“ฝ่าบาทเพคะ นางผู้นี้คือนางกำนัลขั้นสองที่อยู่ข้างกายไทเฮาของตำหนักโซ่วคัง นางคือคนที่ยกสำรับอาหารที่มียาพิษมาให้ฮองเฮาในวันนี้!”
ซูกุ้ยเฟยตกใจทันทีและก็หันไปมองฝ่าบาทตามสัญชาตญาณ เมื่อเห็นแววตาที่วูบวาบสะท้อนในดวงตาของอีกฝ่ายก็รู้สึกหนาวสะท้านไปทั่วทั้งตัว
นางกัดริมฝีปากตัวเอง ทำเป็นเงียบไม่พูดอะไร
นางกำนัลคนนั้นก็เอาแต่โขกศีรษะกับพื้น แล้วเล่าเรื่องทั้งหมดที่ทำด้วยร่างกายที่สั่นเทา
“เป็นเพราะไทเฮาทรงแค้นที่ฮองเฮาแย่งชิงอำนาจไป ดังนั้นจึงมีรับสั่งให้บ่าวนำอาหารที่มียาพิษมาให้ฮองเฮา”
“พระนางต้องการให้ฮองเฮาประชวรหนัก จะได้ไม่มีเวลาจัดการเรื่องในวังหลัง และพระนางจะได้กลับมามีอำนาจอีกครั้งเพคะ”
นางกำนัลพูดติด ๆ ขัด ๆ ราวกับว่าเพิ่งรู้เรื่องนี้
ดวงตาของมู่เหยาฉายแววตาสงสัยออกมาเล็กน้อย พลางเหลือบมองไปที่นางกำนัลและฝ่าบาท ทันใดนั้นก็เข้าใจขึ้นมาเล็กน้อย
เกรงว่าเรื่องที่ไทเฮาวางยาใส่คงจะเป็นเพียงเรื่องที่กุขึ้นมา แต่ในสายตาฝ่าบาทกลับคิดว่านี่เป็นเรื่องจริง!
ไม่น่าแปลกใจ...ที่เรื่องนี้ต้องให้หลี่กงกงไปตรวจสอบ
“ไทเฮาโหดร้ายถึงเพียงนี้เชียว หาได้คู่ควรกับการเป็นไทเฮาไม่ นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปให้กักตัวอยู่แต่ที่ตำหนักโซ่วคัง ห้ามก้าวออกมาอีกจนกว่าจะสิ้นลม!”
หากเป็นก่อนหน้านี้ไทเฮายังออกมาข้างนอกได้บ้าง แต่ตอนนี้ต้องตายแล้วเท่านั้นถึงจะถูกหามออกมาได้ และคนอื่นก็ไม่ต้องคิดว่าจะเข้าพบได้!
“ฝ่าบาท! โปรดพิจารณาให้ถี่ถ้วนด้วย!”
ซูกุ้ยเฟยรู้ว่าไม่อาจเปลี่ยนแปลงเรื่องนี้ได้ แต่ยังไงก็ต้องพูดตามมารยาทที่ควรทำอยู่
มู่เหยาเองก็คุกเข่าลงด้วย
“ข้าได้ตัดสินใจลงไปแล้ว หลี่กงกงถ่ายทอดราชโองการลงไปแทนข้า สำหรับองค์หญิงใหญ่ก็ให้ส่งนางออกจากวังไป”
เมื่อฮ่องเต้มีพระบัญชาลงไปแล้ว ผู้ใดจะพูดอะไรก็ไม่มีประโยชน์แล้ว
หลี่กงกงโบกมือเรียกองครักษ์ให้นำตัวนางกำนัลออกไป ส่วนตัวเองก็พาอีกกลุ่มไปยังตำหนักโซ่วคัง
ตอนนี้แม้แต่สวี่เหนียนก็ยังเกษียณไปแล้ว
ยังไงเสียไทเฮาคนนี้เดิมทีก็แต่งตั้งเพื่อประดับไว้ให้เหล่าขุนนางอาวุโสดู ตอนนี้ขุนนางอาวุโสเหล่านั้นก็เหลือไม่กี่คนแล้ว จึงไม่มีความจำเป็นต้องเก็บไว้ให้รกหูรกตาอีก!
เมื่อจัดการเรื่องนี้แล้วสีหน้าของฮ่องเต้ก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พระองค์ไม่ได้สนใจเลยว่าฮองเฮาจะฟื้นขึ้นมาหรือไม่
พระองค์ลุกขึ้นยืนแล้วสั่งมู่เหยาว่า “พระชายาฉู่สนิทสนมกับฮองเฮา ก็อยู่ที่นี่เฝ้าฮองเฮาจนกว่าจะทรงฟื้นแล้วค่อยกลับไป ฮองเฮาจะได้รู้สึกสบายใจ”
มู่เหยารู้ว่าซุนกูกูต้องการจะพูดอะไร จึงพูดต่อแทน “ไม่คิดว่าเรื่องนี้จะตกไปอยู่ที่ไทเฮาได้ใช่หรือไม่?”
สีหน้าของซุนกูกูซีดเผือดทันที นางมองมู่เหยาด้วยความหวาดกลัว
“วันนี้...วันนี้ไทเฮาไม่ได้ส่งอาหารอะไรมาเลย”
ใจของมู่เหยาสั่นสะท้านทันทีจนมือที่ถือถ้วยชาสั่นเล็กน้อย
“เรื่องนี้รอให้ฮองเฮาทรงฟื้นแล้วค่อยทูลบอกเถิด”
ซุนกูกูน้ำตาไหลอย่างเงียบ ๆ รู้สึกสงสารนายหญิงของตนนัก
หลังจากรออีกครู่หนึ่งเซียวฮองเฮาก็ค่อย ๆ ฟื้นขึ้นมา เมื่อเห็นว่าคนที่นั่งอยู่ข้างเตียงคือมู่เหยาไม่ใช่ฮ่องเต้ ในแววตาก็มีความผิดหวังอยู่บ้าง
อย่างไรเสียก็เคยเป็นคนรักกันมาก่อน
“เหนียงเหนียง ฝ่าบาทเสด็จกลับไปเมื่อหนึ่งชั่วยามที่แล้วเพคะ”
เมื่อได้ยินเช่นนี้เซียวฮองเฮาก็ยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้ “ฝ่าบาททรงงานยุ่ง ข้าไม่เป็นไรแล้ว เจ้าช่วยพยุงข้าขึ้นเถิด”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...