เฟิ่งจิ่วดหยียนถลึงตาใส่เจียงหลินอย่างเย็นชา “พูดเหลวไหลอะไร?”
เจียงหลินกลัวว่านางจะลงไม้ลงมือ จึงเดินอ้อมไปอยู่ข้าง ๆ เซียวอวี้ล่วงหน้า
“มีอะไรให้ปฏิเสธ? เรื่องราวรัก ๆ ใคร่ ๆ ของชายหนึ่งหญิงสองอย่างเหลิ่งเซียนเอ๋อร์กับหร่วนฝูอวี้ มีใครไม่รู้บ้าง?
“หากไม่ใช่เพราะหร่วนฝูอวี้เอาเรื่องที่อยู่ของเหลิ่งเซียนเอ๋อร์ไปบอกเจ้าสำนักเฉวียนเจิน จนนางถูกเจ้าสำนักจับตัวกลับไป เจ้าก็คงได้สุขสำราญพร้อมหน้าพร้อมตากันแล้ว!
“คิดไม่ถึงเลยจริง ๆ นางอายุน้อยขนาดนี้ ก็ได้เป็นรองเจ้าสำนักแล้ว!”
เซียวอวี้หน้าอึมครึม มือกำหมัดแน่น
ชายหนึ่งหญิงสองงั้นหรือ
แม่ทัพน้อยของเขา ช่างเนื้อหอมจริง ๆ
หากนางเป็นบุรุษจริง คงเป็นของคนอื่นไปนานแล้ว
ไม่สิ…หากนางเป็นผู้ชาย เขาก็คงไม่ใส่ใจแล้ว!
เกือบจะเคลิ้มไปด้วย เซียวอวี้จึงตั้งสติ
เฟิ่งจิ่วเหยียนกระแอมไอแล้วเอ่ยเสียงต่ำ
“เจียงหลิน ชื่อเสียงของคนอื่นเสียหายเพราะเจ้าหมดแล้ว ถ้าเจ้ายังปากมากอีก ข้าจะฉีกมันทิ้งซะ”
เจียงหลินรีบหุบปากทันที
แต่ในใจก็ยังไม่ยอม
เขาไม่ได้พูดอะไรผิดเสียหน่อย
ตอนนั้นเหลิ่งเซียนเอ๋อร์ คิดจะหนีออกมาจากสำนักเฉวียนเจินเพราะซูฮ่วนด้วยซ้ำ นางให้ความสำคัญกับซูฮ่วนมาก ใคร ๆ ก็รู้ทั้งนั้น
ช้าก่อน!
เจียงหลินพลันนึกถึงเซียวเอ้อร์ที่อยู่ข้าง ๆ นึกถึงภาพที่เขาจับมือซูฮ่วน อย่างสนิทสนมเมื่อครู่…
คิดได้เช่นนี้ เจียงหลินก็ถึงบางอ้อ
มิน่าล่ะ!
ซูฮ่วนมีรักครั้งใหม่ ก็เลยร้อนตัว ไม่อยากให้เซียวเอ้อร์รู้
แต่จะว่าไป สองคนนี้มีลับลมคมในกันจริง ๆ หรือ?
ซูฮ่วนหันไปชอบบุรุษตั้งแต่เมื่อใดกัน?!
ในสมองของเจียงหลินยุ่งเหยิงไปหมด…
อีกด้าน เหลิ่งเซียนเอ๋อร์ยังอยู่ในท่าประสานมือคารวะ ยังไม่ยอมลุกขึ้น
แม้นนางจะทำตัวอ่อนน้อม กลับไม่สูญเสียความกล้าหาญในตัวนาง
เนื่องจาก เหล่าลูกศิษย์สำนักเฉวียนเจินที่อยู่ข้างหลัง ต่างแอบชักกระบี่ออกมาจากฝัก จ้องมองคนเหล่านั้นอย่างดุดัน
พวกนางจะขวางคนอยู่ข้างล่างเวที
ขอแค่หนึ่งก้านธูป!
ยื้อเวลาออกไปได้หนึ่งก้านธูปก็เพียงพอแล้ว!
นี่เป็นกลยุทธ์ของสำนักเฉวียนเจิน——ให้หนึ่งคนยืนบนเวทีในรอบตัดสินชนะ ส่วนคนอื่น ๆ เฝ้าคุ้มกันอยู่ข้างล่างเวที
หากเป็นการต่อสู้ระหว่างสำนักในยุทธภพ พวกเขาจะเห็นแก่ความเป็นสตรีผู้อ่อนแอ และความเป็นจอมยุทธ์ที่มีคุณธรรม ยอมไว้หน้าให้เกียรติเหลิ่งเซียนเอ๋อร์ผู้นี้
ทว่า ที่แห่งนี้คือสนามประลองยุทธ์ใต้ดิน
สนามประลองยุทธ์ใต้ดินนั้น ไร้ความปราณีและการให้เกียรติ ไม่มีการผูกมิตรอะไรทั้งนั้น มีเพียงแพ้ชนะ และความเป็นความตาย
มีคนส่งเสียงดังขึ้นมาข้างสนาม
“คิดจะชนะโดยไม่ต่อสู้ ความจริงใจของสำนักเฉวียนเจินมีไม่มากพอ! เว้นแต่ว่าพวกเจ้าจะเปลื้องผ้าออก เพื่อหญิงงามแล้วพวกข้าสู้ตาย! ฮ่า ๆ ๆ…”
คำขอร้องอย่างจริงใจของสำนักเฉวียนเจิน แลกมาด้วย ความไม่แยแสอย่างกำเริบเสิบสาน
ครั้นเห็นศิษย์น้องตกอยู่ในกำมือของคนร้าย ฟางหมิ่นเจ็บใจอย่างมาก
นางคำรามอย่างโกรธขึ้ง “หยุดสู้ได้แล้ว! พวกเจ้าหยุดสู้ได้แล้ว! ปล่อยให้พวกเขาขึ้นมา! ให้พวกเขาขึ้นมาสู้กับข้าในกรง!!!”
เหลิ่งเซียนเอ๋อร์หนักแน่นดั่งเพชร
“เฝ้าไว้ให้แน่นหนา!”
ภาพเหตุการณ์นี้ เจียงหลินไม่อาจฝืนทนดูต่อไปได้
“เพื่อช่วยติงหยวนเอ๋อร์แค่คนเดียว ต้องมาทำให้หลายคนตกอยู่ในอันตรายเช่นนี้ มันคุ้มค่าหรือ?”
สายตาของเซียวอวี้ขมุกขมัว “ไม่ใช่เพื่อช่วยเพียงคนเดียว”
พวกนางต่อสู้เพื่อเกียรติและศักดิ์ศรีของสำนักต่างหาก
แต่เขาผู้มีฐานะเป็นฮ่องเต้ กลับไม่มีอำนาจ ในสนามประลองยุทธ์แห่งนี้แม้แต่น้อย
เป็นครั้งแรกที่เขาได้รู้ว่า อำนาจของฮ่องเต้ เป็นเหมือนแสงอาทิตย์ ที่สาดส่องทั่วอาณาบริเวณ แต่ยังมีจุดดำมืดที่สาดส่องไม่ถึง…
ข้างล่างเวที ลูกศิษย์สำนักเฉวียนเจินทุกคนมีพลังภายในแข็งแกร่ง ทักษะกระบี่เลิศล้ำก็จริง
แต่พอถูกคนจำนวนมากจู่โจมเข้ามาในเวลากระชั้นชิด พวกนางก็รับมือได้ยาก
เหลิ่งเซียนเอ๋อร์จะเข้าไปช่วยศิษย์น้อง กลับถูกพละกำลังแข็งแรงสะบัดกระบี่นางทิ้ง แล้วยกนางขึ้น
คนผู้นั้นหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง “หญิงงามเป็นของข้า!!”
เหลิ่งเซียนเอ๋อร์ทั้งโกรธทั้งอาย จึงใช้กำปั้นโจมตีอีกฝ่าย
คนนั้นถูกฝ่ามือนางโจมตี จึงร้องอย่างเจ็บปวด แล้วโยนนางลงบนพื้นอย่างแรง
เมื่อเห็นนางกำลังจะชนเตาธูปที่มีไฟลุกโชน จะถูกลวกเป็นแผล ฟางหมิ่นที่อยู่ในกรงก็อุทานอย่างตกใจ
“ศิษย์พี่!”
ทันใดนั้น ฟางหมิ่นก็เห็นเงาร่างหนึ่งพุ่งเข้าไปหาศิษย์พี่อย่างรวดเร็ว…

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ปลดเหรียญไม่ได้ค่ะ รบกวนช่วยแก้ไขให้หน่อย...
สนกมากค่ะ...
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...