ถึงกระนั้นเยี่ยนสวินก็ยังอดเป็นกังวลมิได้จึงสั่งให้ฉางชิงติดตามไปด้วย หากเกิดอะไรขึ้นอย่างน้อยก็ยังช่วยเหลือได้
มู่เหยารู้สึกตลกเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไร เพราะการทำเช่นนี้ถึงจะทำให้เขารู้สึกสบายใจได้
ระหว่างทางไปจวนหลันมู่เหยาก็หลับตาเพื่อพักผ่อน เมื่อคืนนอนดึกจนเกินไป ตอนนี้จึงรู้สึกง่วงเล็กน้อย
“พระชายา คนผู้นั้นหน้าตาเหมือนคุณหนูสามตระกูลหลันทุกประการ เหมือนกับที่ในจดหมายบอกเอาไว้เลยหรือ?”
คำถามที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นของหนิงจู๋ที่ถามขึ้น เป็นสิ่งที่ชิงอิ่งและชิงอู้ก็สงสัยเช่นกัน
ทั้งสามคนมองไปที่มู่เหยาพร้อมกัน และรอคำตอบจากนาง
“แม้คนที่เป็นฝาแฝดกันก็แค่หน้าตาเหมือนกันเท่านั้น แต่นิสัยและบุคลิกย่อมแตกต่างกัน ท้ายที่สุดแล้วจะเป็นคนละคนหรือคนเดียวกัน เมื่อไปถึงจวนหลันก็จะรู้เอง”
พอพูดจบ รถม้าก็หยุดลง
เสียงของฉางชิงดังมาจากข้างนอก “พระชายา ถึงจวนหลันแล้วขอรับ”
มู่เหยาจึงลงจากรถม้าโดยมีสาวใช้คอยช่วยพยุง
ซูโหรวออกมาต้อนรับด้วยสีหน้าแปลกๆ “อาหน่วน คนผู้นี้หน้าตาเหมือนพี่สามของเจ้าไม่มีผิดเพี้ยนเลย!”
เมื่อได้ยินสิ่งที่นางพูด ดวงตาของมู่เหยาก็เผยความประหลาดใจออกมาเล็กน้อย “นิสัยเป็นอย่างไรบ้าง?”
“ไม่เหมือนเยว่อิง นางดูบอบบางมาก น้ารองของเจ้าบอกว่านางร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง ตอนนี้กำลังให้หมอประจำจวนดูอาการให้อยู่”
ซูโหรวพูดขึ้นมาเบา ๆ และเมื่อเข้าใกล้โถงด้านหน้าก็หยุดพูด
เมื่อทุกคนในตระกูลหลันเห็นมู่เหยาเข้าประตูมา ก็ลุกขึ้นทำความเคารพให้
มู่เหยารีบก้าวไปพยุงนายท่านหลันให้กลับไปนั่ง “คนกันเองทำไมต้องมากพิธีด้วยเจ้าค่ะ”
“ไม่ได้หรอก ตอนนี้เจ้าเป็นถึงพระชายา ธรรมเนียมปฏิบัติย่อมละเลยไม่ได้” นายท่านหลันยิ่มอย่างอ่อนโยนพร้อมกับตบมือของมู่เหยาเบาๆ
เพื่อส่งสัญญาณให้นางมองไปอีกด้านหนึ่ง
มู่เหยามองไปที่คนสองคนที่นั่งอยู่อีกด้านหนึ่ง สายตาของนางมองไปยังหลันชิวเหิงก่อน “ไม่ได้เจอกันนานเลย ท่านน้ารองดูเปลี่ยนไปเล็กน้อย คงจะเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางน่าดู เมื่อกลับมาแล้วก็พักผ่อนเยอะๆนะเจ้าค่ะ”
หลันชิวเหิงพยักหน้าเรียบ ๆ สายตาเลือนไปมองคนข้างกายอีกครั้ง
เมื่อเห็นหมอประจำจวนชักมือกลับมา เขาก็ถามด้วยความกังวลว่า “ร่างกายดีขึ้นหรือไม่?”
ชิวหรงชักมือกลับ และใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดปากแล้วไอสองครั้งเบา ๆ
มู่เหยายิ้มอย่างเรียบเฉย
ก่อนจะหันไปขอโทษชิวหรง “ขอโทษด้วย เมื่อสักครู่เป็นข้าเองที่พูดผิดไป แม่นางชิวอย่าได้ใส่ใจเลยนะ”
ชิวหรงเผยรอยยิ้มออกมาบนใบหน้า ก่อนจะก้าวไปข้างหน้าแล้วดึงแขนเสื้อของมู่เหยา “ไม่เป็นไร ข้ารู้เรื่องของลูกสาวคนโตของพ่อบุญธรรม อีกอย่างนี่ก็ถือว่าเป็นวาสนาของข้า”
“พระชายาอย่าได้ใส่ใจกับท่าทีของพ่อบุญธรรมเมื่อครู่เลยนะ เป็นเพราะร่างกายข้าไม่ค่อยดีนัก จึงไม่สามารถรับเรื่องที่กระทบกระเทือนได้ ดังนั้นพ่อบุญธรรมจึงกังวลเล็กน้อย”
ความสนิทสนมที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันทำให้มู่เหยารู้สึกรังเกียจขึ้นมาตามสัญชาตญาณ นางยิ้มอย่างเรียบเฉย แล้วดึงแขนเสื้อออกจากมือของนาง
เดิมทีอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ทันใดนั้นก็มีเสียงสะอื้นดังมาจากข้างกาย
“พระชายา ท่าน...ท่านไม่ชอบข้าใช่ไหม?”
เสียงร้องไห้ของชิวหรงที่ดังขึ้นมากะทันหัน ทำให้ทั้งห้องโถงเงียบสนิท
เมื่อหลันชิวเหิงที่กำลังคุยอยู่กับหลันเอ้าเซวียนเห็นสีหน้าเศร้าสร้อยของชิวหรงก็รีบก้าวเข้ามาหา และยื่นมือออกไปผลักอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้
“เจ้าทำอะไร!”
การผลักนี้ทำให้มู่เหยาเกือบจะล้มลงไปบนพื้น

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...