วันรุ่งขึ้น ซูหวั่นก็ได้ไปพบกับป้าฟาง เพื่อขอให้ซูชิงสามีของป้าฟางช่วยหาคนงานที่มีความสามารถมาสักสองสามคน
และป้าฟางก็ตกปากรับคำอย่างรวดเร็ว
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ซูชิงก็พาเหล่าบรรดาพวกผู้ชายไปช่วยสร้างห้องครัวและห้องส้วมให้กับนาง โดยที่ซูหวั่นเข้าป่าไปโดยลำพัง
และก็เป็นไปตามที่คิดเอาไว้ กระต่ายหนึ่งตัวและไก่ป่าอีกหนึ่งตัวได้ติดกับดักแล้ว
ซูหวั่นได้ใส่กระต่ายและไก่ป่าลงไปในพื้นที่จินตนาการ โดยพบว่าแม่กระต่ายที่ใส่ไว้ก่อนหน้านี้มีลูกถึงสิบตัวแล้ว!
และทุกตัวก็น่ารักเสียจริงๆ
แม่ไก่ตัวนั้นยังคงฟักไข่อยู่ และก็ไม่รู้ว่าฟักลูกไก่ออกมากี่ตัวแล้ว ซูหวั่นเดินเข้าไปในห้องห้องนั้น และพบว่าเครื่องปรุงและยาที่ใช้ไปแล้วถูกเติมเอาไว้จนเต็มทั้งหมด
และอากาศภายในพื้นที่ก็ดูจะสะอาดและหอมหวานยิ่งขึ้นไปกว่าเดิมอีก
โดยที่มีน้ำพุสายหนึ่งอยู่ตรงผิวของแม่น้ำ และก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะซูหวั่นเกิดภาพลวงตาหรือไม่ แต่นางมักจะรู้สึกว่าน้ำพุนี้ค่อนข้างจะขาว ราวกับน้ำพุแห่งจิตวิญญาณเลยทีเดียว
ส่วนปลาและกุ้งที่จับยัดเข้าไปก่อนหน้านี้ก็โตขึ้นมากด้วยเช่นกัน
สวนผลไม้ยังคงเต็มไปด้วยผลไม้ และส่วนใหญ่จะสุกแล้ว นางไม่รู้ว่าในยุคนี้จะมีแอปเปิลหรือไม่ และก็ไม่รู้ว่าหากนำไปขายจะก่อให้เกิดความโกลาหลหรือไม่
พื้นที่นี้ช่างมหัศจรรย์เสียจริงๆ จิตสำนึกสามารถเข้าไปได้ และร่างกายของซูหวั่นก็สามารถเข้าไปได้ด้วยเช่นกัน
ทันทีที่เข้าไปด้านใน เวลาของข้างนอกก็จะช้ามาก ข้างนอกหนึ่งวัน เท่ากับข้างในหนึ่งเดือน
หลังจากที่ซูหวั่นสำรวจจิตสำนึกมากพอแล้ว นางก็ถอนตัวออกมาจากพื้นจินตนาการนั้น
แต่ก่อนที่นางจะได้ลืมตาขึ้นมา นางก็รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างกำลังทิ่มหน้าของนางอยู่ และนางก็ลืมตาขึ้นมาอย่างฉับพลันพร้อมกับจ้องมองคนที่อยู่ตรงหน้าอย่างตั้งรับ
และก็เป็นเด็กน้อยดำๆคนหนึ่ง โดยที่ผิวหนังสีเหลืองผสมดำ
ไม่ใช่เพราะตากแดด และก็ไม่ใช่เป็นตั้งแต่เกิดด้วย
ซึ่งซูหวั่นมองแค่แวบเดียวก็รู้ว่าเด็กคนนี้ถูกวางยาพิษเสียแล้ว!
และเมื่อเด็กชายตัวน้อยเห็นซูหวั่นที่จ้องมองตัวเองอย่างไม่กะพริบตา จู่ๆดวงตาก็แดงก่ำด้วยความโกรธ“นังเด็กเหลือขอ หากเจ้ายังจ้องเจ้าชายอย่างเราอีก เราก็จะควักลูกตาของเจ้าออกมาทิ้งซะ!”
ซูหวั่นยังคงไม่ขยับเขยื้อน และมองสำรวจเด็กชายตัวน้อยอยู่แบบนั้น
พิษค่อนข้างจะแปลก และพบได้ยากในยุคปัจจุบัน โดยไม่รู้ว่าใครเป็นคนวางยาเขาด้วย
นางอยากจะพาเด็กชายตัวน้อยกลับไปห้องวิจัยเพื่อทำงานวิจัยเสียจริงๆ
ถังเสี่ยวจิ่วกระโดดโหยงด้วยความโกรธ ไม่มีใครสามารถพูดว่าเขาดำได้เลย แม้แต่คนในครอบครัวถังก็ตาม
เขาดำมาตั้งแต่เกิด พวกพี่ๆต่างก็บอกว่าเพราะตอนที่คลอดเขาออกมาท่านแม่ได้ถูกวางยาพิษ
และมันก็ทำให้เขากลายเป็นคนผิวดำ เพราะความละอายแก่ใจ คนในครอบครัวก็เลยปฏิบัติกับเขาราวกับว่าเป็นเทพเจ้า
แล้วนังเด็กบ้าคนนี้เป็นใครกัน ทำไมถึงกล้าเรียกเขาว่าเสี่ยวเฮยต้านแบบนี้
แต่เดี๋ยวก่อนนะ......
เมื่อครู่นี้นังเด็กบ้านั่นพูดว่าอะไรนะ?
ถังเสี่ยวจิ่วจ้องมองไปยังซูหวั่นด้วยความไม่เชื่อ“เจ้าพูดว่าเจ้าสามารถรักษาอาการป่วยของข้าได้งั้นเหรอ?เจ้าเนี่ยนะ?จะเป็นไปได้ยังไง!”
แล้วเด็กสาวบ้านนอกแบบนี้จะรักษาได้อย่างไร เขาเคยให้หมอหลายต่อหลายคนมาทำการตรวจแล้ว แต่ทุกคนก็ทำเพียงส่ายหน้าและถอนหายใจออกมา
และสุดท้ายแล้ว เขาก็รู้สึกสิ้นหวังด้วยเช่นกัน
เขาจึงไม่ยอมที่จะรักษาอีกต่อไป ถึงอย่างไรใครที่กล้าหัวเราะเยาะเขา เขาก็จะหยิบดาบมาทำให้นางเสียชีวิตทันที!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติมาเป็นสาวชาวนา