เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 412

ไทเฮามองความรังเกียจในแววตาของเด็กสาวคนนี้ออก แต่สำหรับองค์หญิงใหญ่แล้วนางเป็นเพียงมารดาบุญธรรมเท่านั้นจึงพูดอะไรมากไม่ได้

“หม่อมฉันทำอะไรหรือ?” องค์หญิงใหญ่เลิกคิ้วขึ้น “หรือว่าเยี่ยนสวินเข้าวังมาพูดอะไรอีกแล้ว?”

ไทเฮากลอกตามองบน

“ลู่เหวินเจิ้งเป็นคนของหน่วยการสอบขุนนาง และคนผู้นี้ก็มักจะวิ่งเข้าออกตำหนักของเจ้าทุกวัน เจ้าคิดว่าฝ่าบาทจะทรงคิดอย่างไรกับเจ้า?”

สีหน้าขององค์หญิงใหญ่เริ่มบึ้งตึง “เรื่องของลู่เหวินเจิ้ง ท่านไปรู้มาจากไหน?”

พวกเขาพบหน้ากันในช่องทางลับ ตามหลักแล้วข่าวนี้ไม่ควรจะรั่วไหลออกไปได้ถึงจะถูก!

เหตุใดแม้แต่ไทเฮาก็ยังรู้? หรือว่า...เป็นคนผู้นั้นที่พูดออกไป?

“มีคนแพร่ข่าวมาถึงที่วังหลวงนะสิ แต่ข้าเห็นแล้วก็ไม่น่าจะใช่คนที่มาจากจวนอ๋องฉู่ หรือว่าเจ้าไปทำให้ใครขุ่นเคืองใจเพิ่มอีก? หรือไม่ก็เป็นลู่เหวินเจิ้งที่ไปคบค้าสมาคมกับใครคนอื่นอีก?”

คำพูดของไทเฮาในตอนนี้ทำให้องค์หญิงใหญ่ตาสว่างขึ้นมา

นางก็นึกขึ้นมาได้ฉับพลันว่า เดิมทีลู่เหวินเจิ้งแสดงออกให้เห็นชัดเจนว่าสนิทสนมกับองค์รัชทายาทนัก!

หรือว่า... เรื่องนี้เป็นองค์รัชทายาทที่บอกออกไป? แต่ว่าองค์รัชทายาทจะรู้ได้อย่างไรว่าลู่เหวินเจิ้งมาหาตน?

หรือว่าในตำหนักองค์หญิงมีไส้ศึกแฝงตัวอยู่?

เมื่อคิดได้ว่าตอนนี้ตนกำลังพักนำอยู่ที่ตำหนักองค์หญิงซูหรง...ย่อมเป็นไปได้ที่จะมีคนวางสายสืบแฝงเข้ามาอยู่ในกลุ่มนางกำนัลของจวนองค์หญิงของตน

“แย่แล้ว ข้าไม่ได้นึกถึงเรื่องนี้เลย...”

สีหน้าขององค์หญิงใหญ่เต็มไปด้วยความหงุดหงิด

หลังจากนั้นก็มองไปที่ไทเฮาที่นั่งอยู่บนตั่งด้วยดวงตาที่เผยความไม่พอใจออกมาเล็กน้อย “ท่านถูกริบอำนาจคืนไปนานขนาดนี้แล้ว ไม่คิดจะหาทางออกให้ตัวเองหน่อยหรือ? ดูท่าแล้วอีกไม่นานฝ่าบาทคงจะหาข้ออ้างบางอย่าง แล้วทำให้ท่านตายไปอย่างเงียบ ๆ ก็เป็นได้”

พอคำพูดเสียดสีเหล่านี้ถูกพ่นออกมา สีหน้าของไทเฮาก็เปลี่ยนไปทันที

“เจ้าหุบปากไปเลย! เจ้ากล้าสาปแช่งข้าเชียวรึ!”

ไทเฮาโกรธจนลุกขึ้นยืน ก่อนจะก้าวเข้าไปเงื้อมือขึ้นตบหน้าองค์หญิงใหญ่หนึ่งฉาด

“เจ้ากล้าตบข้า!” เดิมทีองค์หญิงใหญ่ก็กำลังโมโหอยู่แล้ว

ตอนนี้กลับถูกคนที่เคยเป็นนางกำนัลแล้วปีนเตียงขึ้นมาเป็นไทเฮาตบเข้า ในใจย่อมโกรธจนแทบทนไม่ไหว

“เหนียงเหนียง...” ซุนกูกูต้องการปลอบโยนฮองเฮาว่าไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนกถึงเพียงนี้

แต่ตอนนี้แตกต่างจากที่เคยเป็น บุตรคนนี้จะต้องอยู่รอดอย่างแน่นอน!

ทว่ายังไม่ทันได้พูดจบ เสียงของซูกุ้ยเฟยก็ดังมาจากด้านนอก

“หม่อมฉันได้ยินมาว่าฮองเฮาไม่สบาย ดังนั้นจึงนำของมาเยี่ยม พวกเจ้ายังไม่รีบเข้าไปทูลรายงานอีกหรือ?”

ซุนกูกูขมวดคิ้วเข้าหากัน “เหตุใดซูกุ้ยเฟยจึงมาในเพลานี้เพคะ? บ่าวจะออกไปทูลให้นางกลับไปก่อน”

เซียวฮองเฮากำลังจะพยักหน้า แต่ทว่ากลับรู้สึกเจ็บและแน่นที่หน้าอกเล็กน้อย ทันใดนั้นก็นึกถึงคำพูดของมู่เหยาเมื่อก่อนหน้านี้ จึงรีบยื่นมือออกไปคว้าซุนกูกูเอาไว้

ทั้งสองคนสบตากันเล็กน้อย ความสัมพันธ์ระหว่างนายและบ่าวที่สั่งสมมานานหลายปี ทำให้สามารถเข้าใจความหมายในแววตาของเซียวฮองเฮาที่ต้องการจะสื่อได้

ซุนกูกูสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ และสีหน้าเปลี่ยนกลับมาเป็นปกติทันที ก่อนจะเดินออกไปทำความเคารพซูกุ้ยเฟย

“กุ้ยเฟยเหนียงเหนียง ฮองเฮาทรงเชิญท่านเข้าไปในตำหนักเพคะ”

แววตาของซูกุ้ยเฟยวูบไหวเล็กน้อย วันนี้นางเพียงแค่ต้องการทำพอเป็นมารยาทเท่านั้น ไม่คิดว่าฮองเฮาจะยอมให้นางเข้าไป

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง