เขาคิดแค่ว่าซูหวั่นกำลังพูดเล่น และก็เยาะเย้ยเขาอยู่“นังเด็กบ้า เจ้ารู้หรือเปล่าว่าเจ้ากำลังพูดอะไรอยู่?”
“ข้าก็ต้องรู้อยู่แล้ว เสี่ยวเฮยต้าน หากข้าพูดไม่ผิดละก็ เนื่องจากพิษตอนที่ท่านแม่คลอดท่านออกมา ท่านก็เลยมีผิวที่ดำแบบนี้”ซูหวั่นพูดจาฉะฉาน และพูดอย่างมั่นใจว่า“ให้เวลาข้าหนึ่งเดือน แล้วข้าจะรักษาเจ้าให้หายดีเอง”
และถังเสี่ยวจิ่วก็ดูจะเชื่อขึ้นมาแล้ว
เขาอายุเพียงเจ็ดขวบ จิตใจและความคิดยังไม่ได้เป็นผู้ใหญ่ และหลอกได้ง่ายเลยทีเดียว
ยิ่งไปกว่านั้น ถ้านังเด็กป่านี่รักษาไม่เป็นแล้วละก็ ทำไมนางถึงรู้ว่าเขาถูกวางยาพิษมาตั้งแต่ในท้องของแม่แบบนี้ล่ะ
“เจ้าเก่งขนาดนั้นเลยเหรอ?”
จากนั้นซูหวั่นก็ได้ยื่นมือไปที่ถังเสี่ยวจิ่ว“ยื่นมือมาให้ข้าหน่อย ข้าต้องการจับชีพจร”
ถังเสี่ยวจิ่วเปลี่ยนท่าทางเมื่อก่อนหน้านี้ ยื่นมือไปอย่างว่าง่าย และดวงตาเต็มไปด้วยความคาดหวัง
เขาไม่ต้องการได้ยินคนอื่นๆพูดว่า อาการป่วยของเขาไม่สามารถรักษาได้
ต่อให้สถานะของเขาจะสูงศักดิ์แค่ไหน แม้ว่าคนเหล่านั้นจะไม่กล้าหัวเราะเขาต่อหน้า แต่พอลับหลัง เขารู้ดีว่าคนพวกนั้นกำลังหัวเราะเขาอยู่
“รักษาได้หรือเปล่า?”
ซูหวั่นดึงมือกลับ และพูดอย่างจริงจังขึ้นมาว่า“รักษาได้ แค่ล้างพิษในตัวออกให้หมดก็เพียงพอแล้ว รักษาแค่หนึ่งเดือน ท่านก็จะหายเป็นปกติแล้ว”
และนางก็เห็นแววตาที่ตื่นเต้นของถังเสี่ยวจิ่วได้อย่างชัดเจน
และคิดติดตลกในใจว่า
เด็กน้อยคนนี้ ช่างแสร้งทำเป็นสงบได้เก่งจริงๆ
“การรักษาอาการป่วยของท่านจำเป็นต้องใช้สมุนไพรราคาแพงสองสามอย่าง บ้านข้าจน ซื้อไม่ไหวหรอกนะ”ซูหวั่นมองไปที่ถังเสี่ยวจิ่ว“ท่านมีกระดาษกับปากกาหรือเปล่า ข้าสามารถเขียนให้ท่านได้”
โชคดีที่ตัวอักษรในยุคสมัยนี้มีความคล้ายคลึงกับอักษรจีนตัวเต็ม ดังนั้นนางจึงสามารถจดจำและเขียนออกมาได้ดี
ถังเสี่ยวจิ่วคลำกระเป๋าเสื้อ แต่หากระดาษกับปากกาไม่เจอ เขาจึงใส่ดาบเข้าไปในฝักตามเดิม“เจ้าวางใจเถอะ บ้านข้ามียาทุกอย่าง ข้าจะให้คนกลับไปรับยามาเดี๋ยวนี้เลย!”
หลังจากพูดจบ เขาก็หันหลังกลับและเตรียมที่จะออกเดินทาง
แต่แล้วเขาก็เพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่าเขากำลังหลงทางอยู่ และเดินออกจากภูเขาลูกนี้ไปไม่ได้เลย
ซูหวั่นมองเห็นความลำบากใจของเขา จึงแบกกระบุงเอาไว้ด้านหลังและเดินนำหน้าไป นางค้นหาวัตถุดิบตัวยาที่กระจัดกระจายมาได้จำนวนมาก เวลาผ่านไปครึ่งค่อนวันถึงจะลงจากเขามา
ถังเสี่ยวจิ่วได้ผลักคนพวกนั้นออกไป ค้นหากระดาษและปากกาจากตัวของพ่อบ้าน แล้วยื่นให้กับซูหวั่นพร้อมพูดออกมาว่า“เขียนเถอะ!”
โดยที่ซูหวั่นก็ไม่ได้เกรงใจเช่นกัน
นางเขียนใบสั่งยารวมถึงยาที่จะมาช่วยรักษาซูลิ่วหลางด้วย หลังจากเขียนเสร็จ นางก็ส่งให้ถังเสี่ยวจิ่วแล้วพูดว่า“อย่าลืมเวลานัดของเรานะ พรุ่งนี้เจอกัน”
ถังเสี่ยวจิ่วหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมา และมองตามร่างของซูหวั่นที่กำลังจะหายไป
จากนั้นเขาก็ได้กำชับทหารยามออกไปว่า“เดินตามนางไป ดูสิว่านางจะไปพักอยู่ที่ไหน!”
และทหารยามก็เดินจากไป
พ่อบ้านหรี่ตามองข้อความบนกระดาษโดยรู้ว่ามันเป็นยา ซึ่งเขาก็รู้สึกสับสนเล็กน้อย“ท่านชายเก้าครับ เด็กสาวเมื่อครู่นี้เป็นใครหรือครับ เพราะนางช่วยชีวิตท่านมาหรือเปล่า?”
ถังเสี่ยวจิ่วเชิดคางขึ้นอย่างหยิ่งผยอง
และท่าทางของเขาก็กลับมาเป็นราชาปีศาจอีกครั้ง“นี่เจ้ากำลังซักประวัติข้าอยู่หรือเปล่า?”
พ่อบ้านเหงื่อแตกพลั่ก แน่นอนว่าเขาคงไม่กล้า รีบส่ายหน้าแล้วพูดว่า“ข้าน้อยไม่กล้าหรอกครับ ข้อน้อยพูดผิดไปแล้ว ท่านชายเก้าลงโทษผมเถอะนะครับ!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติมาเป็นสาวชาวนา