สีหน้าของซูหรงดุดันขึ้น นางตบใบหน้าของอวี้หลันอย่างแรง
เล็บอันแหลมคมทิ้งรอยเลือดจาง ๆ ไว้บนใบหน้าอวี้หลัน
เหล่าฮูหยินและคุณหนูโดยรอบเมื่อเห็นภาพนี้ ต่างก็สูดลมหายใจด้วยความตกตะลึง
สายตาที่มองไปยังซูหรงล้วนแฝงไว้ด้วยความรังเกียจยิ่งขึ้น
โบราณว่าไว้ ตบตีผู้ใดมิควรทำร้ายใบหน้า
ท่าทีโหดเหี้ยมของซูหรงเช่นนี้ ยากที่จะไม่ทำให้ผู้คนคิดว่านางกำลังอิจฉาริษยา!
ท้ายที่สุดแล้ว ในที่แห่งนี้มีผู้ใดบ้างไม่รู้ว่านางปรารถนาจะแต่งเข้าจวนฉู่อ๋องเพียงใด!
“องค์หญิง หม่อมฉันทำสิ่งใดผิดเพคะ ท่านถึงได้ลงมือหนักเช่นนี้?”
อวี้หลันมองเลือดที่ติดปลายเล็บของซูหรง แววตาเหม่อลอยไปชั่วขณะ ก่อนจะรีบตั้งสติแล้วร้องไห้ฟูมฟายตัดพ้อ
“นังแพศยา! วันนี้ต่อให้ข้าจะโบยตีเจ้าจนตายแล้วจะอย่างไร!”
ซูหรงตวาดลั่น “ใครก็ได้ มาโบยตีนังนี่ให้ข้า! คนไร้ยางอายที่กล้าปีนเตียงเช่นนี้ สมควรถูกตีให้ตายนัก!”
เพียงคิดว่าสุราโอสถนั้นกลับกลายเป็นส่งเสริมนังบ่าวชั้นต่ำผู้นี้
ซูหรงก็โกรธจนตัวสั่น
เหตุใดจึงไม่ใช่นาง!
เหตุใดนังบ่าวหน้าตาธรรมดาคนหนึ่ง ถึงได้รับสิ่งที่นางต้องการไปอย่างง่ายดาย!
จางจิ้งหรูซึ่งอยู่ชั้นล่างได้ยินเสียงเอะอะโวยวาย จึงส่งสัญญาณให้แม่นมดูแลเด็ก ๆ รออยู่ชั้นล่าง ส่วนตนเองก็พาสาวใช้ขึ้นไปบนตึก
“องค์หญิงซูหรง โปรดไตร่ตรองด้วยเพคะ”
เสียงของจางจิ้งหรูทำให้ทุกคนหันไปมอง
ซูหรงขมวดคิ้ว “เกี่ยวอะไรกับเจ้า! องค์หญิงผู้นี้จะสั่งสอนบ่าวไพร่สักคนไม่ได้หรือไร!”
เมื่อเห็นท่าทีเกรี้ยวกราดของนาง จางจิ้งหรูจึงรีบเดินเข้าไปกระซิบอย่างนอบน้อม “องค์หญิงจะลดตัวไปถือสานังบ่าวผู้หนึ่งทำไมกันเพคะ อย่างไรเสียนางก็เป็นคนของจวนฉู่อ๋อง ตอนนี้ผู้คนมากมายกำลังจับตามอง การที่องค์หญิงจะลงโทษเป็นเรื่องเล็ก แต่ข่าวลือกลับทำร้ายคนได้นะเพคะ”
กล่าวถึงตรงนี้ จางจิ้งหรูก็หยุดแล้วขยับเข้าไปใกล้ซูหรงอีกนิด “อีกประการหนึ่ง เหตุใดองค์หญิงไม่ลองเปลี่ยนศัตรูให้กลายเป็นมิตรเล่าเพคะ ไม่แน่ว่าคนผู้นี้อาจช่วยให้ความประสงค์ของท่านสมหวังได้”
พูดจบ จางจิ้งหรูก็ถอยกลับไปอย่างสุภาพ
แววตาของซูหรงไหววูบ เห็นได้ชัดว่านางเริ่มคล้อยตามคำพูดของจางจิ้งหรู
พลางนึกถึงการล่าสัตว์วสันตฤดูที่กำลังจะมาถึง…
“ในเมื่อข้ารับเจ้าเป็นน้องสาวแล้ว เจ้าก็ควรจะเข้าใจว่าต่อไปนี้เจ้าต้องทำงานให้ข้า อย่าได้จำนายผิดคนเล่า!”
หลังจากได้ยินคำพูดนี้ อวี้หลันก็พยักหน้ารับและแสดงความภักดีในทันที “องค์หญิงโปรดวางใจ อวี้หลันเข้าใจดีว่าตนเองควรทำสิ่งใดเพคะ”
เมื่อได้ยินคำยืนยันของอวี้หลัน ซูหรงจึงพอใจอย่างแท้จริง
นางชี้ไปที่เครื่องประดับศีรษะชุดหนึ่งบนชั้นวางของ “ผู้จัดการ ห่อของสิ่งนี้ แล้วมอบให้ฮูหยินผู้นี้เถิด”
ผู้จัดการยิ้มหน้าบาน รีบเข้าไปห่อของให้อย่างรวดเร็ว
หลังจากที่อวี้หลันและจางจิ้งหรูมองส่งซูหรงจากไป
จากนั้นทั้งสองจึงขึ้นไปยังห้องส่วนตัวบนชั้นสอง
ทันทีที่ประตูถูกปิดลง ใบหน้าของจางจิ้งหรูก็เลิกเสแสร้ง นางหัวเราะออกมาเบา ๆ
“ตอนแรกข้ายังคิดว่า องค์หญิงซูหรงผู้นี้เติบโตมาข้างกายไทเฮา ดูท่าคงจะหลอกไม่ง่าย”
“แต่ตอนนี้ดูแล้ว ช่างโง่เขลาเสียจริง!”
คำพูดของจางจิ้งหรูทำให้อวี้หลันฉายแววประหลาดใจ แต่ไม่นานนางก็เข้าใจในทันที
คนที่ยืนอยู่ตรงหน้านางผู้นี้ ก็คือสายลับที่พระชายาฉู่วางไว้ข้างกายองค์หญิงซูหรงอีกคนหนึ่ง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...