ในเวลาเดียวกัน
ที่ประตูหลังของจวนไท่จื่อ ร่างของบ่าวรับใช้หญิงคนหนึ่งถูกหามออกไป
เฉินเสวี่ยหลับตาลงด้วยความสะเทือนใจ ปลายนิ้วของนางขาวซีดเพราะออกแรงกำแน่น
นางสูดหายใจเข้าลึกๆ “เอาเงินห้าสิบตำลึง ส่งไปที่บ้านของบ่าวรับใช้คนนี้เถอะ”
พ่อบ้านที่ยืนอยู่ข้างๆเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “บ่าวรับใช้ที่ปรนนิบัติท่านกับไท่จื่อในจวนไท่จื่อนี้ ล้วนเป็นเด็กที่ไม่มีทั้งพ่อและแม่”
คำว่าไม่มีทั้งพ่อและเเม่ ทำให้ความหนาวเย็นที่เเผ่ซ่านในใจของเฉินเสวี่ยยิ่งเพิ่มมากขึ้น
เมื่อเห็นว่านางไม่พูดอะไรเเล้ว พ่อบ้านจึงโค้งคำนับ “ชายาไท่จื่อ ดึกมากแล้ว ท่านควรพักผ่อนแต่หัวค่ำ เรื่องเหล่านี้หลังจากนี้ท่านไม่จำเป็นต้องมาใส่ใจ ให้พวกบ่าวไพร่จัดการกันเองเถอะ”
เฉินเสวี่ยเม้มปาก และทำได้เพียงเดินกลับไปโดยมีบ่าวรับใช้ประคอง
เมื่อนึกถึงว่าตนเองเป็นถึงพระชายา เเต่กลับไม่มีเเม้กระทั่งอำนาจพื้นฐาน
ในใจก็รู้สึกสมเพชตัวเองขึ้นมา
“ชายาไท่จื่อ ไท่จื่อรับสั่งว่า หากพรุ่งนี้พระวรกายของท่านไม่สบาย ก็ไม่จำเป็นต้องไปร่วมงานเลี้ยงในวัง”
เฉินเสวี่ยเม้มปาก “ตอบไท่จื่อไปว่า ข้าจะไป”
บ่าวรับใช้เมื่อได้รับคำตอบก็หมุนตัวเดินจากไปทันที โดยไม่เเสดงความเคารพต่อพระชายาผู้นี้แม้แต่น้อย
ไม่นานนัก ร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเฉินเสวี่ย
เวินอวิ๋นมองใบหน้าของเฉินเสวี่ยที่ดูซีดเผือดเล็กน้อยจากความตกใจ ในแววตาของเขามีความรู้สึกสงสารฉายผ่านอยู่บ้าง
ทว่าเมื่อเฉินเสวี่ยเงยหน้าขึ้นมามอง ใบหน้าของเวินอวิ๋นกลับเหลือไว้เพียงรอยยิ้มเยาะเย้ย
“ตำเเหน่งพระชายาไม่ใช่ที่ที่นั่งสบายนัก หากเจ้าเสียใจ ข้าช่วยเจ้าได้นะ”
เมื่อสบเข้ากับสายตาที่เย็นชาของเวินอวิ๋น เฉินเสวี่ยก็กัดฟันเเละสะบัดมือของเขาออกทันที
“ไม่จำเป็น”
เวินอวิ๋นขมวดคิ้ว มองดูหลังมือที่เเดงก่ำจากการถูกปัดออก แล้วพ่นลมหายใจเบาๆ
“ไม่รู้จักความหวังดี”
พูดจบ หญิงสาวก็หัวเราะเยาะเเล้วจากไป
เฉินเสวี่ยยันตัวลุกขึ้นจากโต๊ะ หลังจากปรับอารมณ์ให้สงบลงแล้ว สายตาของนางก็ทอดไปยังกระจกทองเหลือง
เมื่อมองเห็นท้องฟ้าด้านนอกที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีขาวสว่างแล้ว นางก็ทำได้เพียงเรียกบ่าวรับใช้
“ช่วยแต่งตัวและทำผมให้ข้าเถอะ”
บ่าวรับใช้รับคำสั่ง แล้วหมุนตัวไปตามคนมา
…
มู่เหยาตื่นเเต่เช้า เมื่ออาบน้ำเเต่งตัวเสร็จแล้ว ก็ไปหาฮูหยินเฒ่าเซียวทันที
ทั้งสองคนสวมใส่เสื้อผ้าที่มีสีคล้ายกัน หากคนไม่รู้ก็จะนึกว่าเป็นแม่ลูกแท้ๆ กัน
ผู้คนกลุ่มหนึ่งมองไปยังคณะทูตที่กำลังเดินเข้ามาอย่างช้าๆ
เเน่นอนว่าเเม่ทัพเฒ่าเจียงก็อยู่ในกลุ่มนั้นด้วย
เมื่อเขาเห็นใบหน้าของคนที่อยู่ข้างเซ่อเจิ้นหวังแห่งเเคว้นอัน สีหน้าอันสงบของเขาก็เปลี่ยนเป็นตกตะลึงในทันที
“คนนี้!”
เขาทำตาโต พยายามมองให้ชัดเจน
เมื่อระยะทางเข้าใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ เยี่ยนอวิ๋นเฉินก็เห็นแม่ทัพเฒ่าเจียงเช่นกัน เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยชั่วขณะ
แต่เมื่อคิดถึงรอยแผลเป็นบนใบหน้าของเขา ตราบใดที่เขาไม่ยอมรับ ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น!
เยี่ยนอวิ๋นเฉินสงบใจลง และเผชิญหน้ากับการพิจารณาของแม่ทัพเฒ่าเจียงอย่างเปิดเผย
เเต่ว่า…
สายตาของเขาถูกดึงดูดไปยังชายหนุ่มที่อยู่ข้างแม่ทัพเฒ่าเจียง
เพียงชั่วพริบตา ม่านตาของเยี่ยนอวิ๋นเฉินก็หดแคบลงอย่างรวดเร็ว
“เสี่ยวสวิน คนผู้นี้ไฉนจึงหน้าตาคล้ายกับบิดาเจ้าเช่นนี้” แม่ทัพเฒ่าเจียงกล่าวด้วยความประหลาดใจเต็มเปี่ยม
เยี่ยนสวินมองผ่านไป เเสร้งทำเป็นประหลาดใจ จากนั้นจึงกล่าวว่า “แม่ทัพเฒ่า บิดาของข้าเสียชีวิตไปแล้ว”
“คนผู้นี้ยังมีรอยแผลเป็นบนใบหน้า ดังนั้นไม่มีทางเป็นบิดาของข้าเเน่นอน ท่านว่าจริงหรือไม่”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...