แม่เฒ่าเซี่ยงรู้สึกว่าสิ่งที่ซูหวั่นพูดนั้นไม่ถูกต้องมากนัก
ทำไมต้องไปขอที่เจ้าของร้านหลิวของเค่อเยว่ด้วย?
“นังหนูหวั่น เจ้าหมายความว่ายังไง?”
ซูหวั่นใช้เจ้าของร้านหลิวเป็นโล่ แล้วพูดว่า “ท่านย่า ข้าไม่กลัวที่จะบอกกับท่านย่าหรอกนะ แต่สูตรลับนี้ เจ้าของร้านหลิวเป็นคนบอกข้ามา เขาบอกข้าว่าหากความลับรั่วไหลออกไป บ้านของข้าจะถูกตัดหัว พวกเราได้เซ็นสัญญาการเก็บความลับนี้เอาไว้”
“แล้วยังประทับตราที่สถานีแล้วอีกด้วย”
แม่เฒ่าเซี่ยงสับสน“สัญญาการเก็บความลับอะไรกัน?”
“เพียงแต่ว่าสูตรลับนี้ไม่ใช่ของข้า หากข้ากล้าป่าวประกาศออกไป ครอบครัวข้าก็จะถูกตัดหัวทั้งหมด” ซูหวั่นสร้างเรื่องราวต่อไป
โดยไม่กะพริบตา
ยังไงเสียก็ได้บอกกล่าวกับเจ้าของร้านหลิวเอาไว้แล้ว และนางก็ไม่กลัวว่าแม่เฒ่าเซี่ยงจะไปถามด้วย
นางหวางโน้มตัวเข้ามาใกล้ๆแม่เฒ่าเซี่ยง และกระซิบพูดเบาๆว่า“ท่านแม่ นังเด็กบ้าคนนี้จะต้องกำลังพูดโกหกและหลอกเราอยู่อย่างแน่นอน นางแค่ไม่อยากจะบอกสูตรลับของเราเท่านั้น!”
นางไม่เชื่อเจ้าของร้านหลิวอะไรนั่นหรอกนะ
นังเด็กบ้าคนนี้มีความคิดมากมาย นางจะต้องระวังเอาไว้ให้ดี
แม่เฒ่าเซี่ยงปิดจมูก จ้องไปที่เครื่องในหมูที่อยู่เต็มลานบ้านไปหมด“นังหนูหวั่น เจ้าของร้านหลิวดีกับเจ้าขนาดนั้นเลยรึ ยังเอาสูตรลับมาบอกให้เจ้าอีก?”
หากมีสูตรลับจริงๆ ทำไมก่อนหน้านี้นางไม่เคยได้ยินว่าเค่อเยว่มีขายมาก่อนเลยล่ะ
นางหวางพูดถูก
ซูหวั่นจะต้องโกหกนางอย่างแน่นอน “เจ้าอย่าโกหกย่าเลย ย่าไม่อยากจะได้สูตรลับของเจ้าหรอกนะ แค่อยากจะได้ยินเจ้าพูดความจริงเท่านั้น”
ซูหวั่นไม่ใช่เด็กสามขวบสักหน่อย แล้วนางจะหลงกลแม่เฒ่าเซี่ยงได้อย่างไรกัน“ท่านย่า เจ้าของร้านหลิวเป็นคนให้สูตรข้ามาจริงๆ หากท่านไม่เชื่อก็ไปถามเขาได้ เพียงแต่ว่าเจ้านายของเจ้าของร้านหลิวอารมณ์ไม่ค่อยจะดีก็เท่านั้นเอง”
“พวกเขาเป็นเจ้าหน้าที่ หากท่านไปทำให้พวกเขาขุ่นเคืองใจ ระวังจะถูกจับเอาไปขังไว้ในสถานีได้นะ…”
แม่เฒ่าเซี่ยงรู้สึกหนาวสั่นไปทั้งตัว
และหนังศีรษะของนางหวางก็ตึงเครียดขึ้นมาเช่นกัน
พูดโกหกแบบไม่ต้องร่างเลยจริงๆ
นางพับแขนเสื้อขึ้น“หวางอวิ๋น เจ้าเป็นน้าสามของอาหวั่นนะ สนิทกว่าคนนอกอย่างพวกข้าเสียอีก ยังจะต้องรับเงินค่าจ้างอีกเหรอ?”
นางหวางแทบอยากจะอุดปากของป้าฟางเอาไว้
นางย่อตัวไปข้างหลังแม่เฒ่าเซี่ยง แล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า“พวกป้าคนเยอะขนาดนี้ก็เพียงพอแล้ว ยังจะต้องถึงตาของข้าอีกเหรอ ข้าคงไม่มาสร้างปัญญาหรอกนะ”
ไม่มีเงินค่าจ้างจะมาทำไมกัน ไม่ใช่ว่านางจะไม่มีการมีงานเสียเมื่อไหร่!
พวกเซ่อถึงให้ซูหวั่นสั่งงานอยู่แบบนี้
ป้าฟางรับรู้นิสัยของคนอย่างนางหวางและแม่เฒ่าเซี่ยง มานานแล้ว
หลังจากได้ยินแบบนี้ นางก็เดินสองก้าวไปทางซูหวั่น“ดูเจ้าพูดเข้า คนที่มาช่วยงานยิ่งมากก็ยิ่งดีเป็นธรรมดา”
“อาหวั่นไม่รังเกียจคนที่มาช่วยอย่างแน่นอน” ป้าฟางวางเขียงและมีดทำครัวลง หันหน้าแล้วพูดว่า “แต่ถ้าหากมีเจตนาไม่ดี อาหวั่นถึงจะรังเกียจนะ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติมาเป็นสาวชาวนา