เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 406

สิ้นเสียง ก็เห็นหลันซีกลอกตา

ส่วนมู่เหยาถึงกับหลุดหัวเราะออกมา

“ปกติใคร ๆ ก็ว่าหมอเทวดาเลี่ยวเป็นผู้มีไหวพริบ เหตุใดวันนี้จึงกลับกลายเป็นคนหัวทื่อดั่งท่อนไม้ไปได้?”

หมอเทวดาเลี่ยวชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตระหนักได้ในวินาทีถัดมา

เขาดีใจจนเนื้อเต้นพุ่งไปเบื้องหน้าหลันซี ทำท่าราวกับจะโผเข้ากอด ทว่าก็ยับยั้งชั่งใจไว้ได้เป็นอย่างดี

“ข้า ข้าจะรีบกลับไปเตรียมการเดี๋ยวนี้!”

เมื่อมองแผ่นหลังของหมอเทวดาเลี่ยวที่วิ่งจากไปราวกับเด็กน้อย ใบหน้าเย็นชาดุจน้ำแข็งของหลันซีก็ปรากฏรอยยิ้มขึ้นมา

“อาหน่วน หากมิใช่เจ้ามา เขาก็ไม่รู้ว่าจะต้องผลัดไปอีกนานเท่าใด”

เมื่อหมอเทวดาเลี่ยวไม่อยู่แล้ว สองพี่น้องก็ช่วยกันจัดเตรียมสมุนไพรพลางพูดคุยเรื่องสัพเพเหระไปด้วย

“เจ้าเคยคิดที่จะมีลูกหรือไม่?”

คำพูดของหลันซีช่วยเตือนสติมู่เหยา เมื่อคิดถึงสถานการณ์ในปัจจุบัน นางก็ส่ายหน้าอย่างเด็ดเดี่ยว

“ตอนนี้ยังไม่เหมาะเจ้าค่ะ”

“ก็จริง เช่นนั้นข้าจะปรุงยาบำรุงที่ไม่ทำร้ายร่างกายให้เจ้า เจ้ากลับไปแล้วก็ต้มให้ท่านอ๋องดื่มเถิด” ว่าแล้วหลันซีก็หันไปจัดเทียบยา

ทำให้มู่เหยาประหลาดใจอยู่บ้าง “มียาสำหรับบุรุษด้วยหรือเจ้าคะ?”

“เหตุใดจะไม่มีเล่า เพียงแต่คนพวกนั้นรู้สึกว่าเป็นเรื่องน่าอัปยศ จึงไม่เต็มใจจะดื่มก็เท่านั้น”

“ความจริงแล้ว บุรุษดื่มยาชนิดนี้ต่างหากจึงจะไม่ทำร้ายร่างกายสตรี”

มู่เหยาพยักหน้าอย่างครุ่นคิด “เช่นนั้นพี่หญิงรองจัดยาให้ข้าก่อนเถิดเจ้าค่ะ กลับไปแล้วข้าจะลองถามความสมัครใจของท่านอ๋องดู”

หลันซียิ้ม “ท่านอ๋องรักเจ้าถึงเพียงนั้น ย่อมต้องยอมดื่มยาเพื่อเจ้าอย่างแน่นอน”

“จริงสิพี่หญิงรอง ช่วงนี้ท่านได้รับจดหมายจากท่านลุงรองบ้างหรือไม่เจ้าคะ?”

จดหมายจากบ้านฉบับล่าสุดก็ผ่านมาเกือบเดือนแล้ว

“ได้รับแล้ว” หลันซีกล่าวจบก็ชะงักไป มองมู่เหยาอย่างสงสัย “เจ้าไม่ได้รับหรือ?”

มู่เหยาเม้มริมฝีปากนิ่งเงียบไป

เพียงเท่านี้ ทุกอย่างก็กระจ่างแจ้งแล้ว

“ในจดหมายจากทางบ้านก็มิได้มีเรื่องราวอันใดมากนัก เพียงแต่ท่านลุงรองบอกว่าได้พบสตรีที่พิเศษผู้หนึ่ง ตั้งใจว่ารอให้นางรักษาตัวจนหายดีแล้ว ก็จะพากลับเมืองหลวงมารับเป็นบุตรีบุญธรรม”

มู่เหยาลุกพรวดขึ้นอย่างตกตะลึง “บุตรีบุญธรรม?”

“ท่านแม่เองก็ยังสงสัย ท่านลุงมิใช่คนไม่ไตร่ตรอง บางทีอาจมีเหตุผลอื่น แต่ในจดหมายก็มิได้กล่าวไว้มากนัก”

มู่เหยารู้สึกไม่สบายใจ

“พี่ใหญ่?”

มู่เหยาปรากฏตัวที่หน้าต่างอย่างกะทันหัน ทำเอาคนที่กำลังตั้งใจทบทวนตำราถึงกับสะดุ้งตกใจ

เมื่อเห็นว่าเป็นนาง มู่หลันชงจึงแสร้งทำเป็นโมโหกล่าวตำหนิ “เจ้าเด็กแสบ แต่งออกเรือนไปแล้วยังซุกซนเช่นนี้อีก”

“ต่อหน้าพี่ใหญ่ ข้าก็เป็นเด็กน้อยเสมออยู่นี่เจ้าคะ”

มู่เหยาแกว่งตะกร้าอาหารในมือไปมา “ป้าสะใภ้เป็นห่วงว่าท่านพี่จะมัวแต่ทบทวนตำราจนลืมกินข้าว เลยให้ข้านำของอร่อยมาให้เจ้าค่ะ”

พอถูกทักเช่นนั้น มู่หลันชงก็รู้สึกหิวขึ้นมาจริง ๆ

หลังจากกินอาหารเสร็จ มู่หลันชงจึงทอดสายตามองเด็กสาว

“เจ้ามาหาข้า มิใช่เพียงเพื่อนำอาหารมาส่งหรอกกระมัง?”

มู่เหยายิ้มพลางพยักหน้า “พี่ใหญ่หลักแหลมเสมอ ได้ยินมาว่าช่วงนี้สหายที่ท่านเคยคบค้าสมาคมด้วย ชวนท่านออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกหรือเจ้าคะ?”

เมื่อรู้ว่านางต้องการจะถามอะไร มู่หลันชงก็พยักหน้า

“เรื่องที่เจ้าเคยเตือน ข้าล้วนจำได้ขึ้นใจ จึงปฏิเสธไปทั้งหมด ไม่เปิดโอกาสให้มู่เทียนชื่อลงมือได้”

มู่เหยารู้อยู่แล้วว่าตนเองกังวลเกินไป

“เมื่อพี่ใหญ่รู้เท่าทัน ข้าก็วางใจแล้วเจ้าค่ะ แต่ช่วงนี้ใกล้ถึงวันสอบชุนเหวยแล้ว พี่ใหญ่พยายามอย่าออกไปไหนเลยจะดีกว่า ข้าจะขอให้ท่านอ๋องส่งคนฝีมือดีมาอยู่เป็นเพื่อนพี่ใหญ่”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง