ซูโหรวไม่คิดเลยว่ามู่เหยาจะเข้าใจความคิดของนางได้ถึงเพียงนั้น
แต่ชิวหรงกับมู่เหยาก็มีความสัมพันธ์อยู่ อีกทั้งที่นั่นยังเป็นจวนฉู่อ๋อง
ซูโหรวได้สติขึ้นมา คิดว่าความคิดเมื่อครู่นั้นช่างบุ่มบ่ามเกินไป
“ช่างเถิด หากทำไปเกรงว่าจะทำให้เจ้าลำบาก”
มู่เหยามองเห็นความลังเลในดวงตาของป้าสะใภ้ “แต่ว่าตอนนี้ ป้าสะใภ้ก็ไม่มีทางเลือกอื่นไม่ใช่หรือเจ้าคะ”
ซูโหรวอ้าปากแต่พูดไม่ออกอยู่นาน
“เอาเถิด อาหน่วน พวกเราไม่ควรทำให้เจ้าต้องลำบากอีกต่อไป”
“อีกอย่าง เรื่องนี้ยังไม่ได้ผ่านความเห็นชอบจากฮูหยินเฒ่า หากนางรู้เข้าแล้วเกิดขุ่นข้องในใจ เจ้าจะทำเช่นไร?”
หลันซีที่อยู่ข้างซูโหรว เคยเห็นเหตุการณ์แม่ผัวลูกสะใภ้ไม่ลงรอยกันมามาก
นางจึงกลัวว่าน้องสาวจะต้องเจอกับเรื่องเช่นนั้นบ้าง
“ถ้าเช่นนั้น…ส่งนางไปอยู่เรือนข้างๆ ดีหรือไม่?”
“ให้ท่านลุงรองย้ายไปอยู่ข้าง ๆ ด้วยก็ดี จะได้ไม่ห่างกันนัก”
ตอนนี้จวนจงซู่โหวมีเพียงมู่หลันชงอาศัยอยู่คนเดียว ปล่อยว่างไว้ก็เปล่าประโยชน์ ให้ทั้งสองคนไปอยู่จะดีกว่า
อีกทั้งหากเกิดเรื่องใดขึ้น จะได้ไม่ต้องวิ่งทางไกลให้ไม่ทันการณ์
“วิธีนี้ใช้ได้เลย!”
ซูโหรวตบมือขึ้นพลางพูด นางโมโหจนลืมเรื่องง่ายๆ ไปเสียสนิท
พูดจบก็รีบลุกขึ้นออกจากห้องอุ่นทันที
หลันซีมองแผ่นหลังของมารดาที่เดินจากไป ส่ายหัวอย่างจนใจ “ถึงตอนนี้ ท่านแม่ก็ยังใจร้อนเช่นเดิม”
“แบบนี้ก็ดีแล้ว อย่างน้อยก็ยังมีแรงฮึดอยู่”
“พี่รอง ข้ามาหาคราวนี้มีเรื่องสำคัญจะพูดกับพี่…”
มู่เหยากระซิบข้างหู บอกเหตุผลการมาครั้งนี้อย่างละเอียด ก่อนจะออกจากจวนหลันไป
มู่เหยาเพิ่งออกไปได้ไม่นาน หลันซีก็ให้คนรีบไปเชิญหมอเทวดาเลี่ยวมา
เมื่อหมอเทวดาเลี่ยวได้ฟังสิ่งที่นางพูดก็ถึงกับตะลึง “อะไรนะ? พระชายาฉู่ตรัสเช่นนั้นจริงหรือ?”
“อาหน่วนจะหลอกข้าได้อย่างไร เช่นนั้นเจ้ามีทางให้ข้าเข้าไปได้หรือไม่?”
“นั่นมันวังหลวงเชียวนะ! อีกอย่างสภาพร่างกายของซูกุ้ยเฟยในตอนนี้ เกรงว่าต่อให้เจ้าเข้าไป นางก็คงตั้งครรภ์ไม่ได้อยู่ดี”
หมอเทวดาเลี่ยวถึงกับพูดไม่ออก
ซูกุ้ยเฟยมองฮ่องเต้ที่ประทับอยู่ตรงหน้า มือในแขนเสื้อกำแน่น
นางพยายามสุดกำลังให้ใจสงบ ไม่คิดถึงเรื่องนั้น
แต่ฮ่องเต้อวิ๋นกลับสังเกตได้ทันทีว่านางผิดปกติ
“เป็นอะไรไปหรือ วันนี้ดูเหมือนอารมณ์ไม่ดี?”
“หรือว่าฮองเฮาทำให้เจ้าขุ่นเคืองอีกแล้ว?”
ดวงตาของซูกุ้ยเฟยไหววูบ เมื่อนึกถึงครั้งก่อนที่ฮ่องเต้มักเอ่ยถึงฮองเฮาให้ได้ยินอยู่บ่อยครั้ง
คงเป็นกลอุบายเพื่อให้เกิดความบาดหมาง
สมแล้วที่เป็นผู้ครองบัลลังก์
“เพคะ ตั้งแต่ฮองเฮาทรงประชวร ฝ่าบาทก็ไม่ได้เสด็จมาหาหม่อมฉันหลายวัน หม่อมฉันคิดถึงฝ่าบาทจนไม่อาจข่มตาหลับได้เลย” ซูกุ้ยเฟยเบะปากพูด แสดงอาการเง้างอน
ถ้อยคำของนางแฝงไปด้วยความไม่พอใจต่อฮองเฮา
แต่เมื่อเข้าหูฮ่องเต้ กลับดูไม่ต่างจากที่เคย
“วันนี้ก็มาแล้วไม่ใช่หรือ อีกไม่กี่วันก็จะเลือกเจ้าขึ้นอีก เจ้าเป็นถึงกุ้ยเฟยแล้ว ไยต้องหึงหวงฮองเฮาด้วย อีกอย่าง ฮองเฮาก็ป่วยอยู่ เสด็จไปเยี่ยมบ้างก็สมควรแล้ว”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...