เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 450

ฮ่องเต้อวิ๋นหัวเราะเบา ๆ พลางโอบนางเข้ามาในอ้อมแขน บีบแก้มของนางอย่างเอ็นดู น้ำเสียงอบอุ่นเต็มไปด้วยความตามใจ

จนผู้อื่นที่เห็นยังอดอิจฉาไม่ได้

ซูกุ้ยเฟยทำเสียงจิ๊จ๊ะอย่างน่าเอ็นดู ใช้ฝ่ามือดันอกของฮ่องเต้เบา ๆ แล้วลุกขึ้นจากอ้อมแขน “เช่นนั้นฝ่าบาท อยากทอดพระเนตรระบำที่หม่อมฉันเพิ่งเรียนมาหรือไม่เพคะ?”

ความไม่พอใจในดวงตาฮ่องเต้อวิ๋นหายวับไปในพริบตา “ได้สิ”

ในตำหนักจิ่นซิ่ว เสียงเพลงและการร่ายรำก้องกังวานไปทั่ว ความอ่อนช้อยนั้นทำให้เหล่าหญิงในวังที่ได้ยินต่างอิจฉาและริษยา

ณ ตำหนักเฟิ่งอี๋

เซียวฮองเฮาค่อย ๆ เช็ดเครื่องแป้งบนใบหน้าออก สีหน้าที่ซีดเซียวกลับเปลี่ยนเป็นมีเลือดฝาด

“พระนาง คืนนี้ประทับที่ตำหนักกุ้ยเฟยเพคะ”

ถ้อยคำของซุนกูกูทำให้มือของฮองเฮาที่กำลังถอดปิ่นสั่นน้อย ๆ จากนั้นก็ถอนหายใจยาว “ข้าไม่อาจเลือกได้…นางเองก็เช่นกัน”

“พระนาง เรื่องที่พระองค์มอบหมายให้พระชายาฉู่ จะราบรื่นหรือไม่เพคะ?”

“ฝ่าบาทนั้นทรงระแวงนัก หากวันใดกุ้ยเฟยมีพระครรภ์ขึ้นมาจริง เกรงว่าฝ่าบาทจะทรงสืบจนถึงที่สุด ตอนนั้นพระนางจะตกอยู่ในอันตรายนะเพคะ…”

ซุนกูกูแม้ไม่เข้าใจนิสัยฮ่องเต้อย่างถ่องแท้ แต่เพียงเรื่องในราชสำนักก็ได้ยินมามาก

ยิ่งไปกว่านั้น เหล่านางกำนัลที่ตายในวังล้วนมีเหตุพิรุธ

จนอดไม่ได้ที่จะสงสัยว่าเบื้องหลังเป็นฝีมือของฮ่องเต้เอง

เซียวฮองเฮามองใบหน้าที่เริ่มมีรอยเส้นบางในกระจก ดวงตาแฝงความเด็ดเดี่ยว “ดังนั้น ข้าต้องมีครรภ์ก่อน เพื่อปกป้องทั้งตัวข้าและซูกุ้ยเฟยให้ได้!”

ซุนกูกูมองนางด้วยความเวทนา

พลันนึกถึงเมื่อหลายปีก่อน ตอนที่เซียวฮองเฮาเพิ่งถึงวัยปักปิ่น ก็ถูกบังคับให้นั่งตำแหน่งฮองเฮา

ตอนนั้นฮ่องเต้ยังทรงมีไมตรีกับนางอยู่

แต่ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อใด ที่ฮ่องเต้เริ่มเมินเฉย ต่อให้เสด็จร่วมเตียงก็ทำเพียงให้จบ ๆ ไป

กระทั่ง…ยังวางแผนทำร้ายพระโอรสพระองค์แรกของฮองเฮาด้วย

“เขาได้ครองบัลลังก์มาด้วยความยากลำบาก ย่อมไม่ยอมให้เด็กเกิดก่อนเวลา ไท่จื่อยังนับว่าเป็นเรื่องบังเอิญ เขาย่อมไม่ให้มีครั้งที่สอง”

แม้ตอนนั้นไท่จื่อจะฝากให้นางดูแล แต่ก็เป็นเพียงในนามเท่านั้น

ถึงขั้นส่งไปอยู่ตำหนักเซี่ยฝาง

เพื่อไม่ให้นางใกล้ชิดกับไท่จื่อเกินไป

เพื่อรักษาบัลลังก์ของตน เขาไม่ยอมให้เด็กคนใดถือกำเนิดอีกเลย

ช่างน่ารังเกียจสิ้นดี!

“ยาที่สำนักหมอหลวงส่งมาช่วงนี้ ให้เก็บไว้ชุดหนึ่ง วันที่มีการล่าสัตว์วสันตฤดู หมอเทวดาเลี่ยวจะร่วมเดินทางไปกับจวนฉู่อ๋อง เจ้าจงหาทางส่งยาไปให้ถึงมือ”

มู่เหยาพยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้ม

แล้วจึงออกจากเรือนนั้นกลับสู่เรือนหลัก

เมื่อเห็นว่าภายในห้องว่างเปล่า

นางจึงหันไปมองชิงอู้อย่างเคยชิน

“วันนี้ท่านอ๋องพักอยู่ที่สำนักจัดสอบในฤดูใบไม้ผลิเจ้าค่ะ”

มู่เหยาพยักหน้า “อย่าลืมให้โรงครัวเล็กจัดอาหารส่งไปเพิ่มทุกวัน และแจกเงินให้พวกนั้นเพิ่มด้วย”

“เจ้าค่ะ บ่าวเข้าใจแล้ว”

ตะเกียงดับลง

มู่เหยาค่อย ๆ หลับสนิทไป

โดยไม่รู้เลยว่าคืนนี้ จวนจงซู่โหวกลับคึกคักผิดปกติเพราะการมาของชิวหรง

มู่หลันชงเหลือบตามองสครีอ่อนแอตรงหน้า ดวงตาเย็นชาแฝงความรำคาญ

“ไหน ๆ เจ้าก็มาอยู่ในจวนจงซู่โหวแล้ว ก็จงปฏิบัติตามกฎของจวนจงซู่โหวให้ดี”

“ต่อให้มีท่านลุงรองหนุนหลัง ข้าก็เป็นคนตระกูลมู่ ถึงเขาจะขอร้อง ข้าก็ไม่มีวันไว้หน้าเจ้าเด็ดขาด!”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง