ณ ตำหนักวั่นโซ่ว
ไทฮองไทเฮาเค้นถาม “เพียงเนรเทศฮองเฮาไปที่ตำหนักเย็นเท่านั้นหรือ? เช่นนั้นแล้วราชโองการปลดฮองเฮาเล่า?”
สาวใช้ตะลึงพรึงเพริด
“ราชโองการปลดฮองเฮา…ยังมิได้ประกาศเพคะ”
ไทฮองไทเฮาขมวดคิ้วขึ้น
ฮ่องเต้ครานี้คิดจะทำอะไรหรือ?
หรือเขายังไม่คิดจะปลดฮองเฮา?
ไม่ นางต้องคิดมากเกินไปแล้วแน่
ฮ่องเต้เพียงแต่มีราชกิจรัดตัว จึงยังไม่คิดถึงเรื่องนี้ในยามนี้
“ช่างเถิด คอยอีกสามสี่วันค่อยว่ากันเถิด”
การปลดฮองเฮาจำเป็นต้องผ่านการตรวจสอบอย่างโปร่งใสทุกช่องทาง มิใช่เรื่องที่จะสำเร็จในวันสองวันอยู่แล้ว
ขณะเดียวกัน ณ ตำหนักฉือหนิง
ก็กำลังสดับฟังข่าวเรื่องการปลดฮองเฮาอยู่เช่นกัน ท่าทีตอบสนองของไทเฮาดุเดือดรุนแรงเป็นอย่างยิ่ง
“เป็นพระประสงค์ของไทฮองไทเฮาอีกแล้วหรือ?”
“ไยฝ่าบาททรงเชื่อฟังตามคำสั่งของนางไปหมดทุกอย่าง! ร่วมเรือนหอกับฮองเฮาต้องเป็นเช่นนี้ ร่วมบรรทมกับจิ้งกุ้ยเหรินต้องเป็นเช่นนั้น ยามนี้แม้แต่จะปลดฮองเฮายังไม่คิดจะมาหารือกับข้า!”
“ในสายตาของเขาคงไม่เหลือที่ให้พระมารดาอย่างข้าผู้นี้ดำรงอยู่เสียนานแล้วกระมัง!”
กุ้ยหมัวมัวรู้สึกวิตกอย่างหนักหน่วง
“ไทเฮาเพคะ ฝ่าบาททรงเชื่อฟังคำสั่งของไทฮองไทเฮาอย่างเคร่งครัด เกรงว่าอีกไม่นานจิ้งกุ้ยเหรินคงได้อำนาจไว้แน่เพคะ”
สายตาของไทเฮาฉายประกายเย็นยะเยือก
“ราชโองการปลดฮองเฮามีประกาศแล้วหรือยัง?”
“ทูลไทเฮา ยังมิได้ประกาศเพคะ”
นัยน์ตาของไทเฮาพลันฉายประกาย
“เช่นนั้นก็ยังมีความหวัง! ด้วยนิสัยของฝ่าบาท ข้าล้วนเข้าใจกระจ่าง เขากระทำการสิ่งใดล้วนเด็ดขาดเสมอ หากต้องการปลดฮองเฮาจริงแล้วนั้น จะมิล่าช้าแม้เพียงเสี้ยวขณะเดียว”
กุ้ยหมัวมัวรู้สึกฉงนเล็กน้อย
“หรือฝ่าบาทมิประสงค์ปลดฮองเฮาหรือเพคะ?”
ไทเฮาทอดสายตามองพระพุทธรูปขนาดเล็กข้างกำแพง รอยยิ้มเปี่ยมด้วยเมตตา และแฝงด้วยความฉลาดเฉียบแหลม
“ไทฮองไทเฮาคิดว่าฝ่าบาททรงว่านอนสอนง่าย เชื่อฟังตามคำสั่งนางทุกประการ ที่แท้แล้วก็มีช่วงเวลาที่มองพลาดพลั้งได้เหมือนกัน”
“ฮองเฮาได้ผูกใจฝ่าบาทไว้อยู่หมัดมาเนิ่นนานแล้ว เทียบกับหลิงเยี่ยนเอ๋อร์ในคราแรก มิได้ยิ่งหย่อนกว่ากัน”
กุ้ยหมัวมัวยิ่งฟังยิ่งงุนงงแล้ว
“ไทเฮาเพคะ บ่าวไม่เข้าใจ หากฝ่าบาทมิอาจตัดใจจากฮองเฮาได้แล้วนั้น เหตุใดจะต้องเนรเทศคนไปอยู่ที่ตำหนักเย็นด้วยเพคะ?
“ยิ่งไปกว่านั้นฮองเฮาเพิ่งสูญเสียราชโอรสไปไม่นาน พระวรกายและพระหฤทัยยิ่งอ่อนระโหยโรยแรงเป็นพิเศษเพคะ”
ไทเฮาคาดคะเน
“บางทีอาจเป็นเพราะต้องการให้ฮองเฮาได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ก็เป็นไปได้ ในฐานะฮ่องเต้แล้ว แม้แต่เครื่องเสวยจานโปรดยังไม่สามารถแสดงออกว่าเป็นจานใดได้ นับประสาอะไรกับสตรีอันเป็นที่รัก
“ในเมื่อยังจับผู้ร้ายวางยาพิษไม่ได้ ตำหนักเย็นก็เป็นสถานที่ที่เหมาะสมกับฮองเฮาแล้ว”
พูดมาทั้งหมดมีเหตุผล
ทว่ากุ้ยหมัวมัวก็ยังรู้สึกระทมทุกข์สุดขั้วหัวใจ
……
ณ ตำหนักเย็น
ข้างกายเฟิ่งจิ่วเหยียนมีเพียงเหลียนซวงหนึ่งคนปรนนิบัติรับใช้
นางยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นและอยู่อย่างสุขสงบ ไม่รู้สึกเดือดดาลหรือไม่พอใจอะไรทั้งสิ้น
เมื่อก่อนตอนออกท่องไปในดินแดนยุทธภพ แม้แต่สถานที่ซึ่งเลวร้ายที่สุดก็ยังผ่านมาแล้ว
ตำหนักเย็นแห่งนี้อย่างน้อยที่สุดก็สามารถป้องกันลมฝนได้
เพียงแต่สถานที่แห่งนี้ไม่มีคนพำนักอาศัยมานานเกินไป จำเป็นต้องเก็บกวาดทำความสะอาด
เฟิ่งจิ่วเหยียนลงมือลงแรงด้วยตนเอง การเคลื่อนไหวคล่องแคล่วรวดเร็วยิ่งนัก
เหลียนซวงเอ่ยอย่างอดไม่ได้
“ฮองเฮา ท่านพักผ่อนเถิด งานใช้แรงเหล่านี้ไหนเลยจะให้ท่านเป็นคนลงมือทำด้วยตนเองได้เล่าเพคะ!”
เฟิ่งจิ่วเหยียนไม่แยแส
“ข้าเคยทำงานใช้แรงมาไม่น้อยกว่าเจ้า”
โดยเฉพาะงานใช้แรงกายเหล่านั้น จะหวังพึ่งพาเพียงแค่ท่อนแขนบางขาเรียวเล็กของเหลียนซวงคนเดียวไม่ไหวแน่
ภายในตำหนักเย็นไม่มีองครักษ์ และไม่มีข้าหลวงคนอื่นคอยปรนนิบัติรับใช้
นายบ่าวสองคนพำนักอาศัยอยู่อย่างเรียบง่ายในวันนั้น
กลางดึก
เหลียนซวงถลันเข้ามาอย่างรีบร้อน ร้องปลุกเฟิ่งจิ่วเหยียน
“ฮองเฮา ฝ่าบาทจับคนลอบวางยาพิษได้แล้วเพคะ!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปอดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวีธีแก้ไขให้ด้วยค่ะ...