เฉินเสวี่ยไอออกมาเบาๆ พลางกำชายแขนเสื้อของไท่จื่อไว้แน่นอย่างอ่อนแรง
“เมื่อครู่ไท่จื่อเฟยชวนหม่อมฉันไปล่องเรือ พวกเรากำลังพูดถึงเรื่องขององค์หญิงผิงหยาง อาจเป็นเพราะเสียงท่านอ๋องดังขึ้นกะทันหัน ทำไท่จื่อเฟยสะดุ้งตกใจจึงไม่ทันระวังเหยียบตะไคร่น้ำพลาดพลัดตกลงไปในน้ำเพคะ”
มู่เหยากล่าวปิดเรื่องอย่างนิ่งสงบโดยสีหน้าไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อย
เมื่อได้ยินดังนั้น
แววความสงสัยในดวงตาของไท่จื่อก็ลดลงไปบ้าง แม้ยังมีความคลางแคลงอยู่ในใจ
แต่เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะซักถามต่อไป
“เช่นนั้นพระชายาฉู่ช่วยกราบทูลต่อฮองเฮาว่าข้าจะพาไท่จื่อเฟยกลับไปก่อน”
มู่เหยาพยักหน้ารับด้วยท่าทีเย็นชาห่างเหินดังเคย
มองตามแผ่นหลังของทั้งสองที่เดินจากไป เยี่ยนสวินก็เอื้อมมือมาจับมู่เหยาไว้ “เจ้าไม่ใช่คนหุนหันพลันแล่น มีอันใดเกิดขึ้นกันแน่”
มู่เหยาจึงเล่าเรื่องทั้งหมดที่เพิ่งได้ยินมาจากซวีซงหลิงให้ฟังโดยไม่ปิดบังแม้สักคำ
ชายหนุ่มฟังแล้วก็ยิ่งขมวดคิ้วแน่นขึ้นทุกที
เห็นได้ชัดว่าเขาตกตะลึงเพียงใด
“เรื่องแบบนี้ เหตุใดข้ากลับไม่เคยสืบรู้เลย”
สิ่งนี้ทำให้เยี่ยนสวินประหลาดใจยิ่งนัก
ตามหลักแล้ว คนของเขาไม่มีทางที่จะตรวจสอบไม่เจอ
หากไม่ใช่ไม่เคยสืบทิศทางนี้มาก่อน
ก็คงเป็นเพราะมีคนทรยศ
ทว่าในใจเขากลับเอนเอียงไปทางอย่างแรกมากกว่า
ใครจะคาดคิดเล่าว่า ไท่จื่อผู้มีท่าทีอ่อนโยนเรียบร้อยนั้น ภายใต้เบื้องหลังกลับเป็นคนที่ชอบหยามเหยียดและทำร้ายบ่าวสาวในเรือน!
“เฉินเสวี่ยก็ถูกเขาทำร้ายเช่นกันหรือ” เยี่ยนสวินพลันนึกขึ้นได้ จึงรีบถามด้วยสีหน้าแปลกใจ
มู่เหยาถอนหายใจเบาๆ ก่อนพยักหน้ารับ
“เรื่องนี้ต้องไตร่ตรองให้รอบคอบนัก อีกทั้งนางก็เป็นถึงไท่จื่อเฟย วิธีทั่วไปคงใช้มิได้ หากถูกให้หย่าหรือถูกขับไล่ สำหรับสตรีแล้วก็มิแตกต่างจากการตายทั้งเป็น”
คำพูดของเยี่ยนสวินก็ตรงกับที่มู่เหยาคิดไว้เช่นกัน
ทั้งสองสบตากัน ต่างถอนหายใจยาว
“กลับไปยังงานเลี้ยงก่อนเถิด”
มู่เหยาพยักหน้ารับ แล้วทั้งสองคนจูงมือกันจากไป
แต่ถูกแม่นมฟางผู้ติดตามของฮูหยินเฒ่าเซียวปัดออกทันที!
“ใต้เท้าเยี่ยน ได้โปรดสำรวมด้วย อย่าได้แตะต้องฮูหยินเฒ่าของเรา!”
แม่นมฟางกล่าวเสียงแข็ง พลางโบกมือให้สารถีเข้ามาช่วยผลักเขาออกไป
“เจ้า!”
สีหน้าของเยี่ยนอวิ๋นเฉินมืดครึ้มลงในพริบตา แต่เมื่อนึกได้ว่าฮูหยินเฒ่ายังยืนอยู่ตรงหน้า ก็ไม่อาจพูดอะไรได้
ได้แต่กลืนคำพูดเคืองโกรธลงไป!
“อาอวี้…”
ฮูหยินเฒ่าเซียวขมวดคิ้ว แววตาเริ่มมีความไม่พอใจ “ใต้เท้าเยี่ยน ข้าไม่รู้ว่าท่านรู้ชื่อเล่นข้าได้อย่างไร แต่ต่อไปนี้ขอให้เรียกข้าว่าฮูหยินเฒ่าเถิด!”
“หากมิทำเช่นนั้น ต่อให้ท่านเป็นทูตจากแคว้นอัน ข้าก็จักกราบทูลเรื่องนี้ต่อฮ่องเต้แน่!”
ดวงตาของเยี่ยนอวิ๋นเฉินมืดมัวและลังเล เขาจ้องนางอย่างพินิจพิเคราะห์อยู่นาน
ฮูหยินเฒ่าเซียวถอนหายใจ สายตาของนางแฝงไปด้วยความโกรธและรังเกียจ “ข้าไม่รู้ว่าทำไมเจ้าถึงมีหน้าตาคล้ายสามีข้าเช่นนั้น แต่สามีของข้าเป็นวีรบุรุษผู้สละชีพเพื่อแผ่นดิน!”
“แม้ข้าจะเฝ้าภาวนานับพันคืนให้เขากลับมาได้อีกครั้ง แต่ข้ามิใช่คนโง่! ย่อมไม่ยอมให้ใครมาหลอกลวงข้าได้ง่ายๆ”
มู่เหยาที่อยู่ไม่ไกลนั้นได้ยินคำพูดเหล่านี้ก็อดไม่ได้ที่จะยกยิ้มมุมปาก

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...