เฉียวม่อคุกเข่าท่ามกลางลมหนาวที่พัดเข้ากระดูมานานกว่าครึ่‘ชั่วยาม เมื่อเห็นฝ่าบาทเสด็จมานั้น นางจึงรีบหันหน้าไปหาด้วยท่าทีไร้หนทางในทันที
มิคิดเลยว่า ฝ่าบาทหาได้หันมามองนางสักตาเดียวไม่ พลางเดินดุ่ม ๆ เข้าไปด้านในตำหนักแทน
เฉียวม่อจ้องมองไปยังแผ่นหลังของฝ่าบาท พลางกำหมัดที่แดงก่ำจากความหนาวเย็นเอาไว้แน่น
ศิษย์พี่มิได้ชมชอบฝ่าบาท นางรู้ดี
แล้วฝ่าบาทเล่า?
ฝ่าบาทดูเหมือนจะ...ชอบศิษย์พี่มาก
ทว่า ไม่ว่าจะชมชอบสตรีมากเพียงใดก็ตาม พระองค์ก็คงมิยอมให้สตรียื่นมือเข้ามายุ่งเรื่องราวในราชสำนักอย่างแน่นอน ทั้งยังมิยินยอมให้นางมารังแกท่านแม่ทัพภายใต้การบังคับบัญชาของตนเองอีกด้วย!
ภายในตำหนักใน
เมื่อเซียวอวี้เข้ามานั้น เขาก็ไล่คนอื่น ๆ ให้ออกไปในทันที
ซันหมัวมัวหันกลับไปมองฮองเฮาด้วยท่าทีหมดหนทาง พลางใช้สายตาสื่อออกมาวว่า “ผู้ใดให้ท่านมิฟังคำข้า เกิดเรื่องแล้วใช่หรือไม่”
เฟิ่งจิ่วเหยียนลุกขึ้นยืนทำความเคารพ ทว่า บนใบหน้าหาได้มีท่าทีตื่นตระหนกหรือรู้สึกผิดอันใดไม่
“ถวายบังคมฝ่าบาทเพคะ”
เซียวอวี้พลางถามด้วยท่าทีดุดัน
“เหตุใดต้องลงโทษแม่ทัพเมิ่งให้นั่งคุกเข่าด้วย?”
เซียวอวี้มิได้เอ่ยต่อว่านางที่ลงโทษแม่ทัพน้ำดีในทันที หากแต่เลือกที่จะเอ่ยถามความเป็นมาก่อน ว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น
ในฐานะที่เขาพอจะรู้จักนิสัยใจคอของนางนั้น นางหาใช่คนไร้เหตุผลไม่
เฟิ่งจิ่วเหยียนตอบกลับด้วยท่าทีใจเย็นว่า
“นางกล่าววาจาหยาบคาย หม่อมฉันเลยสั่งลงโทษนางเพคะ”
เซียวอวี้เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
“หยาบคายอย่างไรกัน เจ้าช่วยอธิบายให้ชัดเจนได้หรือไม่”
“นางต้องการให้หม่อมฉันกล่าวคำพูดหวานหูเอ่ยทูลต่อพระองค์ ให้นางกลับไปเป็นแม่ทัพใหญ่แห่งชายแดนเหนือ แทนที่จะอยู่ประจำการเป็นองครักษ์อารักขาหน้าประตูภายในเมืองหลวงเฉกเช่นสุนัข” เฟิ่งจิ่วเหยียนเอ่ยโกหกออกมาด้วยสีหน้าไม่เปลี่ยนสี ทั้งยังกล่าวคำโกหกออกมาด้วยความมีเหตุมีผลเป็นอย่างยิ่ง
หากเป็นผู้อื่นละก็ย่อมหลงเชื่อได้ไม่ยาก
ทว่า เซียวอวี้ที่เป็นคนช่างสงสัยมากมายนั้น
เขาใช้สายตาจ้องมองไปที่เฟิ่งจิ่วเหยียนราวกับกำลังตรวจสอบ
“ในยามนั้นนางเปิดเผยร่องรอยที่อยู่ของเจ้า เจ้าจึงคิดอยากจะแก้แค้น วันนี้ถือเป็นโอกาสอันดี เจ้าจึงสั่งให้นางคุกเข่าท่ามกลางลมหนาวยามเหมันตฤดูเช่นนี้
“หากเราตามใจเจ้า แล้วเราจะตอบแทนนางที่เสี่ยงชีวิตความเป็นความตาย หลั่งเลือดเนื้อของตนเองเพื่อหนานฉีได้อย่างไร!”
“ก่อนหน้านั้น มีคนไม่น้อยกล่าวว่านางเคารพตนเองในฐานะพลทหาร ทว่า เราเชื่อเสมอว่า ผู้ที่สามารถเขียน “บทกวีแห่งความตาย”นั้น หาได้มีใจคิดก่อกบฏไม่”
เฟิ่งจิ่วเหยียนได้ยินคำพูดของเซียวอวี้นั้น ทำเอารู้สึกจิตใจล่องลอยยิ่งนัก
บทกวีแห่งความตายนั้น เป็นนางที่เขียนขึ้น หลังจากตัดสินใจที่จะจบชีวิตของตน ยามที่นางออกรบจนเหลือเหล่าทหารไม่ถึงสิบกว่านาย
เซียวอวี้ที่เพียงเคยได้ยินบทกวีนั้น จักมามั่นใจถึงลักษณะใจคอของผู้เขียนขึ้นมาได้อย่างไร...
“ในฐานะเป็นฮองเฮานั้น เจ้าจักจัดการควบคุมวังหลังเช่นไร เราหาได้เคยสอดมือเข้าไปยุ่งไม่ ทั้งยังมิคิดสงสัยในคนของตนเอง แต่คนของเรา เจ้าก็อย่าได้มาแตะต้อง! เราจักพูดอีกครั้ง ออกไปช่วยประคองขุนนางอันดับหนึ่งแห่งหนานฉีขึ้นมาเสีย” เซียวอวี้ประกาศกร้าวออกมา โดยที่มิอาจขัดคำสั่งได้
เฟิ่งจิ่วเหยียนเหม่อมองออกไปยังด้านนอกตำหนัก
“คำพูดต้องเป็นคำพูด พูดแล้วย่อมต้องทำ ทำแล้วจึงจะเกิดผล ฝ่าบาทโปรดยกโทษให้หม่อมฉันที่มิอาจทำตามพระบัญชาของพระองค์ได้ด้วยเถิดเพคะ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เซียวอวี้ถึงกับเอ่ยเยาะเย้ยออกมาว่า
“พูดแล้วต้องทำ วาจานี้เจ้าหาได้มีคุณสมบัติที่จะกล่าวออกมาไม่”
ในคืนวันส่งท้ายปีเก่านั้น มิใช่นางกล่าวรับปากเขาแล้วว่าจะคลอดพระโอรสออกมาให้เขา?
ทันทีที่เซียวอวี้พูดจบ ซุนหมัวมัวที่อยู่ด้านนอกจึงส่งเสียงรายงานขึ้นมาว่า
“ฝ่าบาทเพคะ ฮองเฮาเพคะ! แม่ทัพเมิ่งเป็นลมไปแล้วเพคะ!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปอดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวีธีแก้ไขให้ด้วยค่ะ...