เข้าสู่ระบบผ่าน

ทะลุมิติมาเป็นสาวชาวนา นิยาย บท 103

หลังจากที่ซูหวั่นกลับมาจากโรงงานแล้ว นางก็หารือมื้อเย็นกับนางหลี่ ในบ้านยังมีเนื้อตุ๋นเหลืออยู่ แล้วก็ได้ซื้อแป้งข้าวและแป้งข้าวโพดมาอีก

นางหลี่วางแผนที่จะอบแป้งแผ่นขึ้นมา

ในห้องครัวมีควันมาก ซูหวั่นจึงให้นางหลี่ออกไปก่อน แต่นางหลี่กลับไม่ยอม และพูดว่าอาหวั่นยุ่งตลอดทั้งวัน น่าจะเหนื่อยมากแล้ว

ในระยะนี้ไม่ใช่ว่านางจะท้องโตจนเดินไม่ได้เสียหน่อย ช่วยอะไรได้บ้างก็ยังดี ซูหวั่นจึงทำได้แค่ยอมแพ้ และไม่ได้พูดโน้มน้าวนางอีกต่อไป

แผ่นแป้งค่อนข้างนุ่ม

มันไม่ได้กรอบขนาดนั้น หลังจากกินและดื่มน้ำชาตาม มันก็ง่ายต่อการอิ่มท้อง

เมื่อกินร่วมกับเนื้อตุ๋น พวกซูชิงก็กินจนปากมันแผล็บ ก่อนที่จะเดินออกไป ซูหวั่นก็ให้พวกเขานำแป้งแผ่นกลับไปอีกสองแผ่น

แผ่นแป้งของนางหลี่มีขนาดใหญ่ และก็ยังเติมแป้งเพิ่มเข้าไปอีกด้วย พวกซูชิงต่างก็รู้สึกเคอะเขินเล็กน้อย เพราะของดีๆแบบนี้สามารถลิ้มรสได้แค่ช่วงเวลาเทศกาลเท่านั้น

ในวันธรรมดาคนส่วนใหญ่จะกินซาลาเปาดำ ดีหน่อยก็จะเพิ่มน้ำหรือโจ๊กครึ่งชามเท่านั้น

ซูชิงถือแผ่นแป้งเอาไว้ในมือ

เขาต้องการเก็บกลับบ้านเพื่อให้โก่วต้านและภรรยาได้กิน ทันทีที่ถึงบ้าน เขาก็ยื่นแผ่นแป้งให้พวกนางทันที

เมื่อป้าฟางเห็นแผ่นแป้งขาว นางก็ดวงตาแดงก่ำ“ทำไมเจ้าถึงไม่กิน?”

ซูชิงหิ้วถังน้ำและเตรียมที่จะอาบ“กินมาแล้ว”

เมื่อป้าฟางได้ยินแบบนั้น นางก็เข้าใจทันทีว่า นางหลี่ได้เตรียมของพวกนี้ให้เขานำกลับมาโดยเฉพาะ“ครอบครัวของอาหวั่นก็จริงๆเลยนะ นี่ยังให้เจ้าเอากลับมาบ้านอีกตั้งสองชิ้น แผ่นแป้งแบบนี้ มันหลายสตางค์อยู่นะ!”

“ครอบครัวของพวกเขาเป็นคนมีน้ำใจ ข้าจะต้องทำงานให้อย่างเต็มที่ จะได้ไม่เป็นการเอาเปรียบพวกเขา”

“ถูกต้อง เจ้าต้องทุ่มเทให้มาก คอยดูแลคนงานอื่นๆให้ดี อย่าให้มีอะไรผิดพลาด หากโรงงานสร้างเสร็จแล้ว หมู่บ้านซีสุ่ยของเราจะต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน”

ป้าฟางไปหยิบเสื้อผ้ามาให้ซูชิง และก็ให้โก่วต้านหยิบแผ่นแป้งไปกิน

สองสามีภรรยาพูดกันอย่างรักใคร่กลมเกลียว

เป็นเวลาหลายวันติดต่อกันที่ซูหวั่นได้วิ่งทำการค้าขายมาโดยตลอด รายละเอียดของสัญญาก็สำเร็จไปทีละเล็กทีละน้อยแล้ว ซึ่งนานวันก็รู้สึกคุ้นเคยกับเจ้าของร้านหลิวมากยิ่งขึ้น

โรงงานอยู่ห่างจากความสำเร็จเพียงก้าวเดียว

โดยที่ซูเหลียนเฉิงก็นั่งอยู่ข้างๆด้วยเช่นกัน

เขาขยับขาไม่ได้ ใบหน้านั้นแดงก่ำ เส้นเอ็นปูดโปน ราวกับว่าอยากจะโผเข้าไปปกป้องนางหลี่เอาไว้

“เจ้ารอง เจ้าพูดมาสิว่า ข้ายังเป็นแม่ของเจ้าอยู่หรือเปล่า!”

เมื่อเห็นว่านางหลี่ไม่พูดอะไร แม่เฒ่าเซี่ยงก็โยนความขัดแย้งมาที่ซูเหลียนเฉิง แล้วพูดด้วยใบหน้าที่มืดมนว่า“หากเจ้าบอกว่าไม่ใช่ ข้าก็จะไม่ยื้อแย่ง อะไรก็ให้กับเจ้า!”

ยื้ออะไร?

แย่งอะไร?

ซูหวั่นรีบแทรกตัวเข้าไป ขณะที่กำลังจะถาม นางก็เห็นคนที่อยู่ด้านในสุดกำลังยืนอยู่กับพ่อเฒ่าซู

เขาสวมชุดเนื้อผ้าทอ และกำลังพูดคุยอยู่กับพ่อเฒ่าซูอย่างคุ้นเคย

พ่อเฒ่าซูยิ้มอย่างละอายใจเป็นระยะๆ“ท่านพูดถูก ครอบครัวของพวกเราก็ไม่ได้เดือดร้อนขนาดนั้น เรื่องมันเกิดขึ้นมาแล้ว พวกเราก็จะไม่ไปอาละวาดอีกแล้ว ต้องโทษว่าตัวเองโชคไม่ดีเอง”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติมาเป็นสาวชาวนา