เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 688

ก่อนเฟิ่งจิ่วเหยียนจะขึ้นสนามประลอง ก็วางแผนเส้นทางหลบหนีไว้อย่างดีแล้ว

นางรู้ข้อจำกัดของตนเองดี

อาศัยพละกำลังของนางในตอนนี้ มิอาจยืนหยัดจนถึงท้ายที่สุดได้

การต่อสู้แบบหลายคนผลัดกันขึ้นสู้กับคนคนเดียวประเภทนี้ไม่ยุติธรรม

ดังนั้น ตั้งแต่แรกที่เริ่มประลอง นางก็มิได้ตัดสินใจว่าจะปกป้องสังเวียนจนถึงท้ายที่สุด

การประลองหลายรอบก่อนหน้านี้ ก็เพื่อให้ผู้ชมเหล่านั้นวางเดิมพันข้างนาง และกดดันให้สนามประลองยุทธ์ปล่อยตัวติงหยวนเอ๋อร์ออกมา

จนถึงตอนนี้เจียงหลินก็ยังคงเรียกสติกลับมาไม่ได้ เอาแต่วิ่งตามไปกับคนของสำนักเฉวียนเจินเหล่านั้น

ซูฮ่วนนี่เหลือเกินจริง ๆ!

ก่อนจะทำสิ่งใด จะบอกให้เขารู้บ้างไม่ได้เชียวหรือ!

ไม่มีผู้ใดรู้ว่า เฟิ่งจิ่วเหยียนมิอาจอธิบายให้ผู้ใดฟังได้

นางลักพาตัวติงหยวนเอ๋อร์ไปคนเดียว คนของสนามประลองยุทธ์ก็จะไล่ตามนางเท่านั้น

ทว่าทันทีที่นางมีพรรคพวก พรรคพวกยิ่งมาก ความเป็นไปได้ที่จะหนีรอดไปพร้อมกันก็จะยิ่งน้อยลง

สำหรับเรื่องนี้ เหลิ่งเซียนเอ๋อร์เข้าใจเป็นอย่างดี

ดังนั้น นางจึงชักกระบี่ไล่ตามไป

“ไอ้คนไร้ยางอาย! คืนศิษย์สำนักเฉวียนเจินของข้ามา!”

เจียงหลินถึงกระจ่างขึ้นมาในทันที “โจรปล้นสวาท! ที่แท้เขาก็เป็นโจรปล้นสวาท ข้าก็ถูกเขาหลอกเช่นกัน!”

เฟิ่งจิ่วเหยียนอุ้มติงหยวนเอ๋อร์วิ่งหนีออกจากสนามประลองยุทธ์

ด้านนอกมืดสนิท มีเพียงแสงสว่างเป็นดวง ๆ ของหิ่งห้อย

ทว่านึกไม่ถึงว่า ดวงไฟของ “หิ่งห้อย” นั้นขยายใหญ่ขึ้นอย่างฉับพลัน ครั้งนี้ถึงเห็นชัดเจนว่า นั่นคือนักเลงของสนามประลองยุทธ์

พวกเขารวมตัวกันอย่างรวดเร็ว และถือคบเพลิงล้อมวงเข้ามา

กองกำลังติดตามด้านในก็กำลังจะไล่ตามทันแล้ว

เฟิ่งจิ่วเหยียนมือไวตาไว รีบนำติงหยวนเอ๋อร์ส่งให้เหลิ่งเซียนเอ๋อร์ที่ติดตามนางออกมา รวมถึงศีรษะของอู๋เซียงด้วย

“รีบไป! ข้าจะรั้งท้ายเอง!”

บนตัวนางได้รับบาดเจ็บ หนีไปไม่ได้ไกลแล้ว

แววตาของเหลิ่งเซียนเอ๋อร์ชะงักงัน

นี่ยังเป็นซูฮ่วนผู้นั้นที่นางรู้จัก มิเคยเปลี่ยนแปลงเลย

สถานการณ์ตอนนี้ ห้ามมิให้ลังเลแม้แต่น้อย

เหลิ่งเซียนเอ๋อร์รีบเอ่ยขอบคุณ จากนั้นก็พาติงหยวนเอ๋อร์หนีไป

ศิษย์ของสำนักเฉวียนเจินก็ตามหลังไปติด ๆ

นักเลงเหล่านั้นพยายามจะไล่ตาม แต่ถูกเฟิ่งจิ่วเหยียนขวางเอาไว้

เดิมทีเจียงหลินจะวิ่งไปพร้อมกับศิษย์สำนักเฉวียนเจิน ทันทีที่หันมาเห็นเฟิ่งจิ่วเหยียนถูกโอบล้อม จึงหยุดฝีก้าวทันที และหันหลังกลับ

“ซูฮ่วน ข้ามาแล้ว!”

เจียงหลินเล่นงานคนตรงหน้าจำนวนหนึ่ง และรีบไปสมทบกับเฟิ่งจิ่วเหยียน

ถึงตอนนี้แล้ว เขาก็ยังไม่ลืมที่จะพูดจาถากถาง

“สายตาของเจ้าแย่มาก! เซียวเอ้อร์อะไรนั่น เขาหนีไปแต่แรกแล้ว!”

เฟิ่งจิ่วเหยียนเชื่อว่า เซียวอวี้มิใช่คนเช่นนั้น

ทว่า นางกลับหวังให้เขาหนีไปจะดีกว่า

เฟิ่งจิ่วเหยียนจึงลากเจียงหลินที่กำลังมัวดีใจอยู่วิ่งออกไปทันที

ทั้งสี่คนรวมตัวกัน

เจ้าของสนามประลองยุทธ์ยิ้มอย่างประจบประแจงให้เซียวอวี้

“ท่านวีรบุรุษ ท่านจอมยุทธ์ อย่าฆ่าข้าเลย ข้าจะปล่อยพวกเขาไปเดี๋ยวนี้...”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ผู้ประกาศที่เดิมทีเคยประจบสอพลอเขา พลันโต้แย้งขึ้นมาทันที

“อะไร? ปล่อยพวกเขาไป! ไม่ได้!

“นายท่าน! อย่าโทษพวกเราเลย! สนามประลองยุทธ์แห่งนี้ไม่ต้องการท่านอีกต่อไปแล้ว!”

เจ้านายไม่อยู่แล้ว แต่สนามประลองยุทธ์ยังอยู่

เหตุใดเขาถึงต้องไปช่วยเจ้านายที่ไร้ประโยชน์ เหตุใดไม่เป็นเจ้านายเองเลยเล่า?

“ทุกคน จับพวกเขาต่อไป!” ผู้ประกาศหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง “ข้าจะให้เงินพวกเจ้า! เงินนับไม่ถ้วน!”

เจ้าของสนามประลองยุทธ์ก็นึกไม่ถึงว่าจะเป็นเช่นนี้ “เจ้า! เจ้าบังอาจมาก!”

คนของสนามประลองยุทธ์ มุ่งหวังแต่ผลประโยชน์เท่านั้น

พวกเขาเชื่อฟังคำพูดของผู้ประกาศ ไม่สนใจว่าเจ้านายจะถูกจับตัว มุ่งไปโอบล้อมโจมตีเฟิ่งจิ่วเหยียนพร้อมกับคณะ

เจียงหลินค่อย ๆ ก้าวถอยหลัง พูดตามตรง เขาหวาดกลัวความตายจริง ๆ

แม้ว่าเซียวเอ้อร์จะสามารถจับตัวเจ้าของสนามประลองยุทธ์ได้ ทว่าก็เปลี่ยนแปลงอะไรมิได้!

ทันทีทันใดนั้น มีลูกธนูคมดอกหนึ่งยิงมาจากที่ไกล แทงทะลุผู้ประกาศคนนั้นในทันที

“ทหารรักษาการณ์ไท่ชางอยู่ที่นี่แล้ว! ผู้ใดกล้าทำบุ่มบ่าม!”

เฟิ่งจิ่วเหยียนเงยหน้าขึ้นไป ก็มองเห็นเป็นหยิ่นลิ่วพาเจ้าหน้าที่ทหารมาแล้ว...

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย