” นางกำนัลเอ่ยถามด้วยความเป็นกังวล

เฉียวม่อหาได้เป็นลมจริง ๆ ไม่

นางเพียงแค่อดทนรอไม่ไหวเท่านั้น

ในยามนี้นางกำลังนอนอยู่บนเตียง พลางแสดงท่าทีเหนื่อยอ่อนแรงออกมาให้เห็น

“พยุงข้า...ขึ้นมา ข้ายังคุกเข่าไม่ครบหนึ่งชั่วยาม...”

ตึก!

นางทำเหมือนขาทั้งสองข้างได้ถูกแช่แข็งเอาไว้ แม้แต่จะลุกขึ้นยืนยังไม่ไหว เมื่อนางลุกขึ้นมานั้นร่างกายจึงล้มลงไปบนพื้นในทันที

นางกำนัลจึงเข้ามาช่วยพยุงนางลุกขึ้นโดยไว

“ใต้เท้าเมิ่ง ท่านมิต้องเป็นกังวลไปเจ้าค่ะ ฝ่าบาทมีรับสั่งออกมาแล้วว่า วันนี้ห้ามมิให้ท่านคุกเข่าอีก…”

เฉียวม่อพลันส่ายหัวไปมา ก่อนจะเอามือจับไปที่ขอบเตียง เพื่อฝืนบังคับให้ตัวเองลุกขึ้นยืน

“ไม่ได้ ฮองเฮามีรับสั่งให้ข้าคุกเข่า ข้าจะไม่คุกเข่าได้อย่างไร?”

นางมิอาจให้การคุกเข่านางสูญเปล่าไปได้ ต้องทำให้ฝ่าบาทได้รับรู้ว่า เฟิ่งจิ่วเหยียนทำเช่นไรกับแม่ทัพน้ำดีเช่นนาง!

นางกำนัลที่ช่วยพยุงเฉียวม่อไม่ไหวนั้น พลางถอนหายใจออกมา ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยท่าทีเป็นกังวลว่า

“ใต้เท้าเมิ่งมิจำเป็นต้องคุกเข่าจริง ๆ เจ้าค่ะ! ฝ่าบาทรับรู้เรื่องที่ท่านกระทำหมดแล้ว ทั้งยังมีรับสั่งอีกว่า หลังจากที่ท่านฟื้นขึ้นมานั้น มิจำเป็นต้องคุกเข่าอีก เพียงแค่ทำการคัดอักษร คัดกฎหมายของหนานฉีเป็นจำนวนหนึ่งร้อยจบมอบให้ฮองเฮาแทนการคุกเข่าก็พอแล้วเจ้าค่ะ”

เฉียวม่อ : !

ฝ่าบาททำเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร!

พระองค์คิดว่านางผิดจริง ๆ งั้นหรือ?

“แล้ว ฮองเฮา...”

ฮองเฮามิถูกลงโทษหรือ?

นางย่อมมิอาจเอ่ยถามออกไปตรง ๆ ได้ จึงได้แต่กล่าวออกมาอ้อม ๆ แทน

“ฝ่าบาทและฮองเฮารักใคร่ต่อกันยิ่งนัก”

นางกำนัลพลางแย้มยิ้มออกมาอย่างเขินอาย

“ย่อมเป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ ใต้เท้าเมิ่ง ท่านพักผ่อนก่อนเถอะ”

เฉียวม่อกำหมัดในมือของตนเองเอาไว้แน่น

ฝ่าบาทชมชอบศิษย์พี่มากนักหรือ ถึงได้ตามใจนางมากมายเช่นนี้?

อีกด้านหนึ่ง

ภายในตำหนักใน

เซียวอวี้ที่นั่งอยู่บนตำแหน่งด้านบนนั้น เฟิ่งจิ่วเหยียนก็นั่งลงข้างกายเช่นกัน

ทั้งคู่กลับเงียบงันผิดปกติ

ใบหน้าหล่อเหลาของเซียวอวี้คล้ายกับถูกปกคลุมไปด้วยเกร็ดน้ำแข็งบาง ๆ หนาวเหน็บกว่าบรรยากาศที่อยู่ด้านนอกเสียอีก

เมื่อนางกำนัลเข้ามารายงานว่าเฉียวม่อฟื้นขึ้นมาแล้วนั้น ใบหน้าของเซียวอวี้จึงค่อย ๆ อ่อนลง

“ฮองเฮา เมิ่งเฉียวม่อเป็นแม่ทัพที่หาได้ยากยิ่ง เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ หวังว่าจะมิเกิดขึ้นอีกในคราหน้า”

สายตาของเฟิ่งจิ่วเหยียนเจือไปด้วยความเฉยเมย

ยามที่เอ่ยออกมานั้น เซียวอวี้จ้องมองไปที่เฟิ่งจิ่วเหยียนด้วยท่าทีเย็นชาในทันที

เขาเอ่ยชัดเจนออกมาเช่นนี้แล้ว นางจักยังแสร้งโง่ต่อไปอีกหรือไม่?

เมื่อเฟิ่งจิ่วเหยียนเห็นว่า เซียวอวี้ให้ความสนใจบุตรที่เกิดจำเป็นต้องเป็นของสนมเอกนั้น นางจึงลุกขึ้นโค้งคำนับว่า

“หากฝ่าบาทพบสตรีที่พอใจแล้ว หม่อมฉันจักเป็นผู้หลีกทางให้เพคะ”

เพล้ง—

เซียวอวี้พลันลุกขึ้นด้วยความโมโหเสีย จนเก้าอี้ถูกลากส่งเสียงดังออกมา

เขามักจะรู้สึกหงุดหงิดเวลาอยู่ต่อหน้านางเสมอ

หาใช่ความผิดของเขาไม่ แต่เป็นคำพูดและการกระทำของนางที่มิรู้เรื่องอะไรเลย!

“เฟิ่งเวยเฉียง เจ้ามิกลัวว่าเราจักถอดถอนเจ้าหรือ?”

เฟิ่งจิ่วเหยียนจึงเอ่ยออกมาด้วยท่าทีเด็ดขาดว่า

“เพื่อยุทธภพและแว่นแคว้น มิกลัวเพคะ”

ทันใดนั้น ลำแขนเหยียดยาวของเซียวอวี้ เอื้อมออกมาคว้านางให้เข้าไปอยู่ในอ้อมแขนของเขาในทันที

สายตาที่เฉียบคมราวกับตะขอของเซียวอวี้นั้น ราวกับจะรัดนางให้ตาย

“พูดได้ดี รู้ความเช่นนี้ มิผิดเลยที่ตระกูลเฟิ่งมีฮองเฮาที่เปี่ยมล้นไปด้วยคุณธรรมเช่นนี้

“เช่นนั้น เพียงเพื่อยุทธภพและแว่นแคว้น ฮองเฮาสมควรมอบโอรสให้ข้า”

ยามนี้เฟิ่งจิ่วเหยียนมีสติอยู่ นางย่อมมิมีทางยอมให้เกิดเรื่องเช่นนั้นกับเขาขึ้นมาอีก

ขณะที่นางกำลังพยายามดิ้นรนขัดขืนอยู่นั้น มีบางอย่างหล่นออกมาจากร่างกายของนางในทันที

เป็นถุงหอมหนึ่งใบ

เซียวอวี้ที่สังเกตเห็นสายตาผิดปกติไปของเฟิ่งจิ่วเหยียนนั้น จึงก้าวเดินนำนางขึ้นไปหนึ่งก้าวเพื่อหยิบมันขึ้นมา

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย