ซูหวั่นหันไปด้านข้าง“อยู่ด้านในค่ะ”
ขณะที่เจ้าของร้านหลิวกำลังจะเดินเข้าไป ก็ถูกนางเรียกเอาไว้เสียก่อน
“อย่าเข้าไปนะคะ!”
“มีอะไรอย่างงั้นเหรอ?” เจ้าของร้านหลิวหันกลับมาอย่างอธิบายไม่ถูก เป็นไปได้ไหมว่าสินค้ายังไม่พร้อม?
ซูหวั่นชี้ไปที่รองเท้าของเจ้าของร้านหลิว แล้วชี้ไปที่ถังไม้ที่อยู่ข้างๆ“ล้างเศษดินโคลนที่ตัวของท่านให้สะอาดก่อนนะคะ ระวังอย่าทำให้เนื้อตุ๋นสกปรกเอาได้”
เจ้าของร้านหลิวมองไปที่ถัง
ข้างในบรรจุน้ำบาดาลที่ใส่สะอาด เขาก้มตัวและใช้ผ้าหยาบที่อยู่ข้างๆเช็ดรองเท้า จากนั้นก็ยังล้างมือตามอีกด้วย
โดยที่รู้สึกพึงพอใจมากขึ้นเรื่อยๆ
อาหารการกินแน่นอนว่าจะต้องใส่ใจในเรื่องของความสะอาดอยู่แล้ว!
ห้องครัวในเค่อเยว่ก็สะอาดมากเช่นกัน และเมื่อเจ้าของร้านหลิวเดินเข้าไปดูข้างในก็พอใจมากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากกลิ่นหอมของเนื้อตุ๋นแล้วยังมีกลิ่นกระดูกที่หอมกรุ่นอยู่อีกต่างหาก
กลิ่นหอมทำให้จิตใจผ่อนคลาย
โดยที่พื้นของโรงงานยังสะอาดสะอ้าน ทันทีที่ได้เห็น มันก็ทำให้ผู้คนรู้สึกสบายใจ
“หนูซู ทั้งหมดนี้กี่กิโล?”
“อันนี้ต้องให้เจ้าของร้านหลิวชั่งด้วยตัวเองเสียก่อน แล้วค่อยคำนวณนะคะ” ซูหวั่นเคยชั่งน้ำหนักมาก่อนแล้ว ซึ่งนางจะคิดแค่น้ำหนักรวมเท่านั้น ส่วนเศษที่เหลือจะปัดทิ้งไป
ทั้งหมดหนึ่งพันสามร้อยกิโล
ครึ่งกิโลจะคิดในราคาเดิม นั่นก็คือสิบสตางค์
รวมทั้งหมดหนึ่งพันสามร้อยกิโล ก็เท่ากับสองหมื่นหกพันสตางค์ ซึ่งเท่ากับเงินยี่สิบหกตำลึง
หากไม่รวมค่าแรง ค่าฟืน และค่าวัตถุดิบ รายได้สุทธิก็เกือบสิบแปดตำลึง!
หากเป็นไปตามนี้ นางก็สามารถเปิดร้านที่ดีๆได้ในเร็ววัน
และถ้าเปรียบเทียบร้านค้ากับโรงงานแล้ว มันก็คงเทียบไม่ได้เลยกับโรงงานเนื้อตุ๋นนี้
ซูหวั่นคิดอย่างมีความสุข และมุมปากของนางก็อดไม่ได้ที่จะกระตุกขึ้น
เจ้าของร้านหลิวรู้สึกดีใจมาก และเขาขอให้คนงานขนเนื้อตุ๋นขึ้นรถเทียมวัว โดยเขาจะอาศัยการขนย้ายเนื้อตุ๋นเหล่านี้เข้าไปในเมืองในเวลากลางคืนที่มีอุณหภูมิต่ำ
ไม่เช่นนั้นแล้ว ด้วยกำลังซื้อของผู้คนในตำบล เกรงว่าคงไม่สามารถขายได้มากขนาดนี้
“หนูซู รวมทั้งหมดแล้วคือหนึ่งพันสามร้อยสี่สิบกิโล”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติมาเป็นสาวชาวนา