คำพูดประโยคนี้ของซูหวั่นไม่ได้พูดกับแม่เฒ่าเซี่ยง แต่พูดให้พ่อเฒ่าซูหัวหน้าสกุลซูที่แท้จริงฟังเสียต่างหาก
พ่อเฒ่าซูดูมีเหตุผลกว่าแม่เฒ่าเซี่ยงมาก
“เอะอะโวยวายอะไร เรื่องมันยังไม่ใหญ่พองั้นรึ!”พ่อเฒ่าซูเคาะไปที่โต๊ะเตี้ยอย่างเต็มแรง แล้วถลึงตาใส่แม่เฒ่าเซี่ยง“ที่เจ้ารองบาดเจ็บก็เป็นเพราะข้า จะจ่ายไปเท่าไหร่มันก็คุ้มค่าอยู่แล้ว!”
แม่เฒ่าเซี่ยงไม่กล้าต่อปากต่อคำกับพ่อเฒ่าซู นางทำได้เพียงฟึดฟัดไปสองสามทีเท่านั้น“บ้านสกุลซูของเราไม่เลี้ยงคนที่ไม่มีประโยชน์เอาไว้หรอกนะ ครอบครัวของเจ้ารองแยกออกไป ข้าจะยกเรือนฝั่งตะวันออกให้อยู่ก็แล้วกัน!”
พ่อเฒ่าซูมองไปยังซูเหลียนเฉิง แล้วก็มองไปยังแม่เฒ่าเซี่ยงอีกครั้ง“เจ้าพูดเพ้อเจ้ออะไรน่ะ!”
“ท่านพ่อ ที่ท่านแม่พูดก็ถูกนะครับ ตอนนี้พี่รองกลายเป็นแบบนี้ไปแล้ว ไม่มีเหตุผลที่เราจะเลี้ยงทั้งครอบครัวของเขา ยิ่งไปกว่านั้นพวกเราเองก็ไม่ได้อยู่ดีกินดีสักเท่าไหร่ ให้พวกเขาแยกออกไปก็จะเป็นผลดีต่อพวกเขาด้วยนะครับ”
ซูฉางโซว่พูดเก่งและมีวาทศิลป์อยู่เสมอ จากนั้นเขาก็ขยิบตาไปที่ซูฉางฝูอีกครั้ง
พ่อเฒ่าซูมองมาที่ซูฉางฝู“เจ้าล่ะว่าไง?”
“ข้าคิดว่าน้องสามพูดถูก ท่านพ่อ ท่านพ่อให้ครอบครัวน้องรองแยกออกไปเถอะครับ พวกเราอยู่ด้วยกันก็รนแต่จะพากันตกต่ำเสียเปล่าๆ”
พ่อเฒ่าซูสูบบุหรี่ยาเส้น และไม่พูดอะไรเป็นเวลานาน
ก่อนที่นางหลี่จะได้พูดอะไรออกมา นางก็ถูกซูหวั่นดึงเอาไว้เสียก่อน เรื่องราวมาถึงขนาดนี้แล้วยังมีอะไรที่ไม่เข้าใจอีก ก่อนที่พวกนางจะกลับมา ทุกคนก็ได้หารือกันเรียบร้อยแล้ว
และตอนนี้มันก็แค่ปล่อยไปตามสถานการณ์เท่านั้น!
โชคดีที่ซูเหลียนเฉิงและซูหวั่นได้หารือกันมาก่อนหน้านี้แล้ว พวกเขาจึงไม่ได้กระวนกระวายใจอะไร และเพียงพูดพึมพำออกมาว่า“หากทุกคนต่างก็อยากจะให้ข้าแยกออกไป ข้าก็ตกลงนะ แต่เงินอัด ที่ดินและบ้านจะขาดไปไม่ได้”
“อะไรนะ?”
เมื่อได้ยินดังนั้น แม่เฒ่าเซี่ยงก็แผดเสียงดังยิ่งกว่าเดิม“บ้านก็ยกให้เจ้าแล้ว เจ้ายังคิดที่จะมาเอาเงินอัดและที่ดินอีกงั้นเหรอ?เจ้ารอง ทำไมเจ้าถึงกลายเป็นคนที่ใจดำขนาดนี้!”
“นี่เจ้าต้องการจะเอาชีวิตข้าเลยนะ?”
“โอ้พระเจ้า ดูลูกทรพีคนนี้สิ ทำไมฟ้าไม่ผ่ามันให้ตายไปเลยนะ!”
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ นางหลี่และซูเหลียนเฉิงก็รู้สึกอึดอัดใจเป็นอย่างมาก เดิมทีพวกเขาก็ไม่ใช่คนที่ใจไม้ไส้ระกำอะไรอยู่แล้ว เมื่อเห็นว่าแม่เฒ่าเซี่ยงร้องไห้คร่ำครวญแบบนี้ ทั้งสองก็เกิดใจอ่อนขึ้นมาแล้ว
ส่วนครอบครัวของเจ้าสามก็หดตัวอยู่ด้านหลังเพื่อดูการแสดงโดยไม่ส่งเสียงใดๆออกมา
และพ่อเฒ่าซูก็พึมพำเสียงต่ำขึ้นมาว่า“ข้ายังอยู่ บ้านนี้ข้าใหญ่ที่สุด รีบไปตามหลี่เจิ้งมาเดี๋ยวนี้ พวกเราแยกเจ้ารองออกไป!”
และซูฉางฝูก็เดินไปอย่างไม่เต็มใจมากนัก
แยกครอบครัวออกไปน่ะได้ แต่ที่ดินและเงินอัดนั้นจะแตะต้องไม่ได้อย่างเด็ดขาด แต่ในบ้านสกุลซูนี้ คำพูดของพ่อเฒ่าซูนั้นเป็นสิ่งที่จะขัดไม่ได้เลย
เมื่อเห็นว่าสถานการณ์แก้ไขไม่ได้แล้ว
แม่เฒ่าเซี่ยงก็ตีอกและกระทืบเท้าอย่างไม่หยุด
จนหายใจไม่ทันและหมดสติอยู่บนเตียงอิฐไฟนั่น!
และนางจางก็สามารถเข้าไปคว้าคนเอาไว้ได้อย่างรวดเร็ว พร้อมกับตะโกนเสียงดังออกมาว่า“ท่านแม่ ท่านเป็นอะไรไป!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติมาเป็นสาวชาวนา