เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 792

เฟิ่งจิ่วเหยียนหาได้พูดอะไรมากไม่ นางเพียงแค่กล่าวกับเซียวอวี้ว่า

“อาจารย์หญิงจะต้องกลับไปที่ชายแดนเหนือแล้ว”

เซียวอวี้คิดว่าพวกนางเศร้าเสียใจที่จะต้องจากกัน ถึงได้มีอาการหม่นหมองเช่นนี้

เขาจึงวางแขนโอบไหล่ของเฟิ่งจิ่วเหยียนเอาไว้ พลางหันไปกล่าวกับฮูหยินเมิ่งว่า

“ท่านอาจารย์หญิงวางใจได้ จิ่วเหยียนแต่งให้เรานั้น นางจะมิถูกรังแกใด ๆ หากนางอยากไปเยี่ยมเยียนพวกท่านละก็ เราก็จะไม่ห้ามอีกด้วย ท่านเองก็เข้าวังมาพบนางได้เสมอ”

แน่นอนว่า มีเพียงฮูหยินเมิ่งเท่านั้นที่ทำเช่นนี้ได้

ท่านแม่ทัพเมิ่งที่ตรึงกำลังเฝ้าปกป้องอยู่ที่ชายแดนนั้น ย่อมมิได้รับอนุญาตให้ออกจากตำแหน่ง

ฮูหยินเมิ่งโค้งกายคำนับขอบคุณ

“ขอบพระทัยเพคะฝ่าบาท เพียงเท่านี้ หม่อมฉันก็จากไปได้อย่างสบายใจแล้วเพคะ”

ถึงเวลารับสำรับมื้อค่ำพอดี เซียวอวี้จึงเสนอขึ้นมา

“รั้งอยู่รับสำรับมื้อค่ำด้วยกันเถิด มื้อนี้เพื่อเลี้ยงส่งท่านโดยเฉพาะ”

ฮูหยินเมิ่งเหลือบมองที่เฟิ่งจิ่วเหยียน ก่อนจะส่ายหัวไปมา

“อย่าดีกว่าเพคะ คู่ใหม่ปลามันเช่นฝ่าบาทและฮองเฮานั้น หม่อมฉันมิกล้ารบกวนเวลาของพวกท่าน”

……

หลังจากที่ฮูหยินเมิ่งจากไป เหล่าข้ารับใช้ในวังก็เข้ามาจัดวางสำรับมื้อค่ำในทันที

เฟิ่งจิ่วเหยียนและเซียวอวี้ต่างก็มีความกังวลอยู่ในใจของตนเอง

ยามที่รับสำรับอาหารอยู่นั้น พวกเขาต่างก็นั่งเงียบหาได้เอ่ยเรื่องใดขึ้นมาไม่

หลังจากรับสำรับเสร็จนั้น

ทั้งสองกลับเอ่ยขึ้นมาพร้อมกัน

“ฝ่าบาท……”

“จิ่วเหยียน เรา…”

“ท่านพูดก่อนเถอะเพคะ” เฟิ่งจิ่วเหยียนกลืนคำพูดของตนเองลงท้องไปในทันที

เซียวอวี้ที่ใบหน้ามืดมนนั้น พลางแย้มยิ้มก่อนจะส่ายหัวไปมา

“เรื่องของเราหาใช่เรื่องสำคัญอันใดไม่ เจ้าพูดก่อนเถิด”

เฟิ่งจิ่วเหยียนจึงมิได้ปฏิเสธออกไป พลางกล่าวออกมาตามตรงว่า

“หม่อมฉันที่เอ่ยเรื่องมนุษย์โอสถและศิษย์พี่ของหม่อมฉัน กับพระองค์ไปเมื่อเช้านี้”

เซียวอวี้จำได้

ในยามนั้น เขาเพียงแค่กำลังซึมซับกับบรรยากาศคู่ข้าวใหม่ปลามันกับนาง จึงมิได้ให้นางเอ่ยอธิบายอย่างละเอียดออกมา

“อื้ม เจ้าพูดต่อเลย” มีนางอยู่เช่นนี้ เขาย่อมมีความอดทนมากพอ

สีหน้าของเฟิ่งจิ่วเหยียนพลันเต็มไปด้วยความจริงจังในทันที

“หลังจากหยางเหลียนซั่วตกตายไป เรื่องของมนุษย์โอสถนั้นหาได้มีผลลัพธ์ใด ๆ ไม่ มนุษย์โอสถเหล่านั้น เดิมทีหม่อมฉันคิดว่าเป็นพรรคเทียนหลงที่ชุบเลี้ยงพวกเขาเอาไว้ ทว่า ยิ่งสืบหาลึกไปเท่าไหร่ทุกอย่างหาได้เป็นเช่นนั้นไม่

“จิ่วเหยียน เรามิอยากรู้สึกเจ็บปวดเพราะต้องสูญเสียคนรักไปอีกแล้ว”

เหตุการณ์หิมะถล่มที่ภูเขาหิมะเทียนฉือนั้น

ยามที่หวนกลับไปคิดถึงเรื่องนี้ เขามักจะฝันร้ายตลอดเวลา จนมิอาจแยกแยะได้ว่าสิ่งใดคือความจริงหรือความฝัน

เซียวอวี้ใช้แรงโอบกอดเฟิ่งจิ่วเหยียนเอาไว้ ทั้งรักทั้งอยากผูกมัดเอาไว้

“เราเองก็มีเรื่องที่อยากจะเล่าให้เจ้าฟังเหมือนกัน” จู่ ๆ เซียวอวี้พลันเปลี่ยนเรื่อง น้ำเสียงที่เอ่ยยออกมานั้น ยังเจือไปด้วยเศร้าใจอีกด้วย

“ยามที่เราอายุได้หกขวบนั้น ฮ่องเต้พระองค์ก่อนพาเสด็จแม่ของข้าไปเที่ยวทางใต้ สิ่งที่เสด็จแม่ต้องพบเจอนั้น เจ้าเองก็รู้ดี

“ทว่า เราในยามนั้นหาได้รับรู้สิ่งใดไม่ เราจดจำได้เพียงว่า หลังจากที่เสด็จแม่กลับมาถึงวังหลังนั้น ใบหน้าเต็มไปด้วยหยาดน้ำตามากมาย ก่อนจะมีอาการซึมเศร้าอยู่ตลอดเวลา

“ฮ่องเต้พระองค์ก่อนหาได้เหยียบย่างเข้ามาในตำหนักเว่ยยางบ่อยครั้งไม่ เหล่าข้ารับใช้ในวังต่างก็กล่าวว่าเป็นเพราอาการประชวรของเสด็จแม่ถึงได้สูญเสียความโปรดปรานไป

“วันหนึ่ง เราได้พบกับนางกำนัลนางหนึ่งที่กำลังถูกดุด่าทุบตีเข้า...”

เมื่อเอ่ยมาถึงตรงนี้ น้ำเสียงของเซียวอวี้จึงเจือไปด้วยความเย็นชาในทันที

“ในยามนั้น เราเพียงรู้สึกว่านางกำนัลผู้นั้นดูน่าสงสารยิ่งนัก จึงได้อ้อนวอนเสด็จแม่ให้ช่วยเหลือนาง ก่อนจะพานางมาที่ตำหนักเว่ยยาง

“นางกำนัลผู้นั้นได้รับความโปรดปรานจากเสด็จแม่ในทันที ยามที่มีนางกำนัลผู้นี้อยู่เคียงข้างนั้น เสด็จแม่สามารถกลับมามีรอยยิ้มได้อีกครั้ง เนื่องจากนางถนัดสร้างของเล่นเล็ก ๆ น้อย ๆ มากมาย เราวัยเด็กในยามนั้นจึงมักจะชื่นชอบที่ได้ใกล้ชิดสนิทกับผู้คน

“ต่อมา วันพระราชสมภพของเสด็จแม่ ในที่สุดฮ่องเต้พระองค์ก่อนจึงได้เสด็จมาเยือนตำหนักเว่ยยาง”

เฟิ่งจิ่วเหยียนสัมผัสได้ในทันทีว่าร่างกายของเซียวอวี้กำลังสั่นเทาไปด้วยความโกรธ

นางพอจะคาดเดาได้ในทันทีว่าเหตุการณ์ใดที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย