เมื่อหลายคนเห็นจานเนื้อไก่และน้ำซุป น้ำลายก็สอออกมาทันที โดยที่ท้องก็ร้องจ๊อกๆขึ้นมาด้วยเช่นกัน
เมื่อเห็นว่าพวกเขาเคอะเขินที่จะหยิบตะเกียบ ซูหวั่นก็รีบพูดขึ้นมาทันทีว่า“ท่านลุงทุกท่านค่ะ อาหารพวกนี้เตรียมไว้ให้ทุกท่านนะคะ ท่านลุงทานเถอะค่ะ ทานอิ่มแล้วถึงจะมีกำลังช่วยบ้านข้าทำงานไงล่ะคะ”
“นังหนูหวั่น ที่พวกเรามาช่วยมันเป็นเรื่องที่สมควรอยู่แล้ว ก่อนหน้านี้เจ้ายังได้ช่วยโก่วต้านของข้า พวกเจ้าไม่ต้องตั้งใจที่จะเตรียมอาหารที่ดีขนาดนี้ให้กับพวกเราหรอกนะ นี่จ่ายเงินไปไม่น้อยเลยใช่ไหม?”
และซูเอ้อเฉียงยังพูดอีกด้วยว่า“ใช่ สถานการณ์บ้านของเจ้าก็ไม่ค่อยจะดี พ่อของเจ้ายังต้องรักษาตัวอีกนะ ประหยัดได้ก็ประหยัดเถอะ อย่ามาฟุ่มเฟือยกับเรื่องแบบนี้เลย พวกเรากินอะไรก็ได้ทั้งนั้น”
แม่ว่าซูต้าชุนจะไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่เขาก็คิดแบบนั้นด้วยเช่นกัน
“พวกท่านไม่ต้องเป็นกังวลหรอกนะคะ ไก่ป่าตัวนี้กระโดดเข้ามาในกับดักของข้าเอง ไม่ได้ใช้เงินอะไรหรอกค่ะ”
และนางหลี่ก็ช่วยพูดเสริมขึ้นมาอีกว่า“พวกท่านวางใจเถอะนะ ไก่ป่าตัวนี้อาหวั่นจับได้เอง พวกท่านไม่ต้องเสียดายเงินหรอก รีบทานเสียเถอะนะ”
และทุกคนก็รับรู้ได้ด้วยใจ
ไก่ป่าที่จับมาได้สามารถขายแลกเป็นเงินอัดมาได้ แต่นางหลี่กลับปรุงมาเป็นอาหารให้พวกเขากินด้วยไม่ลังเลใจแต่อย่างใด
นี่คือความจริงใจของใครเขา และเป็นคนที่ซื่อสัตย์คนหนึ่ง
ถ้าเป็นคนอื่นๆ ก็คงยื่นซาลาเปาสองลูกให้ตั้งนานแล้ว
ซูชิงจึงเริ่มที่จะกินก่อน เนื้อไก่นุ่มละลายในปาก รสชาติแสนอร่อย และเนื้อก็นุ่มเป็นอย่างมาก
“ข้าไปดูแลเหลียนเฉิงก่อนนะ พวกท่านค่อยๆทาน”นางหลี่ยกชามโจ๊กและเดินออกมา พร้อมด้วยเนื้อไก่และน้ำซุปที่ตักเอาไว้ก่อนแล้ว
ซูลิ่วหลางเป็นเด็กผู้ชาย
จึงได้นั่งร่วมโต๊ะกับซูชิงและคนอื่นๆ ส่วนซูหวั่นก็ยกกับข้าวและกลับไปกินที่ห้องด้วยเช่นกัน
เพื่อป้องกันข่าวซุบซิบนินทาที่จะแพร่กระจายออกไป
เพิ่งจะกินข้าวไปได้เพียงครึ่ง ซูหวั่นก็ได้ยินเสียงคนทุบประตูจากด้านนอก
ประตูถูกเปิดออก ซูหวั่นถือมีดและยืนอยู่ที่ประตู พร้อมกับก่นด่าอย่างเย็นชาขึ้นมาว่า“หัวขโมยตัวไหนที่คิดจะมาพังประตูบ้านข้า ทุบพังแล้วพวกเจ้าจะชดใช้หรือเปล่า!อุ๊ย เป็นท่านย่าและพวกท่านป้านี่เอง”
ซูหวั่นคายกระดูกไก่ออกมา
นางถือมีดทำครัว ยืนขวางทางประตู แล้วพูดว่า“ท่านย่า พวกท่านมามีธุระอะไรหรือเปล่าคะ?”
“อาหวั่น ดูเจ้าพูดเข้า ไม่มีธุระแล้วพวกเราจะมาไม่ได้หรือไง?”นางหวางพูดต่อ และเพิ่มน้ำมันเข้าไปว่า“แม้ว่าพวกเราจะแยกครอบครัวกันแล้ว แต่ความสัมพันธ์ทางสายเลือดยังอยู่นี่”
“จะมาเยี่ยมสักหน่อยก็คงไม่มีอะไรหรอก แล้วอีกอย่าง พวกเจ้ากินอาหารดีๆอะไรก็ไม่หยิบยื่นไปให้ท่านปู่ท่านย่าของเจ้าเลยเหรอ นี่มันจิตสำนึกแบบไหนกัน!”
เมื่อแม่เฒ่าเซี่ยงได้ยินนางหวางพูดแบบนี้ ยิ่งมองซูหวั่นมากเท่าไหร่ นางก็ยิ่งไม่ชอบใจมากเท่านั้น“ให้แม่ของเข้าออกมาพบข้าเดี๋ยวนี้!”
“ท่านแม่ของข้ากำลังป้อนข้าวให้ท่านพ่ออยู่ ออกมาไม่ได้หรอกนะ”ซูหวั่นยิ้มๆ“บ้านข้าไม่ได้กินอะไรที่ดีๆหรอกนะ แค่ทำเนื้อให้พวกท่านลุงที่มาช่วยงานเท่านั้น เนื้อมันน้อยเกินไป ก็เลยเจียดไปให้ท่านปู่และท่านย่าไม่ได้น่ะ”
แม่เฒ่าเซี่ยงรู้สึกแค่ว่ารอยยิ้มของซูหวั่นนั้นมีมีดที่ซ่อนอยู่ แค่มองก็รู้สึกขนลุกขนชันแล้ว“ข้ากับปู่ของเจ้าไม่ว่าอะไรหรอก มากน้อยเท่าไหร่ไม่ว่ากัน แค่เป็นเนื้อก็พอแล้ว”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติมาเป็นสาวชาวนา