เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 793

เซียวอวี้ยังจำเรื่องราววันพระราชสมภพของเสด็จแม่ ยามที่เขาอายุหกขวบได้เป็นอย่างดี

คืนนั้น ฮ่องเต้พระองค์ก่อนเสด็จมาเยือนตำหนักเว่ยยาง เสด็จแม่มีความสุขยิ่งนัก ทั้งยังลงมือจัดเตรียมทำน้ำแกงด้วยตนเองเพื่อรอฮ่องเต้พระองค์ก่อนเสด็จมา

หมัวมัวพาเซียวอวี้ออกมา ก่อนจะแย้มยิ้มกล่าวกับเขาว่า “องค์ชายห้าเพคะ พระสนมจะเสด็จร่วมบรรมทมกับฝ่าบาทในคืนนี้ พระองค์ควรรีบกลับไปบรรมทมแต่โดยไวนะเพคะ”

เขาเข้าใจความหมายของหมัวมัวได้ในทันที ว่าเสด็จแม่จักได้กลับมาเป็นที่โปรดปรานอีกครั้งแล้ว เช่นนี้ วันวานภายในตำหนักเว่ยยางก็จะกลับขึ้นมาดีขึ้นอีกครั้ง

เซียวอวี้ยังคงคาดหวังว่า เสด็จแม่กับเสด็จพ่อจักคืนดีกันเสียที เช่นนี้เสด็จแม่ก็จักมิต้องมีท่าทีเศร้าอกเศร้าใจตลอดวันอีกต่อไป

“เราจำได้ว่า แสงจันทร์ในคืนนั้นงดงามเป็นอย่างยิ่ง”

เสียงของเซียวอวี้แหบแห้งเล็กน้อย “ฮ่องเต้พระองค์ก่อนรู้สึกเหนื่อยอ่อนนัก จึงเข้าไปงีบหลับบนเตียง เสด็จแม่ที่เป็นกังวลว่าพระองค์จะมีอาการเมามายจากฤทธิ์สุรานั้น จึงได้ไปที่ห้องเครื่องเพื่อจัดเตรียมน้ำแกงสร่างเมา หลังจากที่พระนางกลับมายังห้องโถงหลักนั้น ก็พลันพบว่าฮ่องเต้พระองค์ก่อนกำลังร่วมรักกับนางกำนัลผู้นั้น…”

เฟิ่งจิ่วเหยียนยกแขนขึ้นโอบกอดเซียวอวี้เอาไว้ เป็นการปลอบประโลมจิตใจของเขาอย่างเงียบ ๆ

เรื่องนี้ ทำเอาเซียวอวี้ฝังใจกับมันมาเป็นเวลานาน

เขาหาได้เคยเล่าเรื่องนี้ให้ผู้ใดฟังไม่

“นางกำนัลผู้นั้นได้รับความโปรดปราน จนได้เลื่อนขั้นขึ้นมาเป็นเหม่ยเหริน

“ส่วนเสด็จแม่นั้น ผ่านไปไม่กี่วันร่างของพระนางก็ได้กลายเป็นเถ้าถ่าน

“คืนนั้นหิมะตกหนักยิ่งนัก เรานอนฝันร้าย จึงวิ่งตรงไปยังตำหนักในเพื่อตามหาเสด็จแม่

“ในความมืดมิดนั้น เราเอาแต่ก้าวเดินเข้าไปข้างหน้า ไม่นานนัก เราก็เห็นเสด็จแม่ตกลงมาจากที่สูง”

น้ำเสียงของเซียวอวี้เจือไปด้วยความทุ้มลึก

“เป็นเราที่ล่อหมาป่าเข้าบ้าน หากเรามิใจอ่อนละก็…”

เฟิ่งจิ่วเหยียนรับรู้ได้ถึงความรู้สึกเสียใจของเขา

ในคราแรก เซียวอวี้เคยกล่าวกับนางหลายครั้งหลายคราก่อนหน้านั้น ว่าเขารู้สึกรังเกียจการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นของวังหลัง ทั้งยังเกลียดเหล่าสตรีที่มีเล่ห์กลอีกด้วย

นั้นเป็นเพราะว่าเขาเคยถูกหลอกลวง ถูกหลอกใช้ และถูกทำร้ายในวัยเด็ก

เขาจึงเชื่อมาโดยตลอดว่า เป็นเพราะว่าความใจง่ายของตนเอง จึงเป็นเหตุที่ทำให้ทำร้ายเสด็จแม่ของตนเช่นนี้

เฟิ่งจิ่วเหยียนจึงเอ่ยปลอบใจเขา

“แผนการของคนชั่วร้ายนั้น ย่อมมิอาจป้องกันได้ครบถ้วน ทั้งท่านและพระสนมซูเฟยนั้นล้วนเป็นบุคคลที่จิตใจดีมีเมตตา ฝ่าบาทเพคะ หม่อมฉันหาได้คิดว่าเรื่องนี้ท่านผิดไม่เพคะ”

เซียวอวี้กดคางของตนเองลงเล็กน้อย ก่อนจะวางมันไว้ที่หัวของเฟิ่งจิ่วเหยียน

“จิ่วเหยียน เราสูญเสียเสด็จแม่ไปแล้ว เรามิอยากต้องสูญเสียเจ้าไปอีกคน

“หากเกิดอะไรขึ้นกับเจ้าจริง ๆ เราคงมิอาจทนได้

“ฉะนั้น เพื่อเราแล้ว เจ้าช่วยอยู่ในวังหลวงได้หรือไม่ อย่าได้เอาตนเองไปเสี่ยงอันตรายใด ๆ อีกเลย ได้หรือไม่?”

เฟิ่งจิ่วเหยียนเงียบไปครู่หนึ่ง

นางพลันผละตัวเองออกจากอ้อมกอดที่รัดแน่นของเซียวอวี้ ก่อนจะมองไปที่ใบหน้าของเขา

“ฝ่าบาทเพคะ การกักขังตนเองเอาไว้ บางทีอาจจะมิใช่ที่ที่ปลอดภัยที่สุดก็เป็นได้

“วิญญูชนมิยืนอยู่ใต้กำแพงอันตรายฉันใด หากมิจัดการภัยอันตรายออกไป ย่อมมีอันตรายแฝงอยู่ทั่วทุกหนทุกแห่งฉะนั้น

“ในปีนั้น ทั้งท่านและพระสนมซูเฟยต่างก็อาศัยอยู่ในวังหลวง ยังมีผู้ไม่ประสงค์ดีมาทำร้ายเขตความปลอดภัยของพวกท่านได้

“เรื่องของมนุษย์โอสถในครานี้ หากว่าหม่อมฉันมิออกไปสืบความ ช้าเร็วอย่างไร ไฟก็ย่อมรามมาหาพวกเราอยู่ดี

“หม่อมฉันทราบถึงความกังวลใจของท่าน

ราคาของเราเพียงแค่ 1/4 ของผู้ให้บริการรายอื่น

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย