เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 689

การให้หยิ่นลิ่วแอบไปขอกองกำลังเสริมนั้น เป็นความคิดของเซียวอวี้

ประการแรกเพื่อเฟิ่งจิ่วเหยียน เขาเป็นห่วงว่า ด้วยวิธีการสกปรกของสนามประลองยุทธ์ ถึงแม้เฟิ่งจิ่วเหยียนจะชนะ ก็คงไม่มีทางออกมาได้อย่างง่ายดาย

ประการที่สองเพื่อราษฎร หลังจากเห็นความโหดเหี้ยมอำมหิตของสนามประลองยุทธ์แห่งนี้ เขาก็ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะทำลายมัน

กระแสนิยมความชั่วร้ายเช่นนี้ ปล่อยตามอำเภอใจก็จะเป็นการส่งเสริม

ทหารรักษาการณ์ไท่ชางก็ไม่รู้จักฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน ทว่ายอมรับป้ายห้อยเอวเทพยุทธ์พระราชทานของหยิ่นลิ่ว

ผู้ที่มีป้ายห้อยเอวเทพยุทธ์ จะมีอำนาจตรวจสอบขุนนางท้องถิ่น และระดมกำลังทหารรักษาการณ์ในท้องที่

ทหารรักษาการณ์ที่หยิ่นลิ่วนำมามีสามหมื่นคน

ไป๋เซี่ยวฉือแม่ทัพทหารกองรักษาการณ์ในมือถือหอกยาว ตวาดด้วยความโกรธ

“ทุกคนวางอาวุธลง สองมือกุมหัวไว้!

“คนที่กล้าขัดขืน ฆ่าเลย!”

จากนั้น ทหารครึ่งหนึ่งโอบล้อมกลุ่มคนในสถานที่นั้น

ส่วนอีกครึ่งหนึ่งไปปิดล้อมสนามประลองยุทธ์และจับกุมผู้คนในนั้น

เฟิ่งจิ่วเหยียนเห็นสถานการณ์เช่นนี้ ความตึงเครียดก็คลายลง

หยิ่นลิ่วผู้ที่พกป้ายห้อยเอวเทพยุทธ์ ก่อนอื่นพาเซียวอวี้พร้อมคณะออกจากฝูงชน

เซียวอวี้สวมชุดอำพรางตัวสีดำแดงคล้ำ แม้จะเป็นชุดอำพรางตัว ทว่าเป็นเนื้อผ้าชั้นดี ความสูงศักดิ์มิอาจปกปิดได้

ไป๋เซี่ยวฉือมิรู้สถานะของฮ่องเต้ ทว่าแค่มองก็ดูออกว่าคนผู้นี้มิใช่ชาวบ้านธรรมดา

รวมถึงคนที่พกป้ายห้อยเอวเทพยุทธ์ที่แต่งกายเป็นทหารองครักษ์ผู้นั้น แค่มองก็รู้ว่ามิใช่เจ้าของป้ายห้อยเอวเทพยุทธ์ตัวจริง

ดังนั้น ไป๋เซี่ยวฉือด่วนสรุปว่า บุรุษชุดดำผู้นั้นต่างหากถึงจะเป็นผู้ที่พกป้ายห้อยเอวเทพยุทธ์ตัวจริง

คิดว่าคงได้รับคำสั่งจากฮ่องเต้ให้มาตรวจสอบ และถูกขังอยู่ในสนามประลองยุทธ์ จึงให้ลูกน้องนำป้ายห้อยเอวไปขอกำลังทหารรักษาการณ์

ไป๋เซี่ยวฉือรีบลงจากหลังม้า และประสานมือคารวะต่อเซียวอวี้

“ทุกท่านไปพักที่โรงพักแรมก่อน ที่นี่มอบให้ข้าจัดการ!”

เซียวอวี้มองไปทางเฟิ่งจิ่วเหยียน รู้ว่านางเป็นคนห่วงภาพลักษณ์ จึงถามด้วยเสียงเบา

“เดินไหวหรือไม่?”

ส่วนใหญ่บนร่างกายของเฟิ่งจิ่วเหยียนเป็นการบาดเจ็บที่ภายนอก ไม่ร้ายแรง และไม่ส่งผลต่อการเดินของนาง

นางพยักหน้า “อืม”

เซียวอวี้หันมาพร้อมกำชับหยิ่นลิ่ว: “ส่งกำลังคนกลุ่มหนึ่งคุ้มกันคุณชายซูไปที่โรงพักแรม แล้วเชิญหมอมารักษา”

เจียงหลิน: เหตุใดจึงส่งแค่ซูฮ่วน แล้วเขาเล่า?

เฟิ่งจิ่วเหยียนคว้าแขนเสื้อของเซียวอวี้ พร้อมขมวดคิ้วถาม

“ท่านจะไปไหน?”

ดวงตาที่มืดดำและล้ำลึกของเซียวอวี้เผยให้เห็นความเยือกเย็นเล็กน้อย “จับคน”

ก่อนหน้านี้ภายในสนามประลองยุทธ์ เขาเห็นผู้ประกาศคนนั้นเข้าไปในห้องลับเพื่อขอคำชี้แนะ ถึงรู้ว่านายท่านของสนามประลองยุทธ์อยู่ที่นั่น

ภายหลังเขากับเฉินจี๋แอบเข้าไป พบว่าเสมือนมาอยู่อีกโลกหนึ่ง!

เมื่อเดินผ่านทางเดินสายหนึ่ง จะเห็นพระราชวังเล็ก ๆ ใต้ดินอันโอ่อ่างดงามหลังหนึ่ง

ขุนนางชั้นสูงที่สวมอาภรณ์หรูหราแต่ละคนนั้น นั่งล้อมวงอยู่ในแต่ละที่ พวกเขากำลังวางเดิมพันเช่นกัน สิ่งที่แตกต่างจากผู้ชมด้านนอกคือ พวกเขาเล่นหนักกว่า---วางเดิมพันแบบสุ่ม

ยังมีบางคนกระทำอนาจารในที่สาธารณะ โอบกอดเด็กหนุ่มเด็กสาว เสพสุขอย่างเต็มที่...

คดีนี้ต้องจัดการอย่างใหญ่โต!

เรื่องนี้ช้ามิได้ เซียวอวี้ไม่มีสิ่งใดต้องรีรอ จึงแสร้งทำเป็นราชทูตที่ได้รับคำสั่งจากฮ่องเต้ มาสืบสวนคดีนี้เอง

ณ โรงพักแรม

เฟิ่งจิ่วเหยียนกับเจียงหลินเข้าพักเรียบร้อยแล้ว หยิ่นลิ่วก็รีบพาหมอหญิงมาหนึ่งคน เพื่อจัดการทำแผลให้นาง

หลังจากเจียงหลินสังเกตเห็น ก็รู้สึกสงสัยอย่างยิ่ง

ประตูเปิดออกแล้ว

เฟิ่งจิ่วเหยียนเห็นคนจำนวนมากยืนอยู่หน้าประตูของตน จึงจำไม่ได้ว่าใครเป็นใครชั่วขณะ

เหลิ่งเซียนเอ๋อร์มองดูนางอย่างสงบนิ่ง และก้าวไปข้างหน้าโดยมิรู้ตัว

“เจ้า...อาการบาดเจ็บเป็นอย่างไรบ้าง?”

เฟิ่งจิ่วเหยียนงีบหลับไปสองชั่วยาม ได้ฟื้นฟูกำลังขึ้นมาบ้างแล้ว มีแต่ในดวงตายังดูสะลึมสะลืออยู่บ้าง

“ค่อยยังชั่ว พวกเจ้า อยากจะเข้ามาหรือไม่?”

อยู่ด้านนอกพูดคุยไม่สะดวกนัก

ทว่า คนมากมายเช่นนี้ ห้องนี้มิอาจรองรับไหว

เหลิ่งเซียนเอ๋อร์บอกให้ศิษย์คนอื่นถอยไปทันที

ดวงตาของเจียงหลินกลอกไปมา มองดูทั้งสองคน

“เช่นนั้น พวกเจ้าคุยกันเถิด ข้าไม่เข้าไปแล้ว”

เหลิ่งเซียนเอ๋อร์เดิมทีก็มิได้สนใจเขา มองแต่เฟิ่งจิ่วเหยียนเท่านั้น

เมื่อเข้าไปในห้องแล้ว เฟิ่งจิ่วเหยียนตั้งใจไม่ปิดประตู

แม้สตรีในยุทธภพจะไม่ยึดติดกับกรอบเล็กกรอบน้อย นางก็ต้องคำนึงถึงชื่อเสียงของเหลิ่งเซียนเอ๋อร์

เมื่อเห็นปมผ้าพันแผลตรงง่ามมือซ้ายของนางคลายออก เหลิ่งเซียนเอ๋อร์ก็แทบจะทำตามสัญชาตญาณของร่างกาย เริ่มจากแกะผ้าพันแผลออกก่อน จากนั้นนำผ้าเช็ดหน้าที่ติดตัวของนางออกมา ใส่ยารักษาแผลสูตรเฉพาะของสำนักเฉวียนเจิน ช่วยผูกผ้าให้กับเฟิ่งจิ่วเหยียน

“ติงหยวนเอ๋อร์...”

ทันทีที่เฟิ่งจิ่วเหยียนเอ่ยปาก เหลิ่งเซียนเอ๋อร์ก็จับใบหน้าที่สวมหน้ากากของนาง ยืนเขย่งเท้า และจะพุ่งมาที่ริมฝีปากของนาง...

เฟิ่งจิ่วเหยียน: !

ขณะที่นางกำลังจะผลักออก เสียงตะโกนห้ามด้วยความโมโหก็ดังมาจากทางประตู

“พวกเจ้ากำลังทำอะไร!”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย