เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 432

การแต่งตัวแบบนี้ ก่อนเขาจะจากไปยังไม่มีเลย!

ดูท่าหลายปีนี้เขาไม่อยู่ นางยังคงใช้ชีวิตอย่างสุขสบายสินะ!

“เจ้า?”

ฮูหยินเฒ่าเซียวเข้าถึงบทบาท ดวงตาเป็นประกาย ทำให้มีเสน่ห์ยิ่งขึ้น

แม่นมฟังเล่นละครตามไปด้วย ดึงแขนเสื้อฮูหยินเฒ่าเซียวด้วยความตกใจ “ฮูหยินเฒ่า คนคนนี้…ทำไมถึงเหมือนท่านอ๋องเฒ่าฉู่ผู้ล่วงลับได้ขนาดนี้?”

เมื่อพูดคำนี้หลุดออกมา

ฮูหยินเฒ่าเซียวเลยจงใจเข้าไปใกล้เล็กน้อย “เมื่อครู่ท่านเรียกข้าว่าอะไรนะ?”

เยี่ยนอวิ๋นเฉินเห็นท่าทางของนาง แล้วอดสะเทือนใจไม่ได้

กำลังอยากพูดบางอย่าง

ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากด้านข้าง

ดวงตาของเขาเป็นประกายแวบหนึ่ง และรีบถอยหลังไปสองก้าวเพื่อรักษาระยะห่าง

“ท่านแม่? ที่แท้ท่านก็อยู่ตรงนี้”

มู่เหยาเดินเข้ามาช้า ๆ พอเห็นเยี่ยนอวิ๋นเฉินอยู่ด้วย ดวงตาก็ปรากฏความไม่พอใจ

“ท่านนี้คือใต้เท้าจากตระกูลไหนหรือ? เหตุใดถึงมาตรงจุดพักผ่อนของสตรี? ใต้เท้ารีบออกไปเร็วเถอะ ไม่อย่างนั้นข้าจะเรียกให้คนมา!”

เยี่ยนอวิ๋นเฉินขมวดคิ้ว แต่ก็กลัวจะถูกจับได้ จึงหันหลังจากไปอย่างรวดเร็ว

เมื่อเห็นเงาร่างที่จากไปเช่นนี้ ฮูหยินเฒ่าเซียวก็รู้สึกถึงความประชดประชัน

เมื่อครู่ยังเรียกนางว่าอาอวี้อยู่เลย

พอเห็นคนมา ก็เปลี่ยนท่าทีไปอย่างสิ้นเชิง

พลิกหนังสือยังไม่เร็วเท่าคนคนนี้เปลี่ยนสีหน้า!

มู่เหยารู้สึกหมดคำพูดอยู่ครู่หนึ่ง นางเก็บสายตากลับมา “ท่านแม่ พวกเราไปนั่งทางนั้นก่อนเถอะ?”

เห็นว่างานเลี้ยงใกล้จะเริ่มแล้ว พวกเขาไม่อยู่คงไม่เหมาะนัก

“ดี พวกเราไปกันก่อนเถอะ”

ก่อนจะจากไปฮูหยินเฒ่าเซียวเหลือบมองไปทางที่ชายคนนั้นเดินจากไป ความเย็นชาในใจแผ่ขยายอย่างต่อเนื่อง

เมื่อพวกเขานั่งลง ฮ่องเต้กับพวกซวีเหย่ก็เจ้ามาในห้องจัดงานเลี้ยงแล้ว

ส่วนข้างกายของเซียวฮองเฮานั้น ก็คือซวีซงหลิงผู้สวมผ้าคลุมหน้า

ในงานเลี้ยงมีสตรีจำนวนไม่น้อย จับจ้องไปยังข้างกายของเซียวฮองเฮาด้วยสายตาประหลาดใจ

หลังจากฝ่าบาทบอกให้ทุกคนยืนขึ้น เซียวฮองเฮาก็ตบมือของซวีซงหลิงเบา ๆ เพื่อบอกให้นางนั่งลง

เป็นไปตามคาด ในห้องจัดเลี้ยงมีเสียงหายใจเข้าด้วยความตกใจดังขึ้น

เมื่อฮ่องเต้อวิ๋นเห็นใบหน้าของชายตรงหน้าชัดเจน ดวงตาก็ปรากฏความประหลาดใจ จากนั้นก็กลับมาเป็นปกติ

“กระหม่อมคือเจ้ากรมพิธีการแห่งแคว้นอัน เยี่ยนอวิ๋น”

เยี่ยนอวิ๋นเฉินรีบคุกเข่าคำนับ พลางคิดในใจว่าคงไม่มีใครมองออก

ตอนนี้ก็ได้ยินเสียงกระซิบกระซาบของขุนนางเฒ่าบางคน

“ข้าดื่มจนสมองเลอะเลือนไปแล้วหรือ ทำไมถึงรู้สึกว่าราชทูตแห่งแคว้นอันคนนี้ ถึงได้เหมือนกับฉู่อ๋องผู้เฒ่าผู้ล่วงลับไปแล้วถึงขนาดนี้?”

“อย่าว่าแต่เจ้าเลย ข้าก็คิดเหมือนกัน หากไม่มีรอยแผลนั้น ต้องใช่แน่นอน!”

เสียงกระซิบกระซาบนั้น ทำให้คนรอบข้างหันมาสนใจ

ฮ่องเต้อวิ๋นยกริมฝีปากขึ้น บริเวณคิ้วและตายังมีรอยยิ้มอ่อน ๆ “ใต้เท้าเยี่ยนหน้าตาเหมือนกับท่านอ๋องเฒ่าฉู๋จริง ๆ…แต่บนโลกใบนี้จะมีคนซึ่งอยู่คนละที่ แต่หน้าตาเหมือนกันจริง ๆ หรือ?”

เยี่ยนอวิ๋นเฉินรีบตอบ “ทูลฝ่าบาท โลกนี้กว้างใหญ่มีสิ่งแปลกประหลาดมากมาย ตอนกระหม่อมอยู่แคว้นอัน ไม่เคยมีใครเอ่ยกับข้าพเจ้าว่าคล้ายกับท่านอ๋องเฒ่าฉู๋ผู้ล่วงลับเลย”

“ถ้าหากว่าคล้ายจริง ๆ ก็ถือเป็นเกียรติของกระหม่อมเช่นกัน”

ท่าทางตัวสั่นแบบนี้ ไม่มีความสง่างามแบบฉู่อ๋องผู้เฒ่าเลยแม้แต่น้อย

ฮ่องเต้อวิ๋นมองเขาอย่างละเอียด จากนั้นทรงเงยหน้ามองไปทางฮูหยินเฒ่าเซียวที่นั่งอยู่ตรงที่นั่งสตรี “ฮูหยินเฒ่า ท่านมาดูหน่อยไหม? ข้าจำเรื่องราวของเจ้ากับฉู่อ๋องผู้เฒ่าได้ จนถึงตอนนี้ก็หลายปีแล้วยังมีคนเล่าขานอยู่เลย”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง