เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 679

ขณะที่หนึ่งก้านธูปกำลังจะดับ ลูกศิษย์สำนักเฉวียนเจินคนหนึ่งชักกระบี่ที่เสียบอยู่ข้างเอวออก แล้วขึ้นไปบนเวที

นี่อยู่ในความคาดหมายของทุกคน

เจียงหลินพอจะรู้จัก จึงพูดแนะนำว่า

“นั่นคือหนึ่งในศิษย์ทั้งหกของสำนักเฉวียนเจิน ผู้มีวิชา ‘กระบี่ล่าชีวิต’——ฟางหมิ่น วิชากระบี่ของนางไร้เงาไร้รูปร่าง รวดเร็วดั่งสายลม”

เฟิ่งจิ่วเหยียนเองก็เคยได้ยิน ‘วิชากระบี่ล่าชีวิต” นี้มาเหมือนกัน

จุดเด่นคือการโจมตีอย่างว่องไว รูปร่างและพรสวรรค์ของนักกระบี่ล้วนเป็นตัวกำหนดในการฝึกฝนวิชานี้

เซียวอวี้ไม่เห็นด้วยกับฟางหมิ่น พูดเสียงเย็นชา

“ไม่สามารถนำอาวุธขึ้นประลองได้อยู่ดี ต่อให้กระบี่เร็วแค่ไหนแล้วจะมีประโยชน์อะไร”

เจียงหลินหมดหนทางจะช่วย

“คงได้แต่หวังว่า เกาหยวนจะเป็นคนทะนุถนอมผู้หญิงล่ะนะ”

ฟางหมิ่นก้าวเดินอย่างมั่นคงไม่เร่งรีบ ยามที่เข้ามาในกรง ศิษย์คนอื่นในสำนักเฉวียนเจินก็ข่มขวัญคู่ต่อสู้แทนนาง

“ศิษย์พี่ ฆ่าไอ้โจรระยำนั่นซะ!”

“ศิษย์น้อง ตั้งรับเป็นหลัก โจมตีเป็นรอง!”

ฟางหมิ่นใส่ผ้าคลุมหน้า แม้นไม่มีกระบี่คู่ใจอยู่ในมือ ดวงตาทั้งสองข้างก็ยังทอแววเด็ดเดี่ยวมีพลัง

ภายในกรงเหล็ก เกาหยวนมองประเมินนางด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ ราวกับมองเนื้อที่กำลังจะเข้าปาก

“คนสวย…ฮิ ๆ ข้าชอบกินคนสวยที่สุด”

ม่านตาของฟางหมิ่นหดลง ชั่วขณะที่เกาหยวนเข้ามาใกล้ ก็ใช้ฝ่ามือออกลมปราณ ด้วยความรวดเร็วฉับไว โจมตีเกาหยวนล้มหงายหลัง

แววตาของเฟิ่งจิ่วเหยียนลุ่มลึก

พลังภายในของสำนักเฉวียนเจินแข็งแกร่งอย่างมาก ตราบใดที่ฟางหมิ่นยืนหยัดได้ เกาหยวนอาจจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อของนาง…

หลังจากได้ปะทะกันหลายครั้ง ฟางหมิ่นก็เริ่มเป็นฝ่ายขึ้นนำติดต่อกัน

เกาหยวนจ้องเขม็งมาที่นาง เพื่อหาจุดอ่อน

“คนสวย เจ้านี่หอมจังเลยนะ…”

เวลาเพียงชั่วพริบตา เกาหยวนก็จับกรง แล้วไต่ขึ้นด้านบนของกรงเหมือนตุ๊กแก กระโดดลงมาข้างหลังของฟางหมิ่น สูดดมซอกคอของนางฟอดใหญ่ จากนั้นก็ถอยหลังอย่างว่องไว เพื่อหลบหลีกการโจมตีจากด้านหลังของนาง

“สำนักเฉวียนเจิน แต่ละคนล้วนเป็นสาวพรมจรรย์ แต่เจ้าไม่ใช่งั้นหรือ?”

เมื่อถ้อยคำนี้ถูกพูดออกมา ฟางหมิ่นพลันเสียสมาธิ

เกาหยวนอาศัยจังหวะนี้อ้อมมาข้างหน้านาง ยื่นมืออกไป ดึงสายรัดเอวของนางออก…

“ศิษย์พี่!!”

ริมฝีปากถูกกัดจนเป็นแผลถลอก แต่ก็ไม่ได้ขัดหูขัดตา นางยืนอยู่ตรงนั้น ไร้ท่าทีหมดสภาพ มีเพียงความภาคภูมิใจของผู้ชนะ

เหล่าลูกศิษย์ร่วมสำนักเฉวียนเจินมีหลากหลายอารมณ์ ทั้งโมโหความไร้ยางอายของผู้ชมเหล่านั้น ทั้งเป็นห่วงฟางหมิ่น

นิ้วมือทั้งห้าของเฟิ่งจิ่วเหยียนกำเข้าหากันแน่น ฟางหมิ่นท้าประลองชนะ นับเป็นเรื่องที่ดี แต่การสู้กับเกาหยวนเมื่อครู่ ก็กินแรงของนางไปมากพอสมควร กอปรกับแรงโจมตีของเกาหยวนก่อนตาย เกรงว่านางจะได้รับบาดเจ็บภายใน จนครองตำแหน่งผู้ชนะไว้ไม่ได้…

ตามกฎแล้ว ฟางหมิ่นต้องยืนอยู่ในกรงนั้นต่อ เพื่อรอผู้ท้าประลองคนต่อไป

ในตอนนี้เอง รองเจ้าสำนักเฉวียนเจินก็เดินมาที่ข้างเวทีประลอง ประสานมือคารวะผู้คนรอบด้านตามลำดับ

ภายใต้ผ้าคลุมหน้า ใบหน้าของนางเรียบนิ่งทั้งยังซีดขาว

“รองเจ้าสำนักเฉวียนเจิน เหลิ่งเซียนเอ๋อร์ ขอความกรุณาทุกท่านมา ณ ที่นี้!”

สิ้นเสียงพูด นางก็ยังอยู่ในท่าคารวะ โค้งตัว ก้มหน้า หลุบตาลง

ขอร้องอะไร ไม่ต้องบอกก็รู้

ภายในเวลาหนึ่งก้านธูป หากยังไม่มีคนขึ้นเวทีไปท้าประลอง พวกนางก็จะสามารถนำตัวติงหยวนเอ๋อร์กลับไปได้

เจียงหลินมองมาที่เฟิ่งจิ่วเหยียนอย่างประหลาดใจ แล้วใช้ศอกกระทุ้งนาง

“นั่นเหลิ่งเซียนเอ๋อร์ รักเก่าของเจ้านี่นา!”

เซียวอวี้:!!?

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย