แม่เฒ่าเซี่ยงไม่สามารถระงับความโกรธในใจเอาไว้ได้
นางตบโต๊ะอย่างแรงและเตรียมไปที่บ้านรองเพื่อคิดบัญชีทันที
และพ่อเฒ่าซูก็พูดขึ้นมาทันทีว่า“ไปทำไมกัน?”
“ไปทำไมน่ะเหรอ ก็ไปถามเจ้ารองน่ะสิว่ากำลังคิดที่จะทำอะไรอยู่ ยังเห็นพวกเราเป็นพ่อแม่อยู่หรือเปล่า สร้างโรงงานก็ไม่ได้บอกกับพวกเราสักคำ!”
พ่อเฒ่าซูกำลังสูบบุหรี่ยาเส้น ดวงตาหรี่ลง
เขารู้ดีว่าบ้านเจ้ารองกำลังคิดอะไรอยู่
เขาถอนหายใจและพูดว่า“ลูกหลานต่างก็มีความสุขเป็นของตัวเอง แล้วเจ้าจะเข้าไปยุ่งทำไมกัน อยู่บ้านดีๆไม่ได้หรือไง ห้ามไปไหนทั้งนั้น!”
“ตาเฒ่า!” เมื่อเห็นว่าพ่อเฒ่าซูพูดเข้าข้างบ้านลูกชายคนรอง แม่เฒ่าเซี่ยงก็โกรธจนตัวสั่น“เจ้าเข้าข้างเขา แต่เขากลับลืมพวกเราไปแล้ว!”
พ่อเฒ่าซูสูบบุหรี่และไม่ได้พูดอะไร
และก็ยังเป็นคำเดิมที่ว่า ห้ามไปรบกวนบ้านเจ้าสองอีก!
แม่เฒ่าเซี่ยงไม่กล้าขัดใจพ่อเฒ่าซู นางจึงนั่งอยู่บนเตียงอิฐไฟด้วยหน้าตาที่บึ้งตึง เมื่อนางหวางเห็นแบบนี้ก็รีบเดินออกไปซื้อหัวหมูทันที
นางหวางคิดว่า จะต้องเป็นเพราะขายเนื้อตุ๋นอย่างแน่นอน บ้านรองจึงได้ร่ำรวยจนสร้างโรงงานได้แบบนี้
ขอแค่พวกเขาสามารถทำเนื้อตุ๋นออกมาได้ พวกเราก็จะมีเงิน และก็ไม่ต้องอิจฉาบ้านรองอีกแล้ว
……
ซูหวั่นขายเนื้อตุ๋น และบอกกับลูกค้าว่าต่อไปจะไม่มาขายอีกแล้ว ต่อไปหากอยากกินก็สามารถไปซื้อได้ที่ร้านอาหารเค่อเยว่
ราคาเดียวกับนางเลย
ลูกค้าสามารถเข้าใจได้ และไม่ได้ซักถามแต่อย่างใด เพียงตอบรับว่าได้ และจองครีมฝูหรงกับซูหวั่น ซูหวั่นหยิบปากและกระดาษขึ้นมาจดเอาไว้
ภายในครึ่งชั่วโมง เจ้าของร้านเปาก็ไม่ได้มาสร้างปัญหาแต่อย่างใด
และขณะที่ซูหวั่นกำลังจะเก็บร้านและไปติดต่อคนขายเนื้อหมูนั้น จู่ๆก็มีคนกลุ่มใหญ่กระโจนเข้ามา และล้อมแผงขายของนางเอาไว้อย่างแน่นหนา
“เจ้าคือซูหวั่นใช่ไหม?”



VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติมาเป็นสาวชาวนา