เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 342

เมื่อศิษย์พี่ศิษย์น้องมาพบหน้ากัน หาได้มีความอบอุ่นเหมือนเช่นเดิมอีกต่อไปไม่

เฉียวม่อเอ่ยถามทั้ง ๆ ที่รู้เป็นอย่างดีอยู่แล้วว่า

“ฮองเฮาเอ่ยเรียกตัวหม่อมฉันเข้าวังมาด้วยเรื่องอันใดกันหรือเพคะ?”

ภายในตำหนักที่มีเพียงคนสองคนเท่านั้น เฟิ่งจิ่วเหยียนจึงเอ่ยออกมาอย่างตรงไปตรงมาว่า

“เรื่องราวในวันนี้ เป็นฝีมือของเจ้าใช่หรือไม่?”

ใบหน้าเฉียวม่อที่ดูไร้เดียงสา “ฮองเฮาว่าอย่างไรนะเพคะ?”

ทันทีที่เฉียวม่อพูดจบ ฝ่ามืออันรุนแรงของนางก็พุ่งโจมตีไปที่หน้าอกของเฉียวม่อในทันที...

ผลัวะ

เฉียวม่อที่ถูกโจมตีนั้น ทั่วร่างของนางกระเด็นออกไปไหล แผ่นหลังของนางพุ่งไปชนกับเสากลมในทันที พร้อมทั้งคิ้วที่ขมวดเป็นปมไปด้วยความเจ็บปวด

ทว่า เมื่อได้เห็นท่าทีศิษย์พี่กำลังโกรธเกรี้ยวนั้น นางจึงหัวเราะออกมา

“ศิษย์พี่ เป็นท่านที่ทำร้ายข้าก่อน

“เป็นท่านที่เอาแต่กัดข้าไม่ปล่อย ทั้งยังจับตัวคนของข้าไป

“เช่นนี้ ข้าเพียงแต่ขอให้ท่านรับรู้เอาไว้ว่า ข้าหาใช่ลูกพลับนิ่มไม่… เรื่องราวในวันนี้ เป็นเพียงคำเตือนเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น

“หากว่าท่านยังมิคิดคืนคนของข้ามาละก็ ในคราหน้าข้ามิรับประกัน ว่าจักทำอะไรกับคนของตระกูลเฟิ่งอีก

“ว่ากันตามตรง ข้าเองก็อยากจะรู้นัก หากว่าพวกนางได้พบเจอประสบการณ์เช่นเดียวกันกับเฟิ่งเวยเฉียงแล้ว ฮูหยินเฟิ่งและพี่สะใภ้ของท่านผู้นั้น จักแข็งแกร่งบ้างหรือไม่”

วาจาของเฉียวม่อเต็มไปด้วยความยั่วยุ

นางพูดจริงทำจริง

สายตาของเฟิ่งจิ่วเหยียนเต็มไปด้วยความเย็นชา

เมื่อมองดูคนบ้าที่อยู่ตรงหน้านั้น แววตาของนางเต็มไปด้วยความโหดร้าย

“คนของเจ้า ข้าทำการสังหารไปหมดแล้ว”

ใบหน้าของเฉียวม่อพลันมืดครึ้มลงไปในทันที พลางส่งเสียงเยาะเย้ยออกมาว่า

“ศิษย์พี่ ท่านคิดว่า ข้ามีคนใช้งานในมือของตนเองเพียงแค่สามคนงั้นหรือ? ท่านจักดูถูกข้าไปหน่อยกระมัง”

แววตาที่เฉียบคมพลันปรากฏขึ้นในนัยน์ตาของเฟิ่งจิ่วเหยียนในทันที

เฉียวม่อจึงเอ่ยขึ้นมาอีกว่า

“ถึงแม้ท่านจักทำการสังหารสามคนนั้นไป เรื่องที่ท่านแต่งเข้ามาแทนผู้อื่นนั้น ข้ารับใช้ในมือของข้ายังมีคนรู้เรื่องนี้อีกมาก นอกเสียจากว่า ศิษย์พี่จะตามหาพวกเขาออกมาให้หมด มิเช่นนั้นก็คงมิอาจปิดบังความลับนี้เอาไว้ได้

“ท่านคิดว่าตนเองกำจัดผู้ช่วยของข้าไปแล้ว แท้จริงแล้วข้ายังมีคนอื่นอีกมาก…”

เฟิ่งจิ่วเหยียนมองดูเฉียวม่อด้วยท่าทีเย็นชา

“ที่เจ้าเอ่ยถึงผู้ช่วยนั้น หมายถึงสิ่งเหล่านี้นะหรือ?”

ยามที่พูดอยู่นั้น เฟิ่งจิ่วเหยียนจึงหยิบจดหมายออกมาหนึ่งปึก

เมื่อเห็นภาพที่อยู่ตรงหน้า สีหน้าของเฉียวม่อจึงเปลี่ยนไปในทันที

เมื่อครู่ยังเอ่ยเจื้อยแจ้ว กล่าวออกมาอย่างเป็นเหตุเป็นผล ทั้งยังเต็มไปด้วยความน่าเชื่อถือยิ่งนัก ในยามนี้กลับแสดงท่าทีตกตะลึงออกมา

ศิษย์พี่เจอจดหมายพวกนี้ได้อย่างไร!

เพียงชั่วพริบตาเดียว จดหมายเหล่านั้นพลันกลายเป็นผุยผงภายในมือของเฟิ่งจิ่วเหยียนไปในทันที

“ไม่!” เฉียวม่อร้องตะโกนออกมาโดยไม่รู้ตัว ทั้งพยายามจะเข้ามาห้ามปราม

ทว่า ทุกอย่างมันสายเกินไปแล้ว

น้ำเสียงของเฟิ่งจิ่วเหยียนพลันเต็มไปด้วยความเย็นชา ทำให้ผู้คนที่ได้ยินราวกับกำลังตกลงไปอยู่ในสระน้ำเย็น ๆ

“ไม่ว่าผู้ช่วยของเจ้าจักมีมากเพียงใด หากต้องการพิสูจน์ความจริงในเรื่องนี้ อย่างไรย่อมต้องมีหลักฐาน

“เฉียวม่อ เป็นเพราะข้าเชื่อใจเจ้า จึงมิคิดเฝ้าระวังเจ้าเลยแม้แต่นิด หากแต่เจ้ากลับลอบขโมยจดหมายของข้าและเวยเฉียงที่ส่งติดต่อหากัน เพื่อเป็นช่องทางในการนำมาข่มขู่ข้า

“ข้าจักบอกเจ้าตามตรง คนของเจ้าทั้งสามคนนั้น ข้าสังหารไปเพียงหนึ่งเท่านั้น

“อีกสองคนนั้น ข้าเลี้ยงดูปูเสื่อเป็นอย่างดี ทว่า บังเอิญยิ่งนัก เมื่อคืนวานนี้มีหนึ่งคนที่ทนต่อความทรมานไม่ไหว”

เฉียวม่อพลันกัดฟันจนมีเสียงดังออกมา

นางมิยอมล่าถอยไปเช่นนี้แน่ ยังคงปากแข็งเอ่ยออกมาอีกว่า

“ศิษย์พี่ ท่านรู้ได้อย่างไร ว่าข้ามิได้แยกหลักฐานเหล่านั้นส่งให้กับผู้อื่น…”

สายตาที่เจือไปด้วยความเย็นชาและความเฉียบคมของของเฟิ่งจิ่วเหยียนนั้น

“หากเจ้ามีคนเอาไว้ใช้การมากมายจริง ๆ เจ้าก็คงมิใช้พิษคอยควบคุมคนชั่วร้ายทั้งสามคนเอาไว้ เฉียวม่อ ในมือของเจ้า มิได้มีคนที่สามารถยอมถวายชีวิตให้กับเจ้าอีกแล้ว”

Verify captcha to read the content.VERIFYCAPTCHA_LABEL

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย