จากนั้นเขาก็สลบไปในที่สุด
ภายในห้องส่วนตัวอบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเลือด เยี่ยนสวินจึงให้เเม่นมฟังเปลี่ยนห้องให้ใหม่ เพื่อให้ซวีเหย่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่
จากนั้นเขาจึงออกจากหอจุ้ยเซียง กลับไปที่จวนฉู่อ๋อง
มู่เหยากำลังฟังรายงานจากชิงอิ่ง ก็เห็นเยี่ยนสวินเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
นางจึงรีบโบกมือให้ชิงอิ่งออกไปก่อน
“เกิดอะไรขึ้นหรือ”
มู่เหยาเดินเข้าไปหา เมื่อเห็นเลือดที่เปื้อนเเขนเสื้อของเขา สีหน้าของนางก็ตึงเครียดขึ้นโดยไม่รู้ตัวและรีบตรวจสอบว่าเขามีบาดเเผลตรงไหนหรือไม่
“วางใจเถอะ ไม่ใช่เลือดของข้า เป็นของซวีเหย่…”
หลังจากที่ฟังเรื่องที่เกิดขึ้นในหอจุ้ยเซียงจบ มู่เหยาเป็นฝ่ายพูดขึ้นก่อน
“จวนองค์หญิงใหญ่ถูกไฟไหม้ ในฐานะชายาของฉู่อ๋อง ข้าก็ควรจะไปเยี่ยมเยียนเป็นธรรมดา มิสู้ให้ข้าไปลองหยั่งเชิงดูหน่อยดีไหม”
หากในร่างกายขององค์หญิงใหญ่มีตัวเเม่ของหนอนพิษอยู่ ซวีเหย่ก็จะไม่สามารถกลับไปรวมกับคณะทูตได้
ยิ่งไปกว่านั้น หนอนเเม่บางตัวยังสามารถปล่อยหนอนพิษได้อีกครั้ง
“ดี”
เรื่องนี้ให้มู่เหยาไปจัดการจะดีกว่าจริงๆ
หลังจากตกลงกันได้ มู่เหยาก็เปลี่ยนเสื้อผ้าและพาอวี้หลัน มุ่งหน้าไปยังจวนองค์หญิง
ภายในรถม้า บรรยากาศเงียบสงัด
อวี้หลันนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นที่ว่านเป่าไจเมื่อเช้านี้ สายตาที่มองมู่เหยาจึงมีความรู้สึกผิดแฝงอยู่เล็กน้อย
“ทำไมถึงดูประหม่าขนาดนี้”
มู่เหยาเเสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง เเละยิ้มอย่างอ่อนโยนพร้อมกับมองไปข้างหน้า
เห็นได้ชัดว่าอวี้หลันตกใจจนตัวสั่นไปชั่วขณะ
ปฏิกิริยาเช่นนี้ยิ่งตอกย้ำความสงสัยในใจของมู่เหยา
ไม่ยอมรับ…โอกาสที่ให้ไป กลับเลือกที่จะหาเรื่องใส่ตัวจริงๆ!
“เหตุใดพระชายาจึงพาบ่าวไปด้วย”
อวี้หลันทำสีหน้าหวาดกลัวและหลบสายตา
“ก็เเน่นอนว่าเพื่อให้เจ้าไปเป็นเพื่อนกับองค์หญิงซูหรงอย่างสนิทสนมไงเล่า” มู่เหยาพูดอย่างไม่เร่งรีบ
น้ำเสียงแบบนี้ทำให้หัวใจของอวี้หลันเต้นรัวด้วยความประหม่าอย่างหนัก
“ถวายพระพรชายาฉู่อ๋อง องค์หญิงซูหรงกำลังเรียนงานฝีมืออยู่ ส่วนองค์หญิงใหญ่อยู่ที่เรือนใหญ่ กำลังรอท่านอยู่”
มู่เหยาพยักหน้าอย่างอ่อนโยน เเละเดินตามผู้ดูเเลไปพร้อมกับคนของตน
ในไม่ช้า ก็เห็นองค์หญิงใหญ่กำลังนอนอย่างสบายอารมณ์อยู่กลางสวนเเละกำลังให้อาหารปลาอยู่ ใบหน้าของนางไม่มีเเม้เเต่ร่องรอยความเจ็บปวดจากการสูญเสียสามี
“องค์หญิงใหญ่ ชายาฉู่อ๋องกับเเม่นางอวี้หลันมาถึงเเล้วเพคะ”
องค์หญิงใหญ่ไม่เเม้เเต่จะเงยหน้าขึ้นมอง ยังคงให้อาหารปลาต่อไปด้วยสีหน้าเฉยเมย “ประทานเก้าอี้เถิด”
สาวใช้ก้าวไปข้างหน้าเพื่อรับของที่ชิงอิ่งถืออยู่ จากนั้นก็ยกเก้าอี้มาวางไว้ข้างๆ
“เมื่อเช้าได้ยินมาว่าองค์หญิงใหญ่ทรงตกพระทัย ไม่ทราบว่าหมอหลวงว่าอย่างไร”
สำหรับสถานการณ์เช่นนี้ มู่เหยาสามารถรับมือได้อย่างเชี่ยวชาญมานานเเล้ว
ในทางกลับกัน อวี้หลันกลับดูไม่สบายใจเเละดูเป็นคนไร้ซึ่งศักดิ์ศรี นางมองดูการตกเเต่งโดยรอบด้วยความอิจฉา ไม่รู้ว่ากำลังคิดแผนการอะไรอยู่
“ก็ไม่ได้ตกใจอะไรมาก…ในเมื่อพระชายามาเเล้ว พอดีที่ข้ามีเรื่องอยากจะปรึกษากับเจ้า”
องค์หญิงใหญ่บิดขี้เกียจอย่างเกียจคร้าน จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมองสองคนที่นั่งอยู่ข้างๆ “ตอนนี้ในจวนของเจ้ามีอนุหนึ่งคน ก็ควรจะมีชายารองอีกสักคน”
“อีกไม่นานองค์หญิงเเคว้นอันก็จะเข้าเมือง นางเป็นถึงองค์หญิงผู้สูงศักดิ์ ชายในราช สำนักที่มีอายุเหมาะสมก็มีเเต่เยี่ยนสวินเท่านั้น”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...